โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เตือนผู้นำเข้า "เหล็กเคลือบสังกะสี" เป็นสินค้าควบคุม ต้องมี มอก. 27 ส.ค.นี้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 ก.ค. 2563 เวลา 04.52 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2563 เวลา 04.52 น.
แฟ้มภาพ: TOSHIFUMI KITAMURA / AFP

“สมอ.” ไล่บี้ผู้นำเข้าเหล็ก แจ้งเตือน 27 สิงหาคม นี้ เหล็กเคลือบสังกะสี เป็นสินค้าควบคุม ต้องมี มอก.

นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม “สมอ.” เปิดเผยว่า ได้กำหนดให้สินค้าจำนวน 119 รายการ ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นสินค้าควบคุม โดยหนึ่งในสินค้าดังกล่าวที่กำลังจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 27 สิงหาคม 2563 นี้

โดยเฉพาะ “เหล็กกล้าทรงแบนรีดเย็นเคลือบสังกะสี” โดยกรรมวิธีจุ่มร้อน แผ่นม้วน แผ่นแถบ แผ่นตัด และแผ่นลูกฟูก มอก. 50-2561 ซึ่งผู้ประกอบการที่ทำ หรือนำเข้าสินค้าดังกล่าวจะต้องขออนุญาตจาก สมอ. ก่อนทำ หรือนำเข้า

เนื่องจากเหล็กชนิดนี้เป็นวัตถุดิบสำคัญที่นำไปใช้ผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องหลากหลายประเภท เช่น หลังคา ผนัง และส่วนประกอบของเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ตัวถังภายนอกของตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ ซึ่งการประกาศเป็นสินค้าควบคุมจะสามารถควบคุมให้สินค้ามีมาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค และปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กของประเทศให้สามารถแข่งขันได้

ข้อมูลจากศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ พบว่าตั้งแต่เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2563 มีผู้นำเข้าเหล็กดังกล่าวเข้ามาในประเทศไทยทั้งหมด 117 ราย คิดเป็นน้ำหนักรวมเกือบ 750,000 ตัน มูลค่ากว่า 15,100 ล้านบาท โดยนำมาใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนของสินค้าต่างๆ เป็นจำนวนมาก

ทั้งวัสดุก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า และชิ้นส่วนยานยนต์ หากเหล็กดังกล่าวไม่มีมาตรฐานควบคุมคุณภาพ อาจจะส่งผลต่อคุณภาพของสินค้าต่อเนื่อง ซึ่งจะมีผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนซึ่งเป็นผู้ใช้งานสินค้าดังกล่าว

ในขณะที่ในประเทศมีผู้ประกอบการที่ทำเหล็กชนิดนี้จำนวน 11 ราย และในจำนวนนี้มี 9 ราย ได้มายื่นขอใบอนุญาตตามมาตรฐานใหม่จาก สมอ. แล้ว จึงขอเตือนไปยังผู้ประกอบการที่นำเข้าเหล็กดังกล่าว ให้มายื่นขอใบอนุญาตก่อนวันที่มาตรฐานจะมีผลบังคับใช้ เพื่อให้การค้าขายเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ สมอ. ขอเตือนไปยังผู้ประกอบการที่อาศัยช่องว่างทางกฎหมายในระหว่างที่มาตรฐานยังไม่มีผลบังคับใช้ เร่งนำเหล็กดังกล่าวที่ไม่ได้มาตรฐานเข้ามาในประเทศเป็นปริมาณมาก ว่าจะเข้าตรวจสอบโดยละเอียด และจะดำเนินการให้ถึงที่สุดกับผู้ประกอบการที่กระทำผิดกฎหมาย

“ที่ผ่านมา สมอ. ได้ดำเนินการตรวจควบคุมการจำหน่ายสินค้าในกลุ่มเหล็กอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง เพื่อสกัดกั้นสินค้าไม่ได้มาตรฐานก่อนถึงมือผู้บริโภค โดยตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 – 6 กรกฎาคม 2563 สมอ. ได้ยึดอายัดเหล็กไม่ได้มาตรฐานแล้วกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งหากเหล็กดังกล่าวถูกนำไปใช้งานจะส่งผลเสียหายต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นอย่างมาก” นายวันชัย กล่าว

“จึงขอเตือนไปยังผู้ประกอบการทั้งผู้ทำ ผู้นำเข้า และผู้จำหน่าย ให้ผลิตและจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...