โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิงเอเชียน

รีวิวซีรีส์ Through the Darkness (2022) l เปิดแฟ้มประวัติ ‘โปรไฟล์เลอร์’ คนแรกของเกาหลี กับสารพันคดีที่ต้องล้วงลึกจิตใจอาชญากร

Korseries

อัพเดต 16 มี.ค. 2565 เวลา 13.47 น. • เผยแพร่ 15 มี.ค. 2565 เวลา 12.36 น. • prangmprang

หลายครั้งที่เรามักได้ยินชื่อ ‘อาชีพ’ แปลกใหม่ไม่คุ้นหูจากซีรีส์เกาหลี ไม่ว่าจะเป็น ‘ผู้ตรวจการลับ’ จาก Royal Secret Agent ในปี 2020, ‘ผู้เชี่ยวชาญด้านการเก็บกวาดทำความสะอาดสถานที่เกิดเหตุ’ จาก Move to Heaven และ ‘เรนเจอร์’ จาก Jirisan ในปี 2021 ส่วนในปี 2022 นี้ เราขอพาคอซีรีส์ทุกคนไปรู้จักอาชีพ ‘โปรไฟเลอร์’ จาก ซีรีส์Through the Darkness(2022) กัน

Through the Darkness เป็นซีรีส์ที่ตีแผ่เรื่องราวและวิธีการทำงานของ โปรไฟเลอร์ หรือ ผู้วิเคราะห์พฤติกรรมของอาชญากรผ่านวิธีการทางจิตวิทยา ซึ่งเป็นเหตุการณ์จริงของ ควอนอิลยง โปรไฟเลอร์คนแรกของประเทศเกาหลีใต้ และสร้างโดยอิงมาจากนิยายเรื่อง악의 마음을 읽는 자들 ซึ่งคนที่มารับหน้าที่ถ่ายทอดบทบาทนี้ คือ คิมนัมกิล นักแสดงมากความสามารถ ที่เราเองในฐานะแฟนคลับผู้ติดตามมานาน ขอยกให้ซีรีส์เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งผลงานชิ้นโบว์แดงของเขา

ติดตามซีรีส์ Through the Darkness ได้ที่

ย้อนกลับไปช่วงก่อนปี 2000 ในยุคนั้น กรมตำรวจเกาหลียังใช้การสอบสวนหาคนร้ายด้วยวิธีดั้งเดิม คือการระดมกำลังเหล่าสายสืบหลายร้อยนาย ปูพรมค้นหาทุกซอกมุมของเมือง บ้างก็ใช้วิธีประกาศจับตามสื่อ แม้จะโชคช่วยจนจับคนร้ายเข้าคุกได้ แต่เหตุอาชญากรรมกลับเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ส่วนหนึ่งก็เพราะไม่มีใครเข้าใจเบื้องหลังจิตใจอำมหิตของคนร้าย ปัญหาทั้งหลายจึงไม่เคยถูกแก้ไข ด้วยเหตุนี้ โปรไฟล์เลอร์จึงเป็นความหวังที่จะมาสนับสนุนทั้งในการสืบสวน ให้ตำรวจกำหนดขอบเขตการจับกุมได้ครอบคลุมขึ้น ไปจนถึงจำกัดวงปัญหาที่ส่งผลให้ปีศาจร้ายในสังคมก่อตัว เป็นหน้าที่ที่จะช่วยทั้งคลี่คลายคดีและลดอัตราการเกิดเหตุซ้ำ

ในซีรีส์ Through the Darkness ใช้ฉากหลังเป็นคดีสืบสวน อาชญากรรม และจิตวิทยา โดยหยิบยกคดีจริงที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวมาผูกโยงกับกระบวนการทำงานตั้งแต่ขั้นต้น กว่าจะมีการตั้งหน่วยวิเคราะห์พฤติกรรมอาชญากร (Criminal Profiling) ขึ้นมา และเล่าถึงความยากลำบากของผู้ที่ทำหน้าที่เข้าถึงวิธีคิดและจิตใจของอาชญากร ว่าการที่ต้องศึกษาและจมอยู่ท่ามกลางอาชญากรรมอันโหดร้าย พวกเขาจะรับมือและดึงตัวตนออกจากสิ่งนั้นได้อย่างไร

หากคุณเคยรับชมซีรีส์สืบสวน-สอบสวน หรือคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่เกิดในประเทศเกาหลีใต้ เช่น Signal (2016), Taxi Driver (2021) หรือสารคดีเรื่องThe Raincoat Killer: Chasing a Predator in Korea (2021) รูปคดีและรายชื่อฆาตกรที่ปรากฏอยู่ ซึ่งเคยเกิดขึ้นจริง ได้กลับมาปรากฏอยู่ในซีรีส์ Through the Darkness อีกครั้ง โดยเป็นการเล่าผ่านมุมมองการวิธีวิเคราะห์ทางพฤติกรรมและจิตวิทยาของโปรไฟเลอร์ ตั้งแต่การวิเคราะห์วิธีคิด การดำเนินชีวิต ไปถึงขั้นความหลังฝังใจ อันเป็นเหตุที่ทำให้คนธรรมดากลายเป็นปีศาจ

ในมุมหนึ่ง ซีรีส์ Through the Darkness ถ่ายทอดความน่าติดตาม ตามแบบฉบับซีรีส์สืบสวนได้เป็นอย่างดี ส่วนอีกมุม ความรู้สึกพิเศษที่เกิดขึ้นควบคู่กันกลับเป็นความสงสารและเห็นใจที่เรามีต่อทั้งฆาตกร เหยื่อ ญาติผู้สูญเสีย ไปจนถึงเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เหตุที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ส่งต่อความรู้สึกเพิ่มเติมมาถึงผู้ชม อาจเป็นเพราะในสื่ออื่น ๆ เรามักได้ชมภาพของฆาตกรในมุมที่รุนแรง หรือไม่ก็โดนสังคมตัดสินโทษว่า เขาคือคนผิดที่ไม่สมควรได้รับการให้อภัย แต่กับ Through the Darkness ซีรีส์จะพาเราย้อนกลับไปดูภูมิหลังอันเจ็บปวด กว่าที่เด็กชายไร้เดียงสาคนหนึ่งจะเติบโตขึ้นมา ทั้งสังคมที่โหดร้าย ผู้ใหญ่รอบกายที่ไร้ความปรานี รวมไปถึงการไม่มีใครอยู่เคียงข้าง ทั้งหมดล้วนส่งเขา‘เลือก’ ทำร้ายคนบริสุทธิ์ แม้จะรู้ว่าสุดท้ายต้องลงเอยกับชีวิตที่สูญสิ้นอิสรภาพก็ตาม ดังเช่นข้อขบคิดของซงฮายอง ที่ว่า

“ไม่รู้ว่าเพราะโลกนี้ให้กำเนิดปีศาจ หรือโลกนี้ต่างหากที่สร้างปีศาจขึ้นมา”

ซงฮายอง (รับบทโดย คิมนัมกิล) เติบโตมาในครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยว แม้เขาจะได้รับความรักและการเอาใจใส่จากแม่เป็นอย่างดี แต่นั่นกลับไม่สามารถทลายกำแพงความเฉยชาที่เขามีต่อโลกใบนี้ได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเหตุการณ์สะเทือนใจในวัยเด็ก ส่งผลให้เด็กชายผู้มองทะลุจิตใจของผู้อื่นได้ดีเป็นพิเศษ เติบโตมาด้วยการแสร้งทำเป็นมองข้ามปฏิสัมพันธ์กับผู้คนรอบตัว แต่แท้จริงข้างใน เขากลับเจ็บปวดและพยายามต่อสู้กับความรู้สึกผิดที่มากกว่าใคร ๆ อยู่เสมอ

ซงฮายองเริ่มต้นชีวิตข้าราชการด้วยตำแหน่ง ‘สายสืบ’ ซึ่งแน่นอนว่าเขาปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นอย่างดี เขาขึ้นชื่อเรื่องความพยายามในการตามจับคนร้าย โดยใช้วิธีเอาตัวเองลงไปเกี่ยวข้อง และสืบหาหลักฐานพยานแวดล้อมอย่างไม่มีตกหล่น แม้ว่าบางครั้งวิธีทำงานของเขาจะถูกมองว่าเป็นการล้ำเส้นเพื่อนในทีมไปบ้าง แต่เมื่อซงฮายองหยิบยกความรู้สึกผิดที่มีต่อ ‘เหยื่อ’ เป็นที่ตั้ง ก็ไม่มีอะไรสามารถขัดขวางความมุ่งมั่นของเขาได้

และเมื่อเริ่มมีการจัดตั้ง หน่วยวิเคราะห์พฤติกรรมอาชญากร ขึ้นมา ซงฮายองที่มีผลงานเข้าตาจึงได้เข้ามาร่วมทีม และมีโอกาสสนับสนุนทีมสายสืบให้ไขคดีดังระดับประเทศมากมาย ตัวอย่างคดีที่เกิดขึ้นจริงและมีการหยิบมาเล่าในซีรีส์ ได้แก่

คดียูยองชอล

ฆาตกรต่อเนื่องที่ก่อเหตุในช่วงปี 2003 – 2004 เริ่มต้นจากการฆ่าผู้สูงอายุและคนรวย เพราะความคับแค้นวัยเด็ก ประกอบกับความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่ทำให้ชีวิตของเขายากลำบาก เมื่อเริ่มมีตำรวจตามล่า เขาจึงเปลี่ยนรูปแบบการฆาตกรรมโดยมุ่งเป้าไปที่โสเภณี เพราะเป็นกลุ่มคนที่ต่อให้หายไปก็จะไม่มีใครออกตามหา สุดท้ายยูยองชอลถูกจับกุมและยอมรับสารภาพ พร้อมทั้งชี้จุดที่นำชิ้นส่วนเหยื่อไปฝัง ความน่ากลัวและโหดร้ายของคดีนี้ก็คือ เขาศึกษาเรื่องกายวิภาคมนุษย์จนเชี่ยวชาญ ถึงขั้นเอาฟิล์มเอกซเรย์ของตัวเองมาเป็นแบบ เพื่อจัดการหั่นและทำลายศพให้สมบูรณ์แบบที่สุด

ยูยองชอลขณะถูกจับกุม

คดียูยองชอลถือเป็นคดีดังที่สะเทือนขวัญและได้รับการเล่าผ่านซีรีส์ สารคดี รวมถึงภาพยนตร์หลายเรื่อง เช่น สารคดี The Raincoat Killer: Chasing a Predator in Korea (2021) ทาง Netflix และภาพยนตร์ The Chaser (2008)

คดีจองนัมกยู

ฆาตกรต่อเนื่องผู้ปลิดชีวิตเหยื่อไปได้มากถึง 13 ศพ และมีผู้บาดเจ็บอีกกว่า 20 ราย ในช่วงปี 2004 – 2006 เขาปรับเปลี่ยนวิธีฆ่าให้รุนแรงมากขึ้น และทรมานเหยื่อยิ่งขึ้นเพื่อสนองสุขของตนเอง แต่หนึ่งสิ่งที่ปรากฏในทุกครั้งของการลงมือ คือเขาจะทำร้ายเหยื่อในที่ที่มีแสงไฟส่อง เพื่อจะได้มองดูความทรมานของเหยื่อไปในระหว่างลงมือ เมื่อถูกจับกุม จองนัมกยูไม่แสดงความรู้สึกผิดหรือละอายต่อการกระทำของตนแม้แต่น้อย และเมื่อทีมพิสูจน์หลักฐานไปค้นบ้านของเขา นอกจากจะพบอาวุธสังหารแล้ว ยังได้พบกับสมุดบันทึกวิธีดูแลสุขภาพ ที่ระบุทั้งอาหาร วิธีออกกำลังกาย ไปจนถึงวิธีทรมานเหยื่อที่เขาศึกษาทั้งจากหนังสือ ภาพยนตร์ หรือแม้แต่ข้อมูลการสืบสวนของฆาตกรรายก่อนหน้า ทั้งนี้เขาให้การว่า ทั้งหมดทำไปเพราะจะได้มีชีวิตยืนยาวและฆ่าคนได้อีกเยอะ ๆ

จองนัมกยูขณะถูกจับกุม

คดีจองนัมกยูเคยปรากฏอยู่ในซีรีส์เรื่องTaxi Driver (2021)

คดีคังโซฮุน

ฆาตกรต่อเนื่องที่ก่อเหตุในช่วงปี 2005 – 2008 ความโหดร้ายของชายคนนี้มีทั้งการข่มขืน ฆ่า และวางเพลิง แต่ข้อแตกต่างจากฆาตกรสองคนก่อนหน้าคือ เขาล่อลวงเหยื่อที่เป็นหญิงวัยตั้งแต่ 19 – 52 ปีด้วยภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูดีมีระดับ เช่น การใช้รถหรู และวางรูปของตนคู่กับสุนัขไว้ในรถเพื่อหลอกให้เหยื่อตายใจ แม้วิธีการลงมือจะทารุณ และระยะเวลาในการก่อเหตุแต่ละคดีก็ห่างกันไม่นาน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับไม่สามารถจับกุมเขาได้ ถึงขนาดที่คังโซฮุนเคยทิ้งศพไว้แบบไม่ฝัง จนในที่สุดคังโซฮุนก็ถูกจับกุมได้ในปี 2009 และถูกตัดสินโทษประหารชีวิต

รูปถ่ายที่คังโซฮุนใช้เพื่อล่อลวงเหยื่อ

เชื่อว่าแฟน ๆ คอซีรีส์สืบสวนสอบสวน น่าจะเคยได้รับชมการนำคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญข้างต้น มาเล่าผ่านรูปแบบและมุมมองต่าง ๆ กันบ้างแล้ว พอมาถึงในซีรีส์ Through the Darkness คดีเหล่านี้ จะถูกการเล่าในมุมการทำงานของ โปรไฟเลอร์ ด้วยการวิเคราะห์ลงลึกไปยังเบื้องลึกจิตใจที่มีผลต่อพฤติกรรมของฆาตกร นำเสนอผ่านกระบวนการทำงานที่เชื่อมโยงไปถึงการร่วมสืบสวนพร้อม ทีมสายสืบ และการลงพื้นที่ร่วมกับ หน่วยพิสูจน์หลักฐาน

ที่สำคัญ นอกจากความเข้มข้นในมุมการตามหาตัวคนร้าย พร้อมกับหาหลักฐานมัดตัวแล้ว ประเด็นเรื่องการดูแลรักษาสภาพจิตใจของ ‘คนทำงาน’ ที่ต้องคลุกคลีอยู่กับสารพัดความโหดร้ายที่ฆาตกรทำเอาไว้ ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คนดูอย่างเรา ๆ ตามลุ้นตามเชียร์ให้ ซงฮายอง เอาชนะสิ่งเหล่านั้น ดึงตัวเองออกมาสู่โลกความเป็นจริงให้ได้ และอย่าเผลอตัวเผลอใจกลายเป็นปีศาจไปอีกคนเช่นกัน

จุดหนึ่งที่เราประทับใจมาก ๆ ในซีรีส์เรื่องนี้ คือการเฉลยที่มาว่า ทำไมโปรไฟล์เลอร์ถึงแต่งตัวจัดเต็มทั้งใส่สูท ผูกเน็กไท ก่อนจะเข้าไปสัมภาษณ์ผู้ต้องหา ที่ครั้งหนึ่งเคยก่อเหตุสะเทือนขวัญอันไม่น่าให้อภัย นั่นเป็นเพราะว่า ไม่ว่าเขาจะเคยทำความชั่วร้ายมามากแค่ไหน สุดท้ายแล้วมนุษย์ทุกคนก็ต้องการการให้เกียรติ การให้คุณค่า และยอมรับในความแตกต่างซึ่งกันและกัน ไม่ว่า ณ ขณะนั้น คนร้ายจะกลับตัวกลับใจ และสำนึกในการกระทำของตนเองได้หรือไม่ก็ตาม

นอกจากรับชมกระบวนการกว่าจะมาเป็นโปรไฟเลอร์ หรือหน้าที่ซึ่งเป็นความหวังของกระบวนการสืบสวนของประเทศเกาหลีผ่านซีรีส์แล้วคิมนัมกิล ยังได้ชวนควอนอิลยง โปรไฟร์เลอร์คนแรกตัวจริงมาแบ่งปันประสบการณ์การทำงานของเขาอีกด้วย

ใครสนใจสามารถรับชมได้ที่คลิปด้านล่างนี้ได้เลย

ติดตามซีรีส์ Through the Darkness ได้ที่

ติดตามข่าวสารและสิ่งที่น่าสนใจจากเราได้ที่

Facebook Fanpage : facebook.com/korseriesTwitter : twitter.com/korseriesWebsite : korseries.comYoutube : Korseries

ขอความกรุณาไม่คัดลอก-ดัดแปลงบทความไปโพสต์ลงในเพจ-สำนักข่าวอื่น รวมถึงไม่นำบทความไปอ่านลง YouTube หรือแพลตฟอร์มใด ๆ โปรดช่วยแชร์เป็นลิ้งก์นะคะ ♡

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...