โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ศาลอาญาทุจริตฯ ยกคำร้อง ‘สืบพงษ์’ ฟ้อง สภา ม.รามฯ ปมถอดถอนพ้นอธิการบดี

VoiceTV

อัพเดต 09 พ.ค. 2566 เวลา 14.08 น. • เผยแพร่ 09 พ.ค. 2566 เวลา 13.45 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 9 พ.ค. 2566 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษา (ชั้นไต่สวนมูลฟ้อง) คดีอาญาหมายเลขดำที่ อท 7/2565ระหว่าง สืบพงษ์ ปราบใหญ่ โจทก์ สมบูรณ์ สุขสำราญ กับพวกรวม 16 คน ในฐานะจำเลย ข้อหาเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

โจทก์ฟ้องว่า ในการประชุมสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ครั้งที่ 15/2564 จำเลยทั้ง 16 ลงมติถอดถอนโจทก์ออกจากตำแหน่งอธิการบดีโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยมีมูลเหตุจูงใจพิเศษว่าไม่ต้องการให้บุคคลที่โจทก์เสนอชื่อเป็นนายกสภามหาวิทยาลัย ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ.2541 มาตรา 23 (6) อธิการบดีพ้นจากตำแหน่งเมื่อสภามหาวิทยาลัยมีมติให้ถอดถอน และมาตรา18 ให้สภามหาวิทยาลัยมีอำนาจและหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการทั่วไปของมหาวิทยาลัย โดยมาตรา 18 (3) ให้มีอำนาจหน้าที่พิจารณาเสนอเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งและถอดถอนอธิการบดี สภามหาวิทยาลัยรามคำแหงโดยจำเลยทั้งสิบหก กรรมการสภามหาวิทยาลัยเสียงข้างมากจึงมีอำนาจหน้าที่ในการถอดถอนโจทก์

ส่วนการเสนอชื่อเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯถอดถอนอธิการบดีนั้นเป็นเพียงขั้นตอนหลังจากที่สภามหาวิทยาลัยมีมติให้ถอดถอนอธิการบดีแล้ว สำหรับการกระทำอันเป็นเหตุที่สภามหาวิทยาลัยจะถอดถอนอธิการบดีนั้น ไม่มีกฎหมายกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใดบัญญัติไว้ โดยที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยรามคำแหงครั้งที่15/2564เห็นว่าการที่โจทก์ในฐานะอธิการบดีมิได้เรียกประชุมสภามหาวิทยาลัยตามที่กรรมการสภามหาวิทยาลัยรามคำแหงแปดคนร้องขอ และที่โจทก์มอบหมายให้เลขานุการสภามหาวิทยาลัยรามคำแหงมีหนังสือขอเสื่อนการประชุมสภามหาวิทยาลัยรามคำแหงครั้งที่ 18/2564 ซึ่งประธานในที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยรามคำแห่งครั้งที่ 13/2564 ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว เป็นการจงใจไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยรามคำแหง ว่าด้วยการประชุมสภามหาวิทยาลัย พ.ศ.2541 ข้อ 4ประกอบข้อ 3 วรรคสอง และโจทก์ไม่มีอำนาจที่จะเลื่อนการประชุมสภามหาวิทยาลัยได้ กรณีจึงมีเหตุแห่งการถอดถอนโจทก์

ส่วนที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสิบหกมิได้ให้โจทก์มีโอกาสที่จะได้รับทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอและมีโอกาสได้โต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานของตนตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาตรา 30 วรรคหนึ่ง นั้น เห็นว่า ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา172 มิได้อาศัยเพียงการที่เจ้าพนักงานหรือเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น แต่ผู้กระทำต้องมีเจตนาพิเศษเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือโดยทุจริตด้วยจึงจะเป็นความผิด เมื่อคำว่า "การให้พ้นจากตำแหน่ง" ตามข้อ 1 ของกฎกระทรวงฉบับที่ 2 (พ.ศ.2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 กฎหมายมิได้ให้คำนิยามหรือความหมายไว้เป็นการเฉพาะ

ทั้งในขณะที่จำเลยทั้ง 16 ลงมติและมีคำสั่งถอดถอนโจทก์นั้น ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดหรือมีมติที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดที่วินิจฉัยว่าการให้พ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 3ㆍ วรรคสอง (6) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539ประกอบข้อ 1ของกฎกระทรวงฉบับที่ 2 (พ.ศ.2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ใช้บังคับเฉพาะกรณีการพันจากตำแหน่งหนึ่งไปสู่อีกตำแหน่งหนึ่ง มิใช่เป็นการพ้นจากตำแหน่งที่มีผลเป็นการถาวรและเด็ดขาด

ส่วนมติที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ครั้งที่ 22/2565 เกิดขึ้นภายหลังจากที่จำเลยทั้งสิบหกมีมติและมีคำสั่งถอดถอนโจทก์อันเป็นมูลเหตุคดีนี้ สำหรับมูลเหตุจูงใจอันเป็นเจตนาพิเศษนั้น ไม่ปรากฎข้อเท็จจริงว่ากลุ่มของจำเลยได้เสนอให้โจทก์เสนอชื่อบุคคลใดดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย ส่วนข้อบังคับมหาวิทยาลัยรามคำแหงว่าด้วยการสรรหานายกสภามหาวิทยาลัย พ.ศ.2564 อธิการบดียังคงมีสิทธิเสนอชื่อบุคคลผู้สมควรดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย

พยานหลักฐานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องจึงยังไม่พอฟังได้ว่า การที่จำเลยทั้งสิบหกมีมติถอดถอนโจทก์มีมูลเหตุจูงใจอันเป็นเจตนาพิเศษจากการที่จำเลยทั้งสิบหกไม่พอใจ โจทก์ที่เสนอชื่อบุคคลที่อยู่นอกกลุ่มของจำเลยให้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหงตามที่โจทก์ฟ้อง การลงมติถอดถอนโจทก์ของจำเลยทั้งสิบหกจึงเป็นการกระทำตามอำนาจหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัยรามคำแหงและไม่มีมูลความผิดตามฟ้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2566ที่ผ่านมา ศาลปกครองกลางได้นัดอ่านคำสั่งศาลปกครองสูงสุด กรณีที่สภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวที่ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งทุเลาการบังคับมติหรือคำสั่งของสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่ถอดถอนสืบพงษ์ ออกจากตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง เพราะปกปิดข้อมูลการรับโอนทรัพย์สินและที่ดินจากสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ภายหลังจากที่สุพจน์ ทรัพย์ล้อม ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวหาว่าร่ำรวยผิดปกติ ซี่งต่อมา ศาลฎีกาได้พิพากษายึดทรัพย์สินดังกล่าวที่ สุพจน์ โอนให้นายสืบพงษ์ตกเป็นของแผ่นดิน รวมถึง สืบพงษ์ ได้ใช้วุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอกที่ไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) มาสมัตรเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยในตำแหน่งอาจารย์ สังกัดคณะศึกษาศาสตร์และได้ใช้วุฒิดังกล่าวในการสมัครเข้ารับการสรรหาเป็นอธิการบดี

ภายหลังการถอดถอน ผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ได้ฟ้องต่อศาลปกครองให้เพิกถอนมติและคำสั่งการถอดถอนตนออกจากตำแหน่ง พร้อมทั้งได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งทุเลาการบังคับตามมติและคำสั่งของสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งต่อมาศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งทุเลาหรือคุ้มครองชั่วคราวผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2566 จนนำไปสู่การอุทธรณ์ของสภามหาวิทยาลัยรามคำแหงต่อศาลปกครองสูงสุดเพื่อให้ระงับการสั่งคุ้มครองดังกล่าว โดยวันนั้นศาลปกครองสูงสุด กลับคำสั่งเป็นให้ยกคำขอของ สืบพงษ์ที่ยื่นขอคุ้มครองชั่วคราว โดยชี้ว่า เบื้องต้นยังฟังไม่ได้ว่า คำสั่งถอดถอนพ้นอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการวินิจฉัยในคดีที่เกี่ยวกับการฟ้องร้องระหว่าง สืบพงษ์และสภามหาวิทยาลัยรามคำแหงสิ้นสุดแล้ว ทำให้ สืบพงษ์ต้องพ้นหน้าที่จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...