ITC ร่วง 4.7% โบรกปรับลดราคาเป้าหมาย
#ITC #ทันหุ้น – การซื้อขายหุ้น บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC วันที่ 27 มี.ค.68 ราคาหุ้นเคลื่อนไหวในช่วง 14.20-14.80 บาท ก่อนปิดช่วงเช้าที่ 14.20 บาท ลดลง 0.70 บาท (-4.70%) มูลค่าการซื้อขาย 131 ล้านบาท
ทั้งนี้ ราคาหุ้น ITC ปิดลดลง 3 วันติดต่อกันก่อนหน้านี้ จากระดับ 16.30 บาทลงมาเหลือ 14.20 บาท หรือลดลงไปแล้ว 12.88% โบรกเกอร์มีมุมมองเชิงลบต่อคาดการณ์ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/68 ภายหลังการประชุมนักวิเคราะห์ในวันที่ 26 มี.ค. โบรกเกอร์หลายรายได้ปรับลดราคาเหมาะสมของหุ้นลง
.
บล.ดาโอ : คาดไตรมาส 1/68 ชะลอจากต้นทุนโดยรวมสูงขึ้นและยังมีปัญหาจองพื้นที่เรือ
บล.ดาโอคงคำแนะนำ “ถือ” แต่ปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 17.00 บาท (เดิม 19.00 บาท)อิงPER 15x (-1SD below 2-yr average PER) เราประเมินกำไรปกติไตรมาส 1/68 อยู่ที่ 695 ล้านบาท (-21% YoY, -13% QoQ) ต่ำกว่ากรอบเราประเมินเบื้องต้นที่ราว 800-850 ล้านบาท เนื่องจาก 1) รายได้โตเพียง +2.5% YoY และชะลอ -12% QoQ เป็นผลจากลูกค้าบางส่วนยังมีปัญหาการจองพื้นที่เรือและ low season ของปี
2) GPM ลดลง -50bps YoY, -30bps QoQ จากต้นทุนโดยรวมสูงขึ้น ได้แก่ ค่าเสื่อมโรงงานใหม่ ค่าแรง และต้นทุนทูน่า
3) SG&A/Sale ทรงตัวสูงที่ 11% จาก front-load fee ค่าที่ปรึกษาการลงทุน transformation
4) ฐานค่าใช้จ่ายภาษีสูงขึ้นตามการเริ่มรับรู้ผลกระทบเกณฑ์ Global minimum tax (GMT)เราปรับกำไรปกติปี 2568 ลง -10% เป็น 3.4 พันล้านบาท (-11% YoY) โดยหลักจากการปรับสมมติฐานรายได้และ GPM ลงหลังผลการดำเนินงานไตรมาส 1/68 ต่ำกว่าคาด สำหรับไตรมาส 2/68 เบื้องต้นคาดการณ์กำไรปกติจะชะลอ YoY จาก GPM ปรับตัวลงจากต้นทุนทูน่าและค่าเสื่อมสูงขึ้น และ SG&A ทรงตัวสูง แต่มีโอกาสดีขึ้น QoQ ตามปัจจัยฤดูกาลราคาหุ้น underperform SET -11% ใน 1 เดือน จากแนวโน้มไตรมาส 1/68 ต่ำกว่าคาดและความกังวลนโยบายของสหรัฐฯ ทั้งนี้ บล.ดาโอแนะนำเพียง “ถือ” จากแนวโน้มกำไรปกติปี 2568 จะกลับมาชะลอตัวจากต้นทุนโดยรวมสูงขึ้น แนวโน้ม SG&A ทรงตัวสูง และการเริ่มรับรู้ผลกระทบเกณฑ์ GMT ขณะที่ประเด็นการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ คาดเห็นรายละเอียดมากขึ้นใน เม.ย. 2568
.
บล.บัวหลวง : ภาพรวมกำไรไม่สดใส
บล.บัวหลวงปรับลดคำแนะนำ ITC เป็น "ถือ" (จาก "ซื้อ")จากกำไรที่ชะลอตัวลงและความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ชะลอตัว, ราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น และต้นทุนการปรับโครงสร้าง ส่งผลต่อแนวโน้มการดำเนินงาน แม้ว่าจะมีโมเมนตัมรายได้เพิ่มจากผลิตภัณฑ์ใหม่ในครึ่งหลังของปี 2568 แต่ปัจจัยลบในระยะสั้นยังคงส่งผลกระทบมากกว่า
.
บล.กสิกรไทย คาดกำไรปกติไตรมาส 1/68 ลดลง
บล.กสิกรไทยคาดว่า ITC จะรายงานกำไรปกติไดรมาส 1/68 ที่ 718 ลบ. (-18.2% YoY, -10.5% QoQ) ไม่รวมผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ 5 ลบ. คิดเป็น 19% ของประมาณการทั้งปีของเรา
ปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2568/69 ลง 2.9%/5.2% เนื่องจากเราปรับลดคาดการณ์ปริมาณการขาย
บล.กสิกรไทยคงคำแนะนำ "ซื้อ" สำหรับ ITC แต่ปรับลดราคาเหมาะสมเหลือ 18.80 บาท และปรับลด PER เพื่อสะท้อนความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนในการบังคับใช้มาตรการภาษี และความล่าช้าในการจัดส่งที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
.
บล.ทิสโก้ ระบุว่าแนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 1/68 ลดลง YoY และ QoQ ต่ำกว่าที่เราคาด แม้ว่า demand อาหารสัตว์เลี้ยงยังเติบโตมีปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น และ product mix premium ที่ลดลง ส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยลดลง ในขณะที่ต้นทุนราคาปลาทูน่าที่เพิ่มขึ้นเดือนก.พ.68 อยู่ที่เฉลี่ยที่ 1,700 US$/tons เพิ่มขึ้นจากราคาเฉลี่ยปี 2567 อยู่ที่ 1,438 US$/tons และค่าใช้จ่ายในการทำการตลาดโปรเจคเทลวินด์ที่เพิ่มขึ้น แนวโน้มไตรมาส 2/68 คาดเติบโตจากผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 1/68 ของปี
บล.ทิสโก้ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 22 บาท
บล.ทิสโก้เปลี่ยนคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จาก ITC ยังเป็นผู้นำธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงแบบพรีเมี่ยมและมีส่วนแบ่งการตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงส่งออกอันดับต้นในประเทศ มูลค่าที่เหมาะสมที่ 22 บาท อ้างอิง PER Forward ของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงต่างประเทศเฉลี่ยที่ 17.5X โดยเทียบกับราคาหุ้นปัจจุบันที่ซื้อขาย PER25F ที่ 12.8X และคาด Dividend Yield 3.9% สำหรับ สถาณะการเงินแข็งแกร่งเป็นเงินสดสุทธิ (net cash)
.
บล.เอเซียพลัส ระบุว่าแม้ปกติไตรมาส 1 จะต่ำสุดของปี ก่อนฟื้นตัวไตรมาส 2/68 ตามฤดูกาล โดยปัจจุบันมีคำสั่งซื้อรองรับเป้าขาย 50% แต่ในเชิง yoy คาดกำไรไตรมาส 2/68 จะลดลงจากฐานสูงปีก่อน
มีความท้าทายมากขึ้นสำหรับเป้าการเงินปี 2568 ที่บริษัทคาดยอดขายเติมโต 13-15%, Gross Margin 27%, SG&A/Sales 9-10% และ Effective Tax Rate 7-8.5% หลังประเมินยอดขายไตรมาส 1/68 เติบโตต่ำเป้าเพียง 3% yoy
ทิศทางกำไรไตรมาส 1/68 ที่ดูไม่สดใส และมีหลายประเด็นต้องติดตาม ทั้งปัญหาการหาเรือของลูกค้า ทำให้ส่งมอบล่าช้า หากเกิดขึ้นต่อเนื่อง ย่อมสร้าง Downside ต่อเป้าขายและกำไร รวมถึงประเด็นมาตรการภาษีตอบโต้จากสหรัฐยังมีความไม่แน่นอน ต้องรอความชัดเจนวันที่ 2 เม.ย. จึงคงแนะนำ Neutral
.
บล.พาย : ไตรมาส 1/68 แย่กว่าที่เคยคาดไว้
บล.พายยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" จากปัจจัยบวกในระยะยะยาวที่อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงยังคงเติบโตได้ อย่างไรก็ตามด้วยปัจจัยลบระยะสั้นอย่างผลประกอบการงวดไตรมาส 1/68 ที่คาดว่าจะมีกำไรสุทธิลดลงกว่า 15%YoY จากผลกระทบของรายได้ที่ต่ำกว่าคาดและค่าใช้จ่ายที่ปรึกษากับภาษีที่ปรับเพิ่มขึ้น และความเสี่ยงจากการปรับขึ้นภาษีของสหรัฐฯจากมาตรการตอบโต้ทางเศรษฐกิจ โดยประเด็นนี้ทาง ITC แจ้งว่าต้องรอดูการปรับภาษีว่าจะขึ้นทุกประเทศหรือไม่หากขึ้นทุกประเทศจะไม่กระทบมากนัก ทั้งนี้ ทางผู้บริหารยังคงเป้าการเติบโตทั้งปีไว้ที่ 13-15% หากจะให้เป็นไปตามนั้นผลประกอบการช่วงที่เหลือของปีจะเติบโตได้อย่างมาก ดังนั้นเราจึงคงกำไรทั้งปีไว้เท่าเดิมก่อน
ช่องทางเฟสบุ๊ก ติดตามข่าวได้ที่เพจ ทันหุ้นออนไลน์
https://www.facebook.com/thunhoonnews