โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ชีวิตพิศวงของ “เจ้าหญิงปราง” (เจ้าจอมปราง) และพระราชโอรสลับในพระเจ้าตาก?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 23 พ.ค. 2568 เวลา 03.31 น. • เผยแพร่ 23 พ.ค. 2568 เวลา 00.07 น.
อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ วงเวียนใหญ่ ธนบุรี

ชีวิตพิศวงของเจ้าหญิงปราง (เจ้าจอมปราง) และพระราชโอรสลับในพระเจ้าตาก?

เจ้าหญิงปรางผู้ที่ต่อมาคือ เจ้าจอมมารดาเจ้าหญิงปราง เป็นเจ้าจอมองค์หนึ่งใน สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ชีวิตของเจ้าจอมมารดาองค์นี้น่าที่จะแสดงถึงพระราชอัธยาศัย หรือเข้าใจถึงพระบรมราโชบายด้านการเมืองของ พระเจ้าตาก ประการใดประการหนึ่ง หรืออาจเป็นได้ทั้งสองประการ

เจ้าหญิงปราง เป็นธิดา เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (หนู) หัวหน้าชุมนุมเจ้านครฯ ซึ่งเป็นชุมนุมหนึ่งในห้าชุมนุม ที่ตั้งขึ้นครั้งกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่า พ.ศ. 2310

เมื่อ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เสด็จยกทัพไปปราบชุมนุมเจ้านครฯ เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (หนู) ยอมสวามิภักดิ์ ตามเสด็จเข้ามารับราชการอยู่ ณ กรุงธนบุรี และได้ถวายธิดาเป็นบาทบริจาริกา 3 องค์ คือ เจ้าหญิงฉิม โปรดสถาปนาเป็น “กรมบริจาภักดีศรีสุดารักษ์” เจ้าหญิงจวน หรือ ยวน และธิดาองค์เล็กสุด คือ เจ้าหญิงปราง หรือทูลกระหม่อมฟ้า หญิงเล็กของชาวนครศรีธรรมราช

ครั้งนั้นความสัมพันธ์ระหว่างกรุงธนบุรีกับนครศรีธรรมราชใกล้ชิดสนิทสนมกันเป็นอย่างมาก หลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงสัมพันธภาพอันสนิทแน่นระหว่าง สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กับ เจ้าพระยานครฯ คือการที่โปรดพระราชทานสิทธิพิเศษแก่เจ้าพระยานครฯ เป็นอย่างมาก เช่น มีพระบรมราชานุญาตให้มีละครหญิงในราชสำนักของเจ้านครฯ ได้ ซึ่งนับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูง เพราะแต่เดิมมานอกจากในพระราชสำนักแล้ว จะไม่พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ผู้ใดมีละครหญิง

แต่จะเป็นด้วยเหตุที่ว่าเพราะทรงมีความสัมพันธ์สนิทสนมเป็นส่วนพระองค์กับเจ้าพระยานครฯ หรือเป็นเพราะทรงมีพระบรมราโชบายด้านการเมืองที่ลึกซึ้งก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ “เจ้าจอมมารดาเจ้าหญิงปราง” ก็เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่เกี่ยวข้องกันอย่างน่าสนใจ ดังนี้

ดังได้กล่าวแล้วว่า เจ้าจอมมารดาเจ้าหญิงปรางเป็นธิดาองค์เล็กของเจ้าพระยานครฯ ซึ่งถวายเป็นบาทบริจาริกาในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช แม้จะมิได้มีบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตตอนต้นของเจ้าหญิงปรางไว้ในประวัติศาสตร์ แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อมาชวนให้สันนิษฐานว่า เมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเสด็จยกกองทัพไปปราบชุมนุมเจ้านครฯ ขณะนั้นเจ้าหญิงปรางน่าจะอยู่ในวัยรุ่นกำดัด ทรงสิริโฉมงดงาม เป็นที่ต้องตาต้องใจของทหารเอกคู่พระทัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชคนหนึ่ง คือ เจ้าพระยาพิชัยราชา

เจ้าพระยาพิชัยราชาผู้นี้เป็นทหารผู้เคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตั้งแต่ครั้งที่ตีฝ่ากองทัพพม่ามาด้วยกันเมื่อปลายกรุงศรีอยุธยา และในสงครามอีกหลายครั้ง รวมทั้งคราวปราบชุมนุมเจ้านครฯ ด้วย

เมื่อเจ้าพระยานครฯ ยอมแพ้เข้าสวามิภักดิ์ ถวายธิดา 3 องค์ เป็นบาทบริจาริกาในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชนั้น ชะรอยเจ้าพระยาพิชัยราชาจะเข้าใจว่าเจ้านครฯ ถวายแต่เจ้าหญิงฉิมเพียงองค์เดียว ส่วนเจ้าหญิงปรางนั้นตามเข้าไปอยู่ด้วยกันกับพี่สาวในพระราชวัง

ดังนั้นเมื่อเสร็จศึกสงครามแล้ว เจ้าพระยาพิชัยราชาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น เจ้าพระยาสวรรคโลก ผู้สำเร็จราชการเมืองสวรรคโลก และด้วยเหตุที่เข้าใจผิดดังกล่าว เจ้าพระยาพิชัยราชาจึงส่งเถ้าแก่มาสู่ขอเจ้าหญิงปราง

เรื่องราวตอนนี้ปรากฏหลักฐานในพระราชพงศาวดารว่า “…ในเดือน ๑๒ ปีวอก อัฐศก จศ ๑๑๓๘ (พ.ศ. ๒๓๑๙) นั้น เจ้าพระยาพิชัยราชาผู้เป็นเจ้าพระยาสวรรคโลก ลงมารับราชการอยู่ ณ กรุงแต่งผู้เฒ่าผู้แก่เข้าไปขอน้องสาวเจ้าจอมฉิมพระสนมเอกบุตรตรี เจ้านครศรีธรรมราช ซึ่งอยู่ในพระราชวัง จะมาเลี้ยงเป็นภรรยา

ครั้งนั้น พระราชพงศาวดารได้บันทึกปฏิกิริยาของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่ทรงมีต่อเรื่องนี้ว่า

“…ครั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงทราบก็ทรงพระพิโรธ ดำรัสว่ามันทำบังอาจจะมาเป็นคู่เขยน้องเขยใหญ่กับกูผู้เป็นเจ้าแผ่นดิน จึงดำรัสสั่งให้เอาตัวเจ้าพระยาพิชัยราชาไปประหารชีวิตเสีย ตัดศีรษะมาเสียบประจานไว้ที่ริมประตูข้างฉนวนลงพระตำหนักแพ อย่าให้ใครเอาเยี่ยงอย่างสืบไปภายหน้า…”

แม้ว่าเจ้าพระยาพิชัยราชาจะถูกประหารชีวิตไปแล้ว แต่เรื่องราวของเจ้าหญิงปรางก็มิได้ยุติเป็นปกติ เพราะในปลายปีนั้นเอง เจ้าพระยานคร (พัฒน์) ขณะดำรงตำแหน่งพระอุปราชเมืองนครศรีธรรมราช เคยรับราชการสนองพระเดชพระคุณตามเสด็จไปราชการทัพ รบชนะศึกหลายครั้งเป็นที่โปรดปราน ได้เข้ามาถวายข้อราชการ ณ กรุงธนบุรี

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงทราบว่า เจ้าพระยานคร (พัฒน์)เป็นม่าย ภรรยา คือ เจ้าหญิงนวล ธิดาองค์โตของเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (หนู) ถึงแก่กรรม จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ออกโอษฐ์พระราชทานเจ้าหญิงปรางให้เป็นภรรยาแทน

พระราชพงศาวดารบันทึกประวัติศาสตร์ตอนนี้ไว้ว่า “…เนื่องจากทรงสงสารด้วยภรรยาตาย…” และแม้ท้าวนางฝ่ายในจะทูลเตือนว่า นางนั้นขาดระดูอยู่ แต่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชก็มิได้ทรงเปลี่ยนพระทัย กลับดำรัสว่า ได้ออกปากให้เขาแล้วก็พาไปเถิด

ด้วยเหตุนี้ เจ้าหญิงปราง ซึ่งขณะนั้นทรงอยู่ในตำแหน่งเจ้าจอม และทรงครรภ์ได้ 2 เดือน จำต้องเสด็จไปอยู่นครศรีธรรมราชตามพระราชประสงค์ของพระราชสวามี

หลักฐานเอกสารเรื่อง “อธิบายเรื่องตั้งเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย)” ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ตอนนี้ว่า

“…เมื่อท้าวนางพาธิดาเจ้านครไปส่งนั้น เจ้าอุปราช (พัฒน์) ก็ทราบความลับนั้น มีความยำเกรงพระบารมีก็ต้องรับไว้เป็นท่านผู้หญิงอย่างกิตติมศักดิ์อยู่จนตลอดอายุ…”

การที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงรับสั่งประหารชีวิต “เจ้าพระยาพิชัยราชา” ผู้สำเร็จราชการเมืองสวรรคโลก กรณีแต่งเถ้าแก่ไปสู่ขอเจ้าหญิงปราง แต่กลับพระราชทานเจ้าหญิงปรางซึ่งทรงครรภ์ได้ 2 เดือนแก่เจ้าอุปราช (พัฒน์) นั้น เป็นเรื่องที่แปลก และน่าที่จะศึกษาค้นคว้าหลักฐานเกี่ยวกับพระราชดำริของพระองค์

อย่างไรก็ตาม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงมีพระราชวิจารณ์เหตุการณ์ครั้งนี้ว่า

“…อยู่มาเมื่อปลายแผ่นดินตาก ชายาเจ้าอุปราชเมืองนครตาย ด้วยความโปรดปรานอย่างตึงตังอย่างไร หรือเพราะความคิดของเจ้ากรุงธนบุรีที่จะปลูกฝังลูกให้ได้ครอบครองเมืองอื่น ๆ กว้างขวางออกไปแนวเดียวกันกับให้กรมขุนอินทรพิทักษ์ออกไปครองเมืองเขมรนั้น จึงได้พระราชทานบุตรหญิงเจ้านครซึ่งเป็นน้องเจ้าจอมมารดาฉิม มารดาพระพงศ์นรินทร์ให้ออกไปเป็นชายา…”

เจ้าจอมมารดาเจ้าหญิงปราง เสด็จไปประทับอยู่ ณ เมืองนครศรีธรรมราช อย่างแม่เมือง จนประสูติพระราชบุตรพระนาม เจ้าน้อย ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า เจ้าน้อยผู้นี้คือพระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

เอกสารอธิบายเรื่องตั้ง เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) ไว้ว่า

“…ความที่ว่าเจ้าพระยานคร (น้อย) เป็นราชบุตรลับของพระเจ้ากรุงธนบุรีนั้น แม้ฝรั่งทางเมืองเกาะหมากก็รู้ ได้เขียนหนังสือพิมพ์ไว้แต่ในรัชกาลที่สาม…”

ด้านความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าน้อยกับพระราชโอรสพระราชธิดาองค์อื่นๆ ในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชวิจารณ์ว่า

“…เจ้าพระยานครผู้นี้มีอำนาจวาสนามากกว่าเจ้าพระยานครทุกคน เป็นเรื่องที่เขาเล่ากระซิบกันเป็นการเปิดเผย และพวกบุตรหลาน เจ้ากรุงธนบุรีก็นับถือว่าเป็นพี่น้อง เหตุฉะนั้นจึงนับเกี่ยวข้องกันในเชื้อวงศ์เจ้ากรุงธนบุรีกับพวกนครศรีธรรมราช…”

ด้วยเหตุที่กรุงธนบุรีมีสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับเมืองนครศรีธรรมราชเช่นนี้ จึงมีผู้เล่าลือและเชื่อกันว่า เมื่อเกิดเหตุจลาจลปลายกรุงธนบุรี และพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชขณะทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก โปรดให้สำเร็จโทษสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มีผู้ช่วยเหลือให้พระองค์ได้เสด็จหนีไปนครศรีธรรมราช โดยทรงผนวชซ่อนองค์อยู่ในถ้ำวัดเขาขุนพนม ซึ่งเป็นชัยภูมิที่เหมาะ

กล่าวกันว่า ปัจจุบัน ยังมีหลักฐานและร่องรอยปรากฏให้เห็น เช่น อาคารที่ประทับ และด้านหน้าถ้ำยังปรากฏร่องรอยของกำแพงก่ออิฐถือปูนประดับใบเสมาทำนองเดียวกับกำแพงเมือง และซากป้อมซึ่งมีช่องคล้ายที่ตั้งปืนใหญ่ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีผู้พบหลักฐานเอกสารยืนยันคำเล่าลือและความเชื่อดังกล่าว

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

หมายเหตุ : คัดเนื้อหาส่วนหนึ่งจากหนังสือ “ลูกท่านหลานเธอ” เขียนโดย ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย (มติชน, 2558)

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 27 พฤษภาคม 2562

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชีวิตพิศวงของ “เจ้าหญิงปราง” (เจ้าจอมปราง) และพระราชโอรสลับในพระเจ้าตาก?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...