โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“SUPEREIF”...จ่ายปันผลครั้งที่ 16 ในอัตรา 0.02950 บาทต่อหน่วย วันที่ 8 ธันวาคม 2566 นี้

Wealthy Thai

อัพเดต 06 ก.ย 2567 เวลา 03.11 น. • เผยแพร่ 16 พ.ย. 2566 เวลา 04.57 น.

นายพรชลิต พลอยกระจ่าง รองกรรมการผู้จัดการ Head of Real Estate & Infrastructure Investment บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ BBLAM เปิดเผยว่า กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้า ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี (SUPEREIF) จะจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 16จากผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 3หรือระหว่างวันที่ 1กรกฎาคม 2566ถึงวันที่ 30กันยายน 2566ในอัตราหน่วยลงทุนละ 0.02950บาท โดยกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุน เพื่อกำหนดสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 24พฤศจิกายน 2566และกำหนดจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหน่วยลงทุนในวันที่ 8ธันวาคม 2566

(นายพรชลิต พลอยกระจ่าง)

เมื่อนับรวมตั้งแต่จัดตั้งกองทุน จนถึงการประกาศจ่ายเงินปันผลครั้งล่าสุด SUPEREIF จ่ายเงินปันผลรวม 16ครั้ง คิดเป็นเงิน 3.01224บาทต่อหน่วย และจ่ายเงินคืนทุนไป 3ครั้ง คิดเป็นเงิน 0.220บาทต่อหน่วย รวมเป็นเงินปันผลและเงินคืนทุนที่จ่ายออกไปทั้งสิ้น 3.23224บาทต่อหน่วย
โดยตั้งแต่ปีปฏิทิน 2566เป็นต้นไป หากกองทุนฯ จะมีการจ่ายเงินคืนทุนสำหรับรอบผลการดำเนินงานระหว่างปีปฏิทิน กองทุนฯ จะรวบรวมเงินคืนทุนดังกล่าวไปจ่ายพร้อมกับเงินจ่ายที่จะพิจารณาจากรอบผลการดำเนินงานสุดท้ายของปีปฏิทินนั้นๆ โดยสำหรับรอบผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1เมษายน 2566ถึงวันที่ 30มิถุนายน 2566กองทุนฯ จะมีสภาพคล่องคงเหลือหลังจากการจ่ายเงินปันผลและการกันสำรองต่างๆ ประมาณ 32.2ล้านบาท หรือ 0.06260บาทต่อหน่วย และสำหรับรอบผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1กรกฎาคม 2566ถึงวันที่ 30กันยายน 2566กองทุนฯ จะมีสภาพคล่องคงเหลือหลังจากการจ่ายเงินปันผลและการกันสำรองต่างๆ ประมาณ 58.1ล้านบาท หรือ 0.11284บาทต่อหน่วย
สำหรับสรุปผลการดำเนินงาน 9เดือนแรกของปี 2566พบว่า มีรายได้รวม 615.2ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5%จากงวดเดียวกันของปีก่อน ส่วนรายได้จากการลงทุนสุทธิอยู่ที่ 475.9ล้านบาท ลดลง 2.3%จากงวดเดียวกันของปีก่อน สำหรับอัตรากำไรจากรายได้จากการลงทุนสุทธิในช่วง 9เดือนแรกปี 2566เท่ากับ 77.4%ลดลงจาก 79.6%ในงวดเดียวกันของปีก่อน
ในส่วนผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 3ปี 2566พบว่ามีรายได้รวมเท่ากับ 173.0ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6%จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 20.4%จากไตรมาสก่อน ส่วนรายได้จากการลงทุนสุทธิอยู่ที่ 126.2ล้านบาท ลดลง 1.9%จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และลดลง 25.7%จากไตรมาสก่อน ส่วนอัตรากำไรจากรายได้จากการลงทุนสุทธิ อยู่ที่ 73.0%ลดลงจาก 75.6%ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และ 78.1%ในไตรมาสก่อน
ทั้งนี้ กองทุนรวม SUPEREIF ลงทุนในสิทธิในรายได้สุทธิจากการดำเนินโครงการกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินขนาดเล็กมากของบริษัท 17อัญญวีร์ โฮลดิ้ง จำกัด และ บริษัท เฮลท์ แพลนเน็ท เมเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 19โครงการ ตั้งอยู่ในพื้นที่ 8จังหวัด ได้แก่ ปทุมธานี สระบุรี สมุทรสาคร สมุทรปราการ ปราจีนบุรี สระแก้ว พิจิตร และเพชรบูรณ์ โดยมีปริมาณพลังไฟฟ้าสูงสุดที่เสนอขายตามที่ระบุในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือการไฟฟ้านครหลวง (แล้วแต่กรณี) รวม 118เมกะวัตต์
ขณะที่ ระยะเวลาโอนสิทธิรายได้สุทธิ เริ่มตั้งแต่วันที่ 14สิงหาคม 2562จนถึงวันสิ้นสุดสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแต่ละโครงการ ซึ่งระยะเวลาซื้อขายไฟฟ้าภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าของโครงการโรงไฟฟ้าทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 21-22ปี นับจากวันที่ 14สิงหาคม 2562โดยวันสิ้นสุดสัญญาซื้อขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าโครงการสุดท้ายจะสิ้นสุดในวันที่ 26ธันวาคม 2584
ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...