โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

“สุพจน์ ทรัพย์ล้อม”ลาออกแล้ว! ยุติปัญหา นั่งที่ปรึกษาฯอนุกก.นิคมอุตฯราชทัณฑ์

MATICHON ONLINE

อัพเดต 25 มิ.ย. 2563 เวลา 10.03 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2563 เวลา 10.03 น.

“สุพจน์ ทรัพย์ล้อม”ลาออกแล้ว! ยุติปัญหา นั่งที่ปรึกษาฯอนุกก.นิคมอุตฯราชทัณฑ์

“สุพจน์ ทรัพย์ล้อม”ลาออกจากที่ปรึกษาฯอนุกก.นิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์ “สมศักดิ์” ไม่ยื้อเพราะไม่อยากให้ชอกช้ำไปมากกว่านี้ ขณะที่”ชวนพิศ” ลาออกเพิ่มอีกคน

เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ที่กระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เป็นประธานการเสวนาเพื่อแสดงความคิดเห็นการสร้าง “นิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์“ และผลกระทบจากการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อศีกษาแนวทางการจัดตั้งนิคมฯ โดย เปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง จากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง องค์กรภาคประชาชน นักวิชาการ และผู้มีประสบการณ์ผ่านคดีความ เช่น นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานมูลนิธิองค์กรต่อต้านคอรัปชั่น (ประเทศไทย) นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอรัปชั่น (ประเทศไทย) นายนัทธี จิตสว่าง ที่ปรึกษาพิเศษสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย นายวินรวีร์ ใหญ่เสมอ หรือต๊ะ บอยสเก๊าท์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเริ่มเสวนารับฟังความคิดเห็น นายสมศักดิ์ ได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า พร้อมรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย ไม่ว่าความเห็นจะออกมาแบบไหนก็พร้อมยอมรับ เพราะยังอยูในขั้นการศีกษาความเป็นไปได้ของโครงการ ถ้าศึกษาแล้วมีความเห็นจากรอบด้านแล้วสร้างได้หรือไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพราะตั้งใจคิดทำโครงการนี้เพื่อต้องการคืนคนดีสู่สังคม โดยยอมรับว่า โครงการนี้ ถูกสังคมจับตามอง เนื่องจากมี การแต่งตั้งนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นที่ปรึกษาโครงการฯ ตนขอชี้แจงว่า ที่ปรึกษาที่ตั้งขึ้นจำนวน 5คน นั้น มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในแต่ละด้านที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ และจะขอคำแนะนำในเรื่องที่เขาเชี่ยวชาญ

ประกอบด้วย นางอัญชลี เชาวานิชย์ อดีตผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย /นางชวนพิศ ฉายเหมือนวงศ์ อดีตผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ นายศิวะ แสงมณี อดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์และหลายกรมในกระทรวงมหาดไทย นายเทอดศักดิ์ เศรษฐมานพ อดีตอธิบดีกรมทางหลวง และสุดท้ายคือ นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ซึ่งเป็นบุคคลที่ถูกสังคมตั้งคำถาม ยืนยันว่า การตั้งนายสุพจน์ มีเหตุผลเช่นเดียวกับที่ปรึกษาคนอื่นๆ โดยตั้งใจให้มาให้คำแนะนำเรื่องที่เขามีประสบการณ์เป็นหลัก

นายสมศักดิ์ ยังกล่าวด้วยว่า ทั้งในเชิงบริหารที่มีความเชี่ยวชาญในการบริหารงานคมนาคม ระบบการขนส่งต่างๆซึ่งเป็นระบบที่จำเป็นของการขนส่งสินค้าในนิคมรวมทั้งประสบการณ์ตรงในเรือนจำ ที่เคยเป็นผู้ต้องขังจึงรู้ใจ รู้จักและรู้ความต้องการของผู้ต้องขัง แต่สุดท้ายความคิดเห็นรอบด้านออกมาอย่างไรก็พร้อมจะยอมรับ ไม่ฝืนกระแส

ส่วนความคิดเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิในเวทีเสวนา ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์ เพราะเป็นโครงการที่ สามารถเตรียมความพร้อมให้กับนักโทษที่จะออกสู่สังคมได้มีอาชีพรองรับและมีโอกาสในการกลับสู่สังคมอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นการลดโอกาสการกระทำผิดซ้ำที่มีสถิติสูงอยู่ในปัจจุบัน ส่วนรูปแบบในการจัดตั้งนิคมราชทัณฑ์มีการเสนอให้ จัดตั้งในรูปแบบที่มีโรงงานอุตสาหกรรมหรือภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม หรือออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของเรือนจำยุคใหม่ ที่กำลังมีการก่อสร้างซึ่งจะมีพื้นที่ส่วนแยกเฉพาะออกไปเป็นสว่นฝึกอาชีพสำหรับผู้ที่จะพ้นโทษและยังไม่มีอาชีพรองรับ เมื่อฝึกจบจากในเรือนจำผลโทษแล้วก็ไปฝึกงานจริงในโรงงานอุตสาหกรรมที่พร้อมให้โอกาสอดีตผู้ต้องขังเหล่านี้ให้ได้อาชีพ

ด้านนายวินรวีร์ ใหญ่เสมอ หรือต๊ะ บอยสเก๊าท์ กล่าวว่า เมื่อทราบว่ากระทรวงยุติธรรมมีแนวคิดจัดตั้งโครงการฯนี้ รู้สึกดีใจ เพราะเป็นโครงการที่ดีสำหรับให้ผู้ที่เคยหลงผิดได้มีที่อยู่ที่ถูกต้อง ได้รับการยอมรับ ได้รับโอกาสให้กลับสู่สังคม ซึ่งเป็นเรื่องที่คนไม่เคยเจอด้วยตัวเองจะไม่มีทางรู้เลยว่า มันเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจ และตนเองก็พบกับตัวมาแล้ว ซึ่งในอดีตตนเคยตกเป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติดและคดีอาวุธปืน ใช้เวลาสู้คดีเกือบ3ปี และสุดท้ายศาลยกฟ้อง แต่แม้ตนจะไม่มีความผืด

แต่สิ่งที่ได้รับคือสังคมตราหน้าไปแล้วว่าเป็นคนไม่ดี มีผลกระทบกับงานในวงการบันเทิง โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้ภาพลักษณ์ ซึ่งก็เข้าใจได้ แต่ยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สังคมยอมรับยาก ขนาดตนเองเพียงแค่มีคดีความ แต่ไม่ได้ถูกจำคุก ก็ถูกตีตราจากสังคมแล้ว ดังนั้นหากกระทรวงฯมีโครงการนี้ ก็จะเป็นการให้โอกาสกับผู้ที่เคยหลงผิดได้มีสถานที่และอาชีพที่เหมาะสมเป็นที่ยอมรับของสังคม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนประเด็นที่เป็นข้อสังเกตและมีการแสดงความเป็นห่วง ห่วงใยจากผู้เข้าร่วมในวันนี้โดยเฉพาะจาก มูลนิธิองค์กรต่อต้านคอรัปชั่น(ประเทศไทย) คือกรณีการแต่งตั้งนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นที่ปรึกษาโครงการฯ

ซึ่งนายประมนต์ สุธีวงศ์ ได้แสดงความเห็นว่า ในเรื่องของโครงการเป็นเรื่องที่ดีสามารถยอมรับได้ภาพรวมของโครงการไม่มีอะไรขัดค้านหรือต้องปฏิเสธ แต่สิ่งที่มองว่าควรจะต้องคำนึงถึง ความรู้สึกของประชาชนคือการแต่งตั้งผู้ที่เคยต้องโทษในคดีคอรัปชั่น เข้ามาร่วมในการทำงานซึ่งจะทำให้ภาพลักษณ์ของคณะทำงานพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย

ทั้งนี้มองว่า ผู้ที่เคยต้องโทษในคดีคอรัปชั่นไม่ควรที่จะกลับเข้ามามีบทบาททางราชการ หรือทางการเมือง เพราะจะเป็นการซ้ำเติมความรู้สึกของประชาชนให้หนักขึ้นไปอีกว่า เมื่อทำผิดรับโทษแล้วก็กลับมาเชิดหน้าชูตาได้อีกครั้ง ซึ่งถ้าปล่อยไปเรื่อยๆ จะทำให้คนที่เคยกระทำผิดคอรัปชั่น ได้ใจเพราะการคอรัปชั่นไม่ใช่คดีทั่วไปแต่มีลักษณะพิเศษในการตั้งใจใช้อำนาจ เพื่อผลประโยชน์ของตัวเองและสร้างความเสียหายให้กับประเทศรุนแรง

นายสมศักดิ์ ได้กล่าวภายหลังรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนแล้วก็ได้แจ้งต่อ ที่ประชุมพร้อมแสดงจดหมายขอลาออกจากการเป็นที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการของนายสุพจน์ ซึ่งเขียนด้วยลายมือ โดยจดหมายระบุ ว่า ได้เข้าเข้ารับตำแหน่งจากการทาบทามของกระทรวงที่เห็นว่าจะสามารถใช้ความรู้ประสบการณ์และความจริงใจที่ มีต่อผู้ต้องขังสามารถมาถ่ายทอดใช้ในโครงการนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคมและประเทศชาติ จึงตัดสินใจเข้าร่วมแต่ต่อมาได้รับทราบจากสื่อต่างๆว่ากระแสความไม่เห็นด้วย เลยเห็นว่าการที่ตนรับหน้าที่เป็นที่ปรึกษามีความไม่เหมาะสมจึงได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อเป็นการยุติความขัดแย้งในสังคมและให้อนุกรรมการฯสามารถ เริ่มปฏิบัติงานเพื่อประโยชน์ของประเทศได้ทันทีจึงขอลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน ซึ่งนายสมศักดิ์ ยอมรับว่า ไม่ทัดทาน กลัวจะช้ำชอกไปกว่านี้ และนาบสุพจน์เองก็ทำงานให้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายหรือเบี้ยเลี้ยงใดๆ
ไม่จำเป็นต้องรั้งให้เขาเจ็บช้ำมากกว่านี้

นอกจากนี้ นางชวนพิศ ฉายเหมือนวงศ์ หนึ่งในที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการฯ ก็ได้ส่งจดหมายขอลาออกด้วยเช่นกันโดยให้เหตุผลว่ามีภารกิจบางประการที่รับผิดชอบ และต้องเดินทางไปต่างจังหวัดเป็นประจำทุกเดือนมีผลกระทบทำให้การทุ่มเทเวลาที่จะช่วยงานไม่ครบถ้วนตามเจตนารมณ์

ทั้งนี้ภายหลัง รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนแล้วก็จะสรุปความคิดเห็นทั้งหมดส่งให้คณะอนุกรรมการศึกษาความเป็นไปได้โครงการฯต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...