โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พา'ชาวนาถะ'ขึ้นเขาคิชกูฏศึกษาความรุ่งเรืองแห่งพุทธศาสนาผ่านมหาวิทยาลัยนาลันทา

แนวหน้า

เผยแพร่ 11 มี.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

พา' ชาวนาถะ'ขึ้นเขาคิชกูฏศึกษาความรุ่งเรืองแห่งพุทธศาสนาผ่านมหาวิทยาลัยนาลันทา

"หมอบี ฑูตสื่อวิญญาณ" พา "ชาวนาถะ" ขึ้นเขาคิชกูฏ กราบองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และอัครสาวกพร้อมท่องประวัติศาสตร์ผ่านห้องเรียนธรรมชาติที่มหาวิทยาลัยนาลันทา ศึกษาประวัติศาสตร์แห่งพุทธศาสนา ร่องรอยแห่งความบอบช้ำที่หลงเหลือ หลังความรุ่งเรืองอย่างสุดขีดใน พ.ศ.900-1000

นายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือ หมอบี ฑูตสื่อวิญญาณ พาชาวนาถะขึ้นเขาคิชกูฎ เพื่อน้อมสักการะกุฏิพระพุทธเจ้า, พระอานนท์, พระสารีบุตร, พระโมคัลลานะ และพระมหากัสสปะ

ก่อนหน้าที่ชาวนาถะจะขึ้นเขาคิชกูฏ "หมอบีฑูตสื่อวิญญาณ)" ได้พาชมรอยเกวียนในกรุงราชคฤห์ รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า สมัยครั้งพุทธกาลเป็นกรุงราชคฤห์ เป็นเมืองหลวงแห่งหนึ่งที่อยู่ในแคว้นมคธ จากทั้ง 16 แคว้น ที่มีความเจริญด้านการคมนาคม การค้าขาย และ ด้วยความเป็นเมืองหลวงแห่งหนึ่งในชมพูทวีปทำให้พระเจ้าพิมพิสาร พระมหากษัตริย์แห่งกรุงราชคฤห์ มีอำนาจสามารถเป็นองค์อุปัฏฐากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้อย่างสมบูรณ์ตามคำอธิษฐานของพระเจ้าพิมพิสาร และตามด้วยเข้าศึกษาเรียนรู้วัดเวฬุวัน ซึ่งเป็นวัดแห่งแรกของพระพุทธศาสนา ที่พระเจ้าพิมพิสารสร้างถวายแด่พระพุทธองค์

หลังจากนั้น “หมอบี ฑูตสื่อวิญญาณ”พาชาวนาถะเข้ากราบพระองค์ดำ และ เข้าห้องเรียนธรรมชาติที่มหาวิทยาลัยนาลันทา เมืองนาลันทา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย กว่า 3 ชั่วโมง เพื่อย้อนเวลาแห่งความรุ่งเรืองของพุทธศาสนา ผ่านการก่อตั้งมหาวิทยาลัยนาลันทา ซึ่งมีพระสงฆ์ทั่วโลกมาเรียนที่มหาวิทยาลัยนาลันทากว่า 30,000 ชีวิต และเดิมมีพื้นที่กว่า 4,000 ไร่

เว็บไซต์มหาบุญโฮมดอทคอม (www.mahabunhome.com) ระบุว่ามหาวิทยาลัยนาลันทาเริ่มสร้างขึ้นครั้งแรกตั้งแต่สมัยพระเจ้าอโศกมหาราชแห่งราชวงศ์โมริยะ ราวพุทธศตวรรษที่ 3 (ตรงกับ พ.ศ.201-300) และมีการสร้างติดต่อกันเรื่อยมาอีกหลายยุคหลายสมัยโดยประสงค์ให้เป็นสถานศึกษาแก่พระภิกษุสงฆ์ในพระพุทธศาสนาและต่อมามีการก่อสร้างส่วนอื่นๆเพิ่มเติมขึ้นมาอีกมากมายและนับตั้งแต่พระเจ้าแผ่นดินราชวงศ์คุปตะ,ราชวงศ์ปาละและพระเจ้าแผ่นดินแห่งชวาสุมาตรา อินโดนีเซีย เป็นต้น

ราวพุทธศตวรรษที่ 7-8 (ตรงกับ พ.ศ. 701-800) นาคารชุน คณาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งลัทธินิกายมหายานได้เดินทางไปยังปูชนียสถานสำคัญๆหลายแห่งพร้อมกับท่านอารยเทวะผู้เป็นศิษย์ แล้วท่านก็ได้เดินทางมาถึงนาลันทา

หลังจากท่านนาคารชุนเดินทางมาถึงนาลันทาราว1-2 ศตวรรษ“มหาวิทยาลัยนาลันทา”ก็ได้กลายเป็นศูนย์กลาง แห่งพระพุทธศาสนาของนิกายมหายานที่สำคัญยิ่ง

ในราวพุทธศตวรรษที่9ได้เกิดคณาจารย์ที่สำคัญ ของนิกายมหายานขึ้นอีกท่านหนึ่งนามว่า“อสังคะ”เป็นผู้ประกาศหลักธรรม“ลัทธิโยคาจาร”โดยท่านได้ใช้ช่วงเวลา 12 ปีสุดท้าย แห่งชีวิตของท่านที่นาลันทาแห่งนี้

เมื่อพระภิกษุอสังคะได้มรณภาพลง น้องชายของท่านมีนามว่า “ภิกษุวสุพันธ์”ผู้เป็นนักปราชญ์คนสำคัญแห่งลัทธิโยคาจารได้เป็นประธานสงฆ์บริหารมหาวิทยาลัยนาลันทาสืบต่อมาและในสมัยคุปตะซึ่งจัดเป็นยุคทองแห่งประวัติศาสตร์ของอินเดียโดยในยุคนี้มีพัฒนาการในด้านต่างๆเกี่ยวกับชีวิต,วัฒนธรรมและแนวความคิดทางศาสนาของอินเดียได้เป็นไปอย่างกว้างขวาง

พระมหาบุญโฮม ปริปุณฺณสีโล ยังเขียนไว้ว่า ศิลาจารึกตลอดจนหลักฐานทางโบราณคดีได้เปิดเผยให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองสูงสุดของพระพุทธศาสนาในยุคนี้ แม้ว่าพระพุทธศาสนาจะไม่ได้เป็นศาสนาทางราชการตลอดทั่วทุกแคว้นในมัชฌิมประเทศ

แม้ประเทศอินเดียเป็นแดนพุทธภูมิ แต่ปัจจุบันอินเดียมีผู้นับถือศาสนาฮินดูมากที่สุด 79.8% รองลงมาคือ อิสลาม 14.2% ขณะที่ศาสนาพุทธชาวอินเดียนับถือเพียง0.7% จากจำนวนประชากรทั้งหมด 13 ล้านคน ขณะที่วัดไทยในอินเดียมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น ทำให้มีวัดไทยเรียงรายตามเส้นทาง 4 สังเวชนียสถานจำนวนมาก เพื่อดำเนิการรักษาไว้ให้ครบซึ่งพระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์

ขอบคุณภาพบางส่วนจากช่างภาพเพจประเทดอุบล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...