โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ม.มหิดล ชูวิชาการธรณีศาสตร์ แก้โจทย์แผ่นดินไหว

สวพ.FM91

อัพเดต 12 ก.ย 2564 เวลา 10.41 น. • เผยแพร่ 12 ก.ย 2564 เวลา 10.41 น.

แม้วิกฤติ COVID-19 จะยังคงไม่คลี่คลายจากจำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ภายใต้พื้นพิภพ หรือเปลือกโลกก็ยังคงคุกรุ่นด้วยความร้อนตามธรรมชาติจากภายใต้พื้นโลกซึ่งทำให้เกิดเหตุแผ่นดินไหวจากการเคลื่อนที่ของแผ่นดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ซึ่งอยู่ในส่วนของเปลือกโลกที่เปราะบาง ด้วยความรู้ทางธรณีศาสตร์ หรือ Geoscience จะทำให้เรารู้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติของพื้นโลก เพื่อเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติที่อาจเกิดอย่างไม่คาดฝันได้ทุกเมื่อ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธัชวีร์ ลีละวัฒน์ รองอธิการบดีฝ่ายสารสนเทศและวิทยาเขตกาญจนบุรี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน SDGs ข้อที่ 4 ซึ่งว่าด้วยการศึกษาที่เท่าเทียม มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ซึ่งเป็นสถาบันผู้นำวิชาการด้านธรณีศาสตร์ของประเทศไทย ได้จัดตั้งอุทยานธรณีและพิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษาทางด้านธรณีศาสตร์สำหรับผู้ที่อยู่ในแวดวงธรณีศาสตร์ รวมทั้งประชาชนผู้สนใจทั่วไป ในพื้นที่ 70 ไร่ โดยมีไฮไลท์ที่การจัดแสดงหินซึ่งมีอายุเก่าแก่ที่สุดในโลกนับ 4,400 ล้านปีจากพื้นที่ภาคตะวันตกของประเทศออสเตรเลีย บริเวณแจ็คฮิลส์ (Jack Hills) ร่วมด้วยตัวอย่างหิน แร่ ซากดึกดำบรรพ์ ฯลฯ จากสถาบันและองค์กรทางธรณีศาสตร์ต่างๆ ในประเทศและทั่วโลก จากมหาวิทยาลัยชั้นนำอันดับโลกที่มีความร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี อาทิ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน สถาบันวิจัยทางธรณีวิทยาแห่งรัสเซีย นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก สหพันธรัฐรัสเซีย มหาวิทยาลัยสึกุบะ ประเทศญี่ปุ่น มหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศสหราชอาณาจักร ฯลฯ รวมทั้งตัวอย่างหินจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยที่พร้อมจัดแสดงเพื่อการต่อยอดศึกษาวิจัยไว้อย่างครบครัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้มีการสร้างเครือข่ายที่แน่นแฟ้นกับ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับเปลือกโลกสมัยบรรพกาลตั้งแต่ประมาณ 2,900 ล้านปี โดยได้มีการจัดแสดงตัวอย่างหิน แร่ ซากดึกดำบรรพ์ จากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ อุทยานธรณีและพิพิธภัณฑ์ (GEOLOGICAL PARK & MUSEUM)  มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ถึงกว่า 100 ชิ้น นอกจากนี้ ได้มีการแลกเปลี่ยนนักศึกษา และบุคลากรเพื่อแลกเปลี่ยนทางวิชาการระหว่างทั้งสองมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง 

ซึ่งการได้มีความร่วมมือศึกษาวิจัยด้านธรณีศาสตร์กับมหาวิทยาลัยชั้นนำอันดับโลกต่างๆ คือ ปัจจัยสำคัญสู่การเป็นผู้นำวิชาการด้านธรณีศาสตร์ โดยที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ได้พิสูจน์ถึงศักยภาพทางวิชาการธรณีศาสตร์ จากความสำเร็จในการค้นพบแนวคิดใหม่ๆ เกี่ยวกับธรณีแปรสัณฐานในภาคตะวันตกของประเทศไทย

อาจารย์ ดร.ปริญญา พุทธาภิบาล อาจารย์ประจำสาขาวิชาธรณีศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ผู้คร่ำหวอดในแวดวงวิชาการด้านธรณีศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคตะวันตกของประเทศไทย ได้กล่าวถึงกรณีเกิดเหตุแผ่นดินไหวว่า ประเทศไทยโชคดีที่มีสภาพธรณีสัณฐานที่ค่อนข้างเสถียร ในภาพรวมพบการเคลื่อนที่ของแผ่นดินน้อยมาก เพียงปีละ 1 - 2 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับประเทศที่อยู่ด้านตะวันตกของรอยเลื่อนสกาย (Sagaing fault) ที่มีระนาบรอยเลื่อนเอียงเทไปทางตะวันตกใต้ทะเลอันดามัน ซึ่งพบการเคลื่อนที่ของเปลือกโลกประมาณ 6 - 8 มิลลิเมตรต่อปี ดังนั้น ตราบใดที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพทางธรณีสัณฐานในภูมิภาค โอกาสการเกิดแผ่นดินไหวที่รุนแรงในประเทศไทยน้อยมากๆ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันตก

อย่างไรก็ดี อาจารย์ ดร.ปริญญา พุทธาภิบาล กล่าวว่า ไม่ต้องวิตกจนเกินเหตุแต่ก็ไม่ควรประมาท และได้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินไหวในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทยตามลำดับ คือ ภาคเหนือ ภาคใต้ ตามด้วยภาคตะวันตก และภาคกลาง โดยการถอดรหัสจากข้อมูลแหล่งน้ำพุร้อนในประเทศไทย จำนวน 90 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคใต้ ซึ่งทั้งหมดเกิดสัมพันธ์กับแนว "รอยเลื่อนมีพลัง" (Active fault) หรือรอยเลื่อนที่มีการเคลื่อนไหวในช่วง 10,000 ปีที่ผ่านมา และความร้อนใต้พิภพ จากระดับลึกที่เคลื่อนขึ้นมาตามระนาบรอยแตกนั้นๆ พบว่าอุณหภูมิของน้ำพุร้อนส่วนใหญ่ในแหล่งภาคเหนือ และภาคใต้ คือ 80 - 100 องศาเซลเซียส และ 60 - 79 องศาเซลเซียส ตามลำดับ ส่วนอุณหภูมิของน้ำพุร้อนในแหล่งภาคกลางและภาคตะวันตก ต่ำกว่ามากเพียง 37 - 59 องศาเซลเซียส กรณีศึกษาเมื่อปี 2547 ที่เกิดแผ่นดินไหวขนาด 9.1 - 9.3 แมกนิจูด และเกิดเหตุสึนามิครั้งใหญ่ พบอุณหภูมิน้ำพุร้อนสูงขึ้นตลอดแนวรอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ ตั้งแต่น้ำพุร้อนหินดาด อำเภอทองผาภูมิ ตามแนววางตัวลำน้ำแควน้อย ต่อเนื่องไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านบ้านวังมะนาว อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี และพาดลงไปทางปากอ่าวไทย โดยมีการพบว่าบ่อน้ำผิวดินของชาวบ้านที่อยู่เหนือแนวรอยเลื่อนบ่อหนึ่ง น้ำในบ่อมีอุณหภูมิสูงขึ้นถึง 48 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2547 หลังจากแผ่นดินไหวสุมาตราได้ 2 วัน (ก่อนหน้านั้นไม่มีการใช้น้ำ) และจากนั้นอุณหภูมิน้ำค่อยๆ ลดลงวันละ 2 องศาเซลเซียส

ตลอดเดือนพฤศจิกายน 2564 ที่จะถึงนี้ จะเป็นเดือนที่มหาวิทยาลัยมหิดลกำหนดจัด "งานมหิดลวิชาการ ประจำปี 2564" ทางออนไลน์ โดยจะมีการเปิดบ้านวิชาการ หรือ Open House ของคณะ/สถาบันต่างๆ ของ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อแนะนำหลักสูตรที่น่าสนใจ ซึ่งรวมถึงหลักสูตรธรณีศาสตร์ ของ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ผู้ปกครอง รวมทั้งครูแนะแนวที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารได้ที่ www.mahidol.ac.th หรือ Facebook : Mahidol University

"การเปลี่ยนแปลงใดๆ ในโลกที่เราอาศัยอยู่ ย่อมส่งผลกระทบต่างๆ ให้เกิดขึ้นได้ ไม่ทางตรง ก็ทางอ้อม ยิ่งเรามีความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติของโลกมากขึ้นเท่าใด โลกของเราก็จะปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น" อาจารย์ ดร.ปริญญา พุทธาภิบาล กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...