โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดำดิ่งสู่ใต้ทะเลลึก สำรวจสิ่งที่ซ่อนอยู่ในห้วงมหาสมุทรอันมืดมิดและกว้างใหญ่

The MATTER

เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2566 เวลา 11.59 น. • Pop Science

มหาสมุทรอันตรายขนาดนั้น แต่ทำไมใครหลายคนถึงยังอยากจะลงไป?

ความมืด ความหนาวเย็น แรงดันมหาศาล สิ่งมีชีวิตประหลาดโลกมากมาย และอีกหลากหลายอย่างที่ไม่รู้จัก คือสิ่งที่รอเราอยู่ใต้มหาสมุทร แต่ความไม่รู้จักเหล่านั้นเองกลับเป็นแรงดึงดูดที่พาให้คนอยากจะลงไปยังท้องทะเล หากอวกาศคืออนาคต ท้องทะเลก็คืออดีตยุคดึกดำบรรพ์ของสรรพสิ่งทั้งปวง และมนุษย์เรากลับรู้จักความมืดมิดอันเวิ้งว้างนอกโลกกับมวลน้ำอันหนาวเหน็บไร้แสงอาทิตย์ไม่มากไปกว่ากันเลย

เขตของมหาสมุทรแบ่งออกได้หลายแบบ หนึ่งในวิธีแบ่งแบบแนวตั้งคือการใช้ Pelagic Zone ที่เป็นความลึก 5 ชั้น จำแนกโดยลักษณะสภาพแวดล้อมของน้ำที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละชั้น โดยวิธีการที่มองไปยังท้องทะเลด้วยสายตามนุษย์ ไม่ว่าจะมองจากชายหาด บนเรือ หรือแม้แต่สายตาของนักประดาน้ำ ทำให้ส่วนมากแล้วเรามักมองได้ไม่ลึกนัก เนื่องจากข้อจำกัดของร่างกายมนุษย์และเทคโนโลยีที่ยังเหลือพื้นที่ในการพัฒนาอีกมาก การสำรวจมหาสมุทรจึงเกิดขึ้นอย่างจำกัด

แล้วเท่าที่พอจะรู้จักได้ในขณะนี้ มีอะไรกำลังรอเราอยู่ใต้ความลึกในแต่ละชั้นของมหาสมุทร?

Epipelagic Zone

ชั้นความลึกที่เริ่มนับจากผิวน้ำแล้วลงไปอีก 200 เมตร ลักษณะสำคัญคือเป็นชั้นเดียวที่แสงอาทิตย์และสายลมไปถึง ซึ่งคือที่มาของชื่อเล่นว่า Sunlight Zone การที่แสงอาทิตย์ไปถึงก็หมายความว่า เป็นชั้นที่อุดมสมบูรณ์ในแง่ของอาหารและอากาศหายใจ เนื่องจากเป็นชั้นที่สามารถสังเคราะห์ด้วยแสงได้และยังมีอุณหภูมิอบอุ่นที่สุด จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่มีสัตว์ทะเลอาศัยอยู่มากที่สุด เรียกได้ว่า 90% เลยทีเดียว

Mesopelagic Zone

ชั้นที่มีความลึกลงต่อมาชื่อว่า Twilight Zone มีความลึกราวๆ 201-1,000 เมตรจากผิวน้ำ และมีแสงสว่างไปถึงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้สัตว์น้ำหลายๆ ชนิดในชั้นนี้มีลักษณะเรืองแสง นอกจากนั้นสัตว์หลายชนิดในชั้นนี้ยังว่ายน้ำขึ้นชั้นบนเพื่อหาอาหารในยามค่ำคืน และด้วยความมืด ปลาจึงมีตาที่โตกว่าปกติเพื่อให้มองเห็นได้ชัดขึ้น

หากเรานำตึกที่สูงที่สุดในโลก ณ ขณะนี้อย่างตึกบุรจญ์เคาะลีฟะฮ์ (Burj Khalifa) ที่สูงถึง 830 เมตร มากลับด้านลง ความสูงของตึกนี้จะมีความลึกอยู่ถึงเพียงเขตนี้เท่านั้น ซึ่งถือเป็นการเปรียบเทียบระดับได้ดีที่ทำให้เราเริ่มรู้ว่ามหาสมุทรนั้นลึกขนาดไหน

Bathypelagic Zone

แสงอาทิตย์ไม่สามารถส่องมาถึงชั้นนี้ เพราะมีความลึกถึง 1,001-4,000 เมตรจากผิวน้ำ เราเรียกมันว่า Midnight Zone และเพราะการไร้แสง จึงส่งผลให้อุณหภูมิของชั้นความลึกนี้คงที่ โดยในแง่ของสิ่งมีชีวิต เมื่อไร้แสง อาหารก็น้อยตามมา ฉะนั้นแล้วสัตว์น้ำในชั้นนี้จึงมีระบบเมตาบอลิซึมที่ทำงานช้าเพื่อประหยัดพลังงาน

หากต้องการจะมาเยี่ยมชมซากเรือไททานิค จะต้องลงมายังเขตความลึกนี้ที่ราวๆ 3,800 เมตรจากผิวน้ำเลยทีเดียว

Abyssopelagic Zone

ชั้นนี้มีลักษณะเช่นเดียวกันกับ Midnight Zone ความลึกอยู่ที่ 3,001-6,000 เมตรจากผิวน้ำ สิ่งมีชีวิตมีการปรับตัวให้อยู่กับสภาพแวดล้อมที่หฤโหด ทั้งอุณหภูมิต่ำ แรงดันสูง อาหารและออกซิเจนอันน้อยนิด ทำให้หน้าตาของพวกมัน บ้างก็ไร้ตาและปาก ผิวลื่นและโปร่งใส พร้อมทั้งมีฟันที่แหลมคม ซึ่งหนึ่งในแหล่งอาหารสำคัญของสิ่งมีชีวิตในชั้นนี้ คือซากศพที่ร่วงลงมาจากชั้นก่อนหน้า

Hadalpelagic Zone

ในปัจจุบันนี้ เขตนี้คือชั้นลึกที่สุดของมหาสมุทรอยู่ที่ 6,001-10,994 เมตรจากผิวน้ำ ความแตกต่างของชั้นนี้กับชั้นอื่นๆ ก่อนหน้านี้ คือเป็นชั้นที่เจาะลึกลงจากร่องลึกก้นสมุทรไปอีก ทำให้ความลึกดังกล่าวมาพร้อมกันกับแรงดันที่หนาแน่นถึง 1,100 เท่าจากบนบก และในสภาพเช่นนี้ก็น่าแปลกใจว่ายังคงมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้คือ Pseudoliparis snailfish สัตว์น้ำที่อยู่ลึกที่สุดในโลกที่มนุษย์เราพบเจอ ณ ร่องลึกก้นสมุทรอิซุ-โอกาซาวาระ ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ด้วยความลึกถึง 8,336 เมตร

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงสิ่งที่เราพอจะรู้จักเท่านั้น ความลับของทะเลลึกอีกมากมายยังคงเพรียกหามนุษย์อยู่แม้จะอันตรายเพียงไหน ซึ่งเราจะสามารถไขปริศนาของมันได้ก็ต่อเมื่อมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่ไปได้ไกลมากพอและการตรวจเช็กอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน

อ้างอิงจาก

noaa.gov

bbc.com

Graphic Designer: Sutanya Phattanasitubon
Proofreader: Taksaporn Koohakan

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...