โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

มนุษย์เงินเดือนอ่านด่วน!! วางแผนลดหย่อนภาษีอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด

The Bangkok Insight

อัพเดต 06 พ.ย. 2566 เวลา 15.31 น. • เผยแพร่ 07 พ.ย. 2566 เวลา 00.22 น. • The Bangkok Insight

มนุษย์เงินเดือนอ่านด่วน!! วางแผนลดหย่อนภาษีอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด ย้ำ!! การวางแผนภาษี ไม่ใช่การเลี่ยงภาษี หรือหนีภาษี แต่เราจะใช้สิทธิที่กฎหมายให้ประโยชน์อย่างเต็มที่

ทุกคนที่มีรายได้ต้องวางแผนภาษี เพราะเป็นหน้าที่ตามกฎหมายกำหนดไว้ โดยวัตถุประสงค์ของการวางแผนภาษี คือ การเตรียมการเพื่อเสียภาษีให้ถูกต้อง ครบถ้วนในฐานะพลเมืองดี และใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีต่าง ๆ ที่กฎหมายกำหนดไว้ไปใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปี เพื่อบรรเทาภาระภาษีให้น้อยลง ไม่ต้องเสียภาษีมากจนเกินไป รวมถึงไม่ต้องชำระภาษีเพิ่มหรือเสียเบี้ยปรับโดยใช่เหตุ

ลดหย่อนภาษี

ในการวางแผนภาษีนั้น เราไม่ได้จะเลี่ยงภาษี หรือหนีภาษีแต่อย่างใด แต่เราจะใช้สิทธิที่กฎหมายให้ประโยชน์เราอย่างเต็มที่ เช่น ดอกเบี้ยผ่อนบ้าน การเลี้ยงดูพ่อแม่และบุตร การซื้อประกันชีวิต การลงทุนในกองทุนรวม และการบริจาคต่าง ๆ

สิทธิประโยชน์เหล่านี้ ทางภาครัฐต้องการกระตุ้นให้เกิดการออม จูงใจให้ประชาชนได้ออมเงิน เมื่อเค้าจัดมาให้ เราก็ควรจะใช้สิทธิให้เต็มที่ ดังนั้นเรามาเรียนรู้เรื่องภาษีกันสักหน่อย

เงินได้พึงประเมิน คือ รายได้ทั้งหมดทั้งปีของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

สมมติว่า นายหลักแหลม มีเงินเดือนเดือนละ 28,000 บาท และปีนั้นนายหลักแหลมได้โบนัส 50,000 บาท

เงินได้พึงประเมินของนายหลักแหลมในปีนั้นคือ

28,000 x 12 = 336,000 รวมกับโบนัส 50,000 กลายเป็น 386,000 บาท

ตามสิทธิทางกฎหมายแล้ว นายหลักแหลม มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ที่สามารถนำมาหักภาษีได้

  • สามารถหักค่าใช้จ่ายส่วนตัวได้ 50% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท

นายหลักแหลม มีเงินได้พึงประเมิน 386,000 บาท 50% ของเงินจำนวนนี้คือ 193,000 บาท ซึ่งเกิน 100,000 บาท ดังนั้น สรุปว่า นายหลักแหลม สามารถหักค่าใช้จ่ายของตัวเองได้ 100,000 บาท

เรามาดูค่าลดหย่อนกันบ้าง ปี 2566 เราใช้อะไรลดหย่อนภาษีได้บ้าง?

ภาพจาก www.scb.co.th

สูตรการคำนวณภาษี

เงินได้สุทธิเพื่อเสียภาษี = เงินได้พึงประเมิน-ค่าใช้จ่าย-ค่าลดหย่อนต่าง ๆ

สรุปแล้วภาษีที่บุคคลจะต้องเสียต่อปี คำนวณจาก เงินได้สุทธิ ทีนี้เรามาลองคำนวณหาเงินได้สุทธิเพื่อเสียภาษี จากกรณีของ นายหลักแหลม กันดู

นายหลักแหลม มีเงินได้พึงประเมิน 386,000 บาท ไม่มีภาระใด ๆ และทำประกันสังคมไว้ ถ้านายหลักแหลมไม่มีการวางแผนภาษีเอาไว้ จะต้องเสียภาษีอย่างไร?

เงินได้สุทธิเพื่อเสียภาษี = 386,000-100,0000-60,000-9,000 = 217,000 บาท

ภาพจาก www.scb.co.th

0 – 150,000 บาท ได้รับยกเว้นภาษี

ต่อมาที่ขั้น 5% ส่วนที่นายหลักแหลมต้องเสียภาษีคือ 217,000 – 150,000 = 67,000 บาท

5% ของ 67,000 บาท = 3,350 บาท

ถ้ามีการวางแผนภาษี

ถ้านายหลักแหลมไม่อยากเสียภาษีเลย ต้องหาค่าลดหย่อนมาอีก 67,000 บาท เพื่อลดเงินได้สุทธิของตัวเองลง มาดูกันว่า นายหลักแหลมมีสิทธิซื้อสินค้าการเงินอะไรได้บ้าง และเท่าไหร่ เพื่อหักลดหย่อนภาษี เช่น นายหลักแหลมสนใจลงทุนใน SSF รายได้ต่อปีของนายหลักแหลมอยู่ที่ 386,000 บาท มีสิทธิซื้อ SSF ได้สูงสุด 30% ของเงินได้พึงประเมินเท่ากับว่าจะสามารถซื้อ SSF 30% ของ 386,000 บาท ซึ่งก็คือ 115,800 บาท ดังนั้นนายหลักแหลมสามรถซื้อ SSF ได้ทั้งสิ้น 67,000 บาท เราลองมาดูกันว่าหากนายหลักแหลมซื้อ SSF แล้ว ภาษีที่ต้องจ่ายเป็นอย่างไร?

เงินได้สุทธิเพื่อเสียภาษี = 386,000-100,0000-60,000-9,000-67,000 = 150,000 บาท

0 – 150,000 บาท ได้รับยกเว้นภาษี

เท่ากับว่านายหลักแหลมไม่ต้องเสียภาษีเพิ่ม ทำให้ประหยัดภาษีไปได้ 3,350 บาท

เงินภาษีที่ประหยัดได้ ทำให้ นายหลักแหลม มีเงินออมในกระเป๋ามากขึ้น หรือจะนำเงินส่วนนี้ไปลงทุนต่อก็ได้ และได้มีการกันเงินออม (67,000 บาท) ไปลงทุนในกองทุน SFF มาหนึ่งกอง ซึ่งนายหลักแหลมสามารถนำกองทุนนี้ไปเป็นส่วนหนึ่งในการวางแผนเกษียณอายุ หรือวางแผนการเงินเพื่อเป้าหมายอื่นๆ ต่อได้ด้วย เท่ากับว่าการวางแผนภาษีที่ดี เหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัวเลย ดังนั้นจะรอช้าอยู่ทำไม รีบมาวางแผนภาษีกันเถอะ

บทความโดย : นิภาพันธ์ พูนเสถียรทรัพย์ CFP®, ACC นักวางแผนการเงินอิสระ และ ธนาคารไทยพาณิชย์

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...