Move on [เมื่อรักต้องเปลี่ยน] (มี EBOOK)
ข้อมูลเบื้องต้น
Move on | INTRO
ทุกคนมีความสวยในแบบของตัวเอง นั่นคือสิ่งที่เธอเชื่อมั่น เพียงแต่หากว่ากันตามพิมพ์นิยม คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอดูดีไม่ได้ครึ่งของ 'น้องเฟรม' แฟนเก่าเขาเลย
และด้วยเหตุผลเดียวกันนั้น สถานะของเธอกับเขาจึงมีเพียงคนสนิทเท่านั้นที่รู้
เขาอายที่จะเดินจับมือเธอแล้วบอกคนอื่นว่าเธอคือแฟนของเขา นั่นแหละคือสิ่งที่เธอสัมผัสได้
ในวันที่น้องเฟรมกลับเข้ามาในชีวิต นัยน์ตาเขาสั่นไหวแค่ไหนเธอเห็นชัดเจน
ยิ่งนานวัน ความพยายามที่เธอมีมันยิ่งทำให้เธอรู้สึกเหนื่อยล้า
เหนื่อยที่จะต้องเฝ้าถามกับตัวเองว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาจะไปได้ไกลแค่ไหน
เหนื่อยที่จะต้องตั้งคำถามว่าตกลงเขารักเธอจริงรึเปล่า หรือเรื่องระหว่างเรามันเป็นแค่ความผิดพลาด ที่เขาไม่ได้ตั้งใจให้มันดำเนินมาถึงจุดนี้
เธอไม่โกรธถ้าเขาจะกลับไปคบกับน้องเฟรม ในเมื่อเขาไม่รัก เธอก็ไม่คิดจะฝืน
การจบกันด้วยดีคือของขวัญครบรอบสองปีครึ่งที่เขาคบกับเธอ สิ่งที่เธอทำในวันนั้นคือก้าวออกมาจากชีวิตเขาอย่างสมบูรณ์แบบ
แต่แล้วทำไมในวันนี้ พอเธอจะเริ่มต้นใหม่บ้างเขากลับมาโวยวายไม่เลิกรา เขากลายเป็นคนฟังไม่รู้เรื่อง ไม่ว่าเธอจะปฏิเสธสักกี่หนเขาก็ไม่ยอมไปไหน
คีย์ไม่ใช่คนโง่ เขาคือนักศึกษาว่าที่เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง แต่ทำไมครั้งนี้เขากลับไม่เข้าใจเธอเลย
ระหว่างเขาคนนั้นที่ดูแลใส่ใจเธอดีทุกอย่าง กับเขาที่ไม่เคยหันมาสนใจเธอเลย คำตอบของโจทย์ข้อนี้มันก็ชัดเจนอยู่แล้ว ทำไมต้องมาถามซ้ำอีก?
เมรี นันทปภาพร
วันนั้นเราเลิกกับเธอ
เปิดโอกาสให้เธอกลับไปหาน้องเขาแล้ว
ความสัมพันธ์ระหว่างเรามันจบลงแล้ว
เพราะฉะนั้นขอร้องนะคีย์
เธอหยุดโวยวายสักทีได้ไหม
"เธอจะให้เราทิ้งคนที่ไม่เคยทำให้เราเจ็บ
เพื่อกลับมาหาเธอ คนที่ทำให้เราเจ็บทุกวันหรอคีย์?"
คีย์ วรภพ กิตติอนันต์
"ขอโอกาสคีย์สักครั้งไม่ได้เลยหรอเมย์"
สนใจกดติดตามไว้ได้นะค้าบบ
เรื่องนี้นางเอกสาย Move on
ไม่ม่านานนน
หรือถ้าสนใจ EBOOK เชิญจิ้มได้เลยน้าา
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNDkxMzY3MCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjI3MzYwMiI7fQ
**** ใครใช้ IOS ซื้อผ่านเว็ปจะถูกกว่าซื้อในแอปนะคะ ****
กดเข้าลิ้งไปซื้อก่อน ค่อยกลับมาอ่านในแอปก็ได้น้า
(ปล.อิมเมจคีย์ = แจ็คกี้ จักริน ค่า)
Move on | เหมือนจะใช่ แต่ก็ไปไม่ถึง 1/2
~ บทที่ 1 ~
เหมือนจะใช่ แต่ก็ไปไม่ถึง
เป็นเวลาหกโมงครึ่งที่หญิงสาวในชุดนักศึกษาก้าวออกมาจากลิฟต์เพื่อมาหยุดที่ห้อง ๆ หนึ่ง หลังจากเคาะประตูสองสามครั้ง เมื่อไม่มีเสียงตอบรับ เมรี จึงตัดสินใจใช้คีย์การ์ดปลดล็อก พาตัวเองเข้ามาในห้องหรูอย่างถือวิสาสะ
ถุงโจ๊กและปาท่องโก๋ถูกวางลงบนเชลเตอร์โซนครัว เธอกวาดมองขวดเหล้าและจานกับแกล้มที่วางเกลื่อนตรงหน้าโซฟาแล้วผ่อนลมหายใจ เดินผ่านไปยังห้องนอนด้านในซึ่งเปิดแง้มเอาไว้
เห็นคนตัวสูงเปลือยท่อนบนสวมเพียงกางเกงขาสั้นนอนคว่ำหมดสภาพบนเตียง ก้อนเนื้อในอกก็สั่นไหวขึ้นมาครู่หนึ่ง จะกี่ครั้งเธอก็ไม่ชินกับการเห็นมัดกล้ามของเขาสักที
แฟนเธอนี่ช่างกะไร เปิดแอร์เย็นขนาดนี้ยังจะถอดเสื้อนอนอีก
"คีย์ตื่นได้แล้ว วันนี้เปิดเทอมวันแรกนะ" เขย่าขาเขาก่อนเดินไปเปิดม่านแล้วกลับมาปลุกต่อ
"คีย์ เรียนแปดโมงไม่ใช่เหรอ ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลย"
"อือ" โดนเธองัดแขนขึ้นมาจึงมีเสียงครางตอบรับ ทว่าแทนที่จะลุก เขากลับทิ้งน้ำหนักตัวซะอย่างนั้น
"คีย์ลุกขึ้นมาได้แล้ว เมย์ก็มีเรียนแปดโมงนะ เดี๋ยวสายกันหมด"
"อืออ ขออีกสิบนาที" ว่าแล้วก็ม้วนผ้าห่มพันตัว หันหลังให้แสงแดดยามเช้าที่ส่องผ่านกระจก
เมรีมองแฟนตัวเองแล้วยิ้มขำ เหลือบมองนาฬิกาหัวเตียงก่อนออกมาเก็บกวาดห้องนั่งเล่น เมื่อครบสิบนาทีตามที่เขาขอจึงกลับเข้ามาปลุก
"คีย์ครบสิบนาทีแล้วนะ ตื่นเร็ว" คลานเข่าขึ้นไปบนเตียงแล้วออกแรงรั้งผ้าห่ม
"คีย์ ไม่เอาน่า ลุกขึ้นมาเร็วเข้า"
"คีย์ อ้ะ!" โดนเขย่าคราวนี้ วรภพ ก็รวบตัวคนปลุกมาไว้ในอ้อมแขนทั้งเปลือกตาที่ยังคงปิดสนิท
ลมหายใจอุ่นที่เป่ารดข้างแก้มทำเมรีตัวแข็งทื่อ ใบหน้าร้อนฉ่าขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม เหลือบหางตามองจึงเห็นว่าปลายจมูกเขาแทบจรดบนผิวแก้ม มุมปากหยักของอีกฝ่ายยกขึ้นเล็กน้อยกลายเป็นยิ้มเล็ก ๆ รับเข้ากับจมูกโด่งเป็นสันและสันกรามคมกริบ
"เช้านี้เอาซาลาเปามาให้คีย์กินเหรอ" ถามแบบนั้นแต่ไหนเลยจะรอคำตอบ จัดการงับพวงแก้มนิ่มกระชับกอดเธอแน่นขึ้น
"ฮื่อคีย์! ตื่นแล้วก็รีบลุกไปอาบน้ำเลย รู้ไหมว่านี่กี่โมงแล้ว" แสร้งทำเสียงดุข่มความประหม่า เธอพลิกตัวหนีแล้วออกแรงดิ้น ทว่าเขากลับรั้งเอวเธอเข้าไปแนบลำตัว ซ้ำยังดันตัวขึ้นมาหอมแก้มเธอซ้ำอีก!
"รู้สิ เพิ่งจะหกโมงสี่สิบห้า" ว่าจบวรภพก็ทิ้งท้ายด้วยการจูบมุมปากเมรีแล้วลุกไปอาบน้ำ "อุ่นซาลาเปาที่เหลือให้คีย์ด้วยนะเมย์ อาบน้ำเสร็จคีย์จะออกไปกินต่อ"
"อาบน้ำเร็ว ๆ เลยคีย์!" สิ้นคำเธอเสียงหัวเราะชอบใจก็ดังลอดออกมาจากห้องน้ำ
เมรีจัดการเก็บที่นอน หยิบเสื้อยืด เสื้อช็อป และกางเกงยีนส์ออกมาเตรียมไว้ให้พร้อม จะเหลือเสียก็แต่บ็อกเซอร์ในตะกร้าที่เธอเว้นเอาไว้ให้เขาได้เลือกเอง
จัดการเรื่องเครื่องแต่งกายเสร็จแล้ว โจ๊กเจ้าประจำก็ถูกเทใส่ชาม โรยด้วยขิงและต้นหอมผักชีน่าทาน ข้างกันนั้นมีน้ำหนึ่งแก้วกับเครื่องดื่มแก้เมาค้าง
ฟอด
"ซาลาเปาร้อนกำลังพอดีเลย นี่เมย์อุ่นด้วยวิธีไหน วิธีเขินรึเปล่า?" แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยวรภพก็ตรงเข้ามาสวมกอดเมรีจากทางด้านหลัง กระซิบข้างหูหยอกเธอไปหนึ่งครั้งก็โดนศอกกระทุ้งเข้าที่ท้องมาหนึ่งที
วรภพแกล้งร้องโอดโอย กระทั่งโดนเมรีถลึงตาใส่จึงยกมือยอมแพ้ เดินไปนั่งทานมื้อเช้าที่เธอเตรียมไว้ด้วยใบหน้าประดับรอยยิ้ม
"ปวดหัวรึเปล่า เมย์เห็นเหล้าหมดตั้งสองขวด ทำไมดื่มขนาดนั้นล่ะคีย์ รู้อยู่ว่าวันนี้เปิดเทอม" อดไม่ได้ที่จะถาม เมรีมองแฟนด้วยความเป็นห่วง ซึ่งเขาเองก็ดูจะเข้าใจเธอดีจึงรีบตอบให้เธอเบาใจ
"เมื่อวานพวกไอ้นัทมันมาส่งท้ายก่อนเปิดเทอม ของคีย์แค่สองแก้ว ที่เหลือฝีมือพวกมันล้วน ๆ"
ตอบจบก็เคี้ยวตุ้ย ๆ จบจากมื้อเช้าทั้งคู่ก็ออกจากห้องมาขึ้นรถสัญชาติเยอรมัน โดยมีวรภพเป็นสารถี
ระหว่างติดไฟแดง วรภพเลื่อนสายตามองหญิงสาวข้างตัวเป็นระยะ วันนี้เป็นวันแรกที่เขาได้เจอเธอหลังจากหยุดปิดเทอมไปนานนับเดือน ได้กลับมาเห็นเมรีก้มหน้าไถโทรศัพท์ไล่หาลิสต์เพลงที่เขาชอบมาเปิดคลอบรรยากาศภายในรถ ขอบปากเขาก็ยกสูงขึ้นไม่รู้ตัว
ไม่มีบทสนทนามากมายเกิดขึ้นบนรถ หากแต่บรรยากาศยังคงผ่อนคลาย แฟนเขาไม่ใช่คนช่างพูด ออกจะพูดน้อยด้วยซ้ำโดยเฉพาะกับคนที่ไม่สนิท แต่เพราะสายตาเธอฉายความกระตือรือร้นตลอดเวลา เลยทำให้คนที่อยู่ด้วยรับรู้ว่าไม่ใช่เธอไม่สนใจ เพียงแต่เธอเป็นคนชอบฟังมากกว่าพูดเท่านั้นเอง
"กลับบ้านเป็นไงบ้าง สนุกไหม"
เมรีเป็นเด็กเชียงใหม่มาเรียนไกลถึงกรุงเทพตั้งแต่มัธยม ปิดเทอมหรือหยุดยาวทีไรเป็นอันต้องนั่งเครื่องกลับบ้านด้วยความคิดถึง
"อื้อ อยู่แล้วไม่อยากกลับมาเลย เห็นรถติดแล้วคิดถึงถนนบนดอย" ตอบเขาขณะทอดสายตามองนอกกระจก
วรภพลูบศีรษะแฟนด้วยความเอ็นดู เขาไม่ได้ใส่ใจคำพูดเธอนัก รู้ว่ายังไงเธอก็ไม่หนีกลับบ้านอย่างที่ปากว่า
เมย์เป็นคนรักเรียนแถมยังติดเขายิ่งกว่าอะไรดี ไม่มีทางที่เธอจะไม่กลับมาหาเขา
มือหนาที่เคยวางบนหัวเลื่อนลงมากุมมือเล็กของแฟน ตลอดทางวรภพไม่เปลี่ยนเกียร์เลยสักครั้ง เขากุมมือเธอแบบนั้นกระทั่งมาถึงมหาวิทยาลัย
"เพื่อนมารึยัง? ไปนั่งกับคีย์ก่อนไหม" ถามก่อนจะลงจากรถ เหลือเวลาเกือบชั่วโมงกว่าจะเข้าคลาสเรียน
เมรีก้มมองข้อความของตัวเองในไลน์กลุ่มที่ไร้คนอ่าน เดาได้เลยว่าเพื่อนสนิททั้งสองคนของเธอคงจะเพิ่งตื่นหรือไม่ก็อาบน้ำอยู่
"อื้อ แบบนั้นก็ได้"
บทบาทของการเป็นแฟนระหว่างเขาและเธอสิ้นสุดลงเมื่ออยู่ต่อหน้าสาธารณชน ระหว่างเดินมานั่งในคณะวิศวะ สิ่งที่เขาแสดงออกต่อเธอจะอยู่ในขอบเขตของเพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น
คีย์ขอเธอตั้งแต่วันแรกที่คบกัน เขาขอให้เธออย่าบอกคนอื่นว่าเธอเป็นแฟนเขา สิ่งที่ทุกคนรับรู้คืออดีตเดือนวิศวะอย่างเขาครองตัวโสดมาตลอด ถึงจะมีผู้หญิงเข้ามาจีบมากมาย แต่เขาไม่เคยสนใจใครเลย จะมีเสียก็แต่เพื่อนสนิทเขาและเพื่อนสนิทเธอที่รู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร
"รอบนี้เมย์เอาผลไม้มาฝากแม่คีย์เต็มเลย คีย์มีแผนจะกลับบ้านวันไหนไหม เมย์จะได้เอาไปฝากไว้ที่ห้องคีย์ก่อน"
วรภพเลิกคิ้ว เขาเพิ่งกลับมาอยู่คอนโดเมื่อสองสามวันก่อน ช่วงปิดเทอมที่ไม่มีเมรีแวะเข้ามาหาเป็นช่วงที่เขารู้สึกว่าห้องตัวเองมันเงียบเหงาจนไม่อยากอยู่ สุดท้ายเขาเลยตัดสินใจกลับไปอยู่บ้านเช่นเดียวกับเธอ
แต่ถ้าถามว่าเปิดเทอมแบบนี้แล้ว เขายังจะอยากกลับบ้านเร็ว ๆ นี้ไหม?
ตอบได้เต็มปากเลยว่า ‘ไม่’
"เสาร์นี้คีย์ว่าจะกลับบ้านอยู่พอดี เมย์ไปพร้อมกันเลยไหม แม่เขาบ่นคิดถึง"
เอาอีกทีซิคีย์ แกคิดว่าใครติดใครนะ
คิดดีๆแล้วตอบมาอีกรอบซิ
คือแบบว่า ขออนุญาตลัดคิวนิดนึงนะคะ(อีกแล้ว555)
ถือว่าเป็นคู่พักเบรคแล้วกันเนอะะ
เหมือนเดิมนะคะ เจอคำผิดทักได้เลยน้าา
ขออนุญาตพนมมือกลางอกแล้วถอนสายบัว ขอบคุณไว้ล่วงหน้า
ใครเหงาๆเม้นมาคุยกับไรต์ได้นะคะ
ไรท์เหงามากกก คิดถึงรีดด
Move on | เหมือนจะใช่ แต่ก็ไปไม่ถึง 2/2
วรภพยิ้มชวนอย่างสุขใจต่างจากเมรีที่เม้มปากไม่ได้ตอบในทันที
ที่เธอลังเลไม่ใช่เพราะแม่เขาใจร้ายหรืออะไร น้าฟางใจดีและแสดงออกชัดเจนว่าเอ็นดูเธอมาก เพียงแต่ครั้งแรกที่พาไปเจอแม่เขา คีย์แนะนำเธอในฐานะเพื่อนสนิท แม้รู้อยู่เต็มอกว่าผู้ใหญ่เขามองออก แต่คีย์ก็ยังคงไม่พูดแก้ให้ทุกอย่างชัดเจน ทุกครั้งเวลาน้าฟางเลียบ ๆ เคียง ๆ ถามเรื่องลูกชายกับเธอ เธอเลยไม่รู้จะตอบว่ายังไง การที่ต้องโกหกต่อหน้าคนที่รู้ความจริงทำให้เธอรู้สึกอึดอัด
"แม่เขาคิดถึงเมย์จริง ๆ นะ บ่นทุกอาทิตย์เลยว่าเมื่อไหร่เมย์จะไปหา" เห็นอีกฝ่ายเงียบไปวรภพเลยเร่งเร้าอีกหน คุณนายฟางรักว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้ที่หนึ่ง ถ้ารู้ว่าเมรีจะไปหา แม่เขาคงนัดประชุมแม่ครัวเตรียมทำอาหารชุดใหญ่
สุดท้ายคนถูกชวนจึงตัดสินใจพยักหารับอย่างเลี่ยงไม่ได้
"คีย์ไปกี่โมง ให้เมย์ตามไปทีหลังไหม"
"ไปพร้อมกันเลย ยังไงคุณนายเขาก็รู้อยู่แล้ว"
"ไปไหนกันอ่ะ! ไปด้วยคนดิ!" พูดไม่ทันจบคำ เพื่อนสนิททั้งสามคนของวรภพก็ปรากฏตัว
น้ำริน เป็นคนแรกที่ฉีกยิ้มกว้าง ตบไหล่ทักทายเพื่อนก่อนเดินมานั่งข้างเมรี ส่วน นัท กับ บอม ทิ้งตัวนั่งข้างวรภพ
"ไม่ได้ไปไหน แค่จะพาเมย์ไปบ้าน"
"งั้นกูไปด้วยดิ คิดถึงแม่เหมือนกัน คิดถึงกับข้าวฝีมือแม่ด้วย" เป็นอีกครั้งที่น้ำรินเสนอตัวเอง เธอไปมาหาสู่บ้านวรภพตั้งแต่มัธยมปลาย ด้วยความที่เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มจึงสนิทกับแม่เขายิ่งกว่าใคร
แน่นอนว่าไม่เว้นแม้แต่เมรี
รายนั้นแม้รู้จักกันมานาน แต่วรภพเพิ่งพาเมรีไปเจอแม่เขาช่วงสองปีที่ผ่านมา เพราะไม่ใช่คนช่างอ้อนช่างเจรจาเหมือนอย่างเธอ เทียบกันแล้วยังไงเมรีก็ไม่มีทางได้รับความเอ็นดูจากแม่เขาเท่ากับเธอได้
"มึงเพิ่งกลับมาเองไม่ใช่เหรอ?" คราวนี้เป็นบอมที่หันมองเพื่อน จริงอยู่ที่บ้านมันอยู่แค่ชานเมือง รถติดยังไงขับรถไปชั่วโมงเดียวก็ถึง แต่ด้วยนิสัยมันที่ชอบอยู่คนเดียว กลับบ้านถี่แบบนี้จึงไม่ใช่สิ่งที่จะเห็นบ่อยนัก
"อืม" วรภพตอบรับเท่านั้นก่อนเป็นนัทที่โพล่งขึ้นต่อ
"โห่! ไอ้สัสเอ๊ย โดนแดกอีกแล้วกู!"
"เป็นไรของมึง โดนหวยแดก?" บอมเลิกคิ้ว มองสลากกินแบ่งรัฐบาลในมือเพื่อน
"เออดิวะ ตอนแรกกูคิดว่าถูกรางวัลที่สอง สรุปตรวจผิดงวดไอ้ห่า"
"เดี๋ยวนี้มึงเล่นหวยแล้วเหรอวะ?"
"ก็ซื้อติดไว้ มึงคิดดู ถ้าได้สองแสนเท่ากับได้ค่าเหล้าตลอดทั้งปีเลยนะเว้ย"
วรภพส่ายหัวกับเหตุผลการซื้อหวยของเพื่อน "มึงไม่คิดจะเก็บไว้เป็นทุนตอนเรียนจบเลย?"
"ไอ้คีย์ คำถามมึงทำให้กูดูแย่" คำตอบของนัททำเอาทุกคนหัวเราะร่วน
"เออ ขนาดกูคิดว่าจะเอาไปซื้อกระเป๋าแบรนเนมยังดูดีกว่ามึงเลย" น้ำรินว่าทีเล่นทีจริง เหลือบมองแฟนเพื่อนที่นั่งข้างตัวแล้วเหยียดยิ้ม
"แล้วถ้าเป็นเมย์ล่ะ ได้สองแสนจะเอาไปทำอะไร? เอาไปซื้อที่ปลูกมะม่วงเพิ่ม หรือว่าเอาไปดาวน์รถกระบะเอาไว้ขนผักมาขาย?"
สิ้นคำกล่าวนั้นทั้งน้ำริน นัท และบอมก็พากันหัวเราะอีกรอบ
ทั้งกลุ่มรู้ว่าครอบครัวเมรีมีอาชีพหลักคือปลูกผักผลไม้ขาย แต่ไม่มีใครรู้ลึกถึงขั้นที่ว่าครอบครัวเธอเป็นเจ้าของสวนผลไม้ แปลงผักและไร่ชาที่ใหญ่ที่สุดในเชียงราย แค่กำไรจากการส่งออกผลไม้สดและผลไม้แปรรูปแต่ละปี แม่เธอก็ถูกเรียกว่าเป็นเศรษฐีนีคนหนึ่งแล้ว ยังไม่รวมส่วนที่กระจายขายภายในประเทศ ห้างสรรพสินค้าและโรงแรมใจกลางเมืองเชียงใหม่ที่ครอบครัวเธอเป็นเจ้าของนั่นอีก
เพราะช่วงมัธยมเธอมักจะเอาผักผลไม้ปลอดสารมาแจกเพื่อนกับคุณครูเป็นของฝาก ทุกคนเลยคิดไปในทางเดียวกันว่าครอบครัวเธอขายผักผลไม้ นัทกับน้ำรินซึ่งเป็นเพื่อนร่วมห้องสมัยม.ปลายก็เช่นกัน กระทั่งคีย์ซึ่งเรียนห้องเดียวกับเธอตั้งแต่ม.1 ยังรู้เรื่องนี้เพียงผิวเผินไม่ต่างจากคนอื่น
เมรีระบายยิ้มไม่ตอบโต้ ไม่ใช่ว่าเธออยากปิดบัง เพียงแต่มันไม่ใช่เรื่องที่เธอจำเป็นจะต้องสาธยายให้พวกเขาฟังก็เท่านั้น ส่วนคีย์ เขาไม่เคยถามหรืออยากรู้ตื้นลึกหนาบางเกี่ยวกับเธอเลยสักครั้ง เธอเลยไม่ได้บอก
"ริน มึงนี่เดาอะไรมั่วซั่ว ได้ตั้งสองแสนจะเอาไปดาวน์รถทำไม อย่างเมย์น่าจะเอาไปศัลยกรรมที่เกาหลีนู่น"
"ไม่รู้แล้วยังจะว่ากูนะไอ้นัท ดูก็รู้แล้วปะว่าอย่างเมย์สองแสนไม่พอหรอก แบบนี้ต่ำ ๆ ต้องมีสามสี่ล้าน" น้ำรินว่าพลางหัวเราะ ไล้นิ้วจากแก้มเมรีลงมายังปลายคางอย่างพินิจ
เมรีไม่ได้จัดว่าขี้เหร่ แต่ถ้าเทียบกับเธอหรือแฟนเก่าที่วรภพเคยคบ หน้าตาอย่างนี้ยังถือว่าห่างชั้นกันมาก
บอกตามตรงว่าไอ้คนประเภทที่เกิดมาพร้อมกับความธรรมดาแต่ไม่รู้จักเจียมตัวแบบเมรี มันทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่เห็น
น้ำหน้าแบบนี้เวลาอยู่ข้างเธอควรจะก้มหัวเอาไว้สิ อย่างน้อยก็ควรรู้สึกเจ็บใจโชคชะตาตัวเองบ้างที่เกิดมาแบบไม่มีอะไรดีสู้เธอได้เลย
ทำไมชีวิตถึงไม่มีอะไรดีเหมือนคนอื่นเขาบ้าง? เมรีควรตั้งคำถามนั้นกับตัวเองทุกวัน ไม่ใช่มองเธอด้วยสายตาเฉยชาเหมือนเธออยู่ต่ำกว่ามันแบบนี้!
ยิ่งคิดยิ่งไม่อยากเชื่อเลยว่าเธอกำลังแพ้ให้กับคนที่ไม่มีอะไรดีสู้เธอได้ ไม่อยากเชื่อเลยว่าคีย์จะคบกับมันจนถึงป่านนี้ ทั้งที่เธอเป็นเพื่อนสนิท ทั้งที่เธอคือผู้หญิงที่ใกล้ชิดเขากว่าใคร แต่ทำไมคนที่ได้สถานะแฟนถึงเป็นเมรี!
“เนอะเมย์ เอาเงินไปซื้อที่ไว้ปลูกมะม่วงดีกว่า เงินแค่สองแสนทุบไม่ได้ทั้งหน้าหรอก”
ไม่ว่าถูกแขวะสักกี่หน เมรีก็ยังคงเงียบ เพราะเธอเคยพูดกับคีย์ตรง ๆ ไปแล้วว่าเธอไม่ค่อยสบายใจ แต่ในเมื่อสิ่งที่เขาตอบกลับมาคือคำว่า
'อย่าคิดมากเลยเมย์ พวกมันก็แค่แซวเล่น อยู่ห้องเดียวกันมายังไม่รู้จักนิสัยพวกมันอีกเหรอ'
หลังจากนั้นเธอเลยไม่พูดเรื่องนี้กับเขาอีก ในเมื่อเขาสบายใจแบบนี้เธอก็จะไม่เรียกร้องให้เขาลำบากใจ เอาจริง ๆ ย้อนกลับไปช่วงมัธยม น้ำรินกับนัทก็เป็นเพื่อนร่วมห้องที่ดี ทุกอย่างเพิ่งมาเปลี่ยนไปในตอนที่เธอเปลี่ยนสถานะเป็นแฟนคีย์เมื่อสองปีกว่าที่ผ่านมา
"คีย์ ใกล้จะถึงเวลาเรียนแล้วเมย์ไปก่อนนะ" พลิกนาฬิกาข้อมือเห็นว่าอีกสิบห้านาทีจะถึงเวลาเข้าคลาสจึงหยัดตัวลุก ไม่ลืมยกยิ้มบอกลาเพื่อนเขาพอเป็นพิธี
"อืม คีย์ไปส่ง" ไปส่งที่ว่าคือเดินไปเป็นเพื่อน ถัดจากคณะวิศวะและสถาปัตย์ไปก็เป็นคณะศิลปกรรมศาสตร์ที่เธอเรียนแล้ว
เดินมาถึงก็พอดีเจอ แอร์ กับ ตาม แอร์เป็นผู้หญิงร่างเล็กที่เสริมความสูงด้วยรองเท้าส้นเข็มสี่นิ้ว เจ้าของผมสีหมอกดัดลอนแผ่สยายเต็มแผ่นหลัง รับเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้มที่แต่งแต้มมาแบบจัดเต็ม
ส่วนตามคือเพื่อนสาวสูงร้อยเจ็ดสิบ ขาเรียวยาวที่โผล่พ้นกระโปรงทรงเอทำผู้ชายเหลียวหลังมองกันเป็นแถว
เจอเพื่อนสนิทสองคนในรอบสองเดือนเมรีก็ฉีกยิ้มกว้าง กางแขนกอดเพื่อนด้วยความคิดถึง
"วันนี้เมย์เรียนเสร็จกี่โมง กลับพร้อมกันไหม" ปล่อยให้สาว ๆ ทักทายกันสองสามประโยค ได้จังหวะวรภพจึงถาม
"เมย์เรียนเสร็จประมาณสองโมง แต่ว่าจะแวบไปดูรับน้องหน่อย คีย์กลับก่อนเลยก็ได้ เดี๋ยวเมย์ให้ตามไปส่ง"
"อืม ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก เดี๋ยวไปส่งเอง" ตามพยักหน้า เป็นดังนั้นวรภพจึงไม่ขัด บอกลาสาว ๆ ทั้งสามแล้วกลับคณะตัวเอง
ลับหลังแฟนหนุ่มเดินออกไปไม่ถึงห้านาที เพื่อนชายร่วมคณะหลายคนก็แวะเข้ามาทักทายเมรี พวกเขาเอาของฝากจากการเที่ยวช่วงปิดเทอมมาให้คนละถุงสองถุง ถึงช่วงพักกลางวัน เมื่อตบเท้าเข้าโรงอาหารก็เจอรุ่นพี่หนุ่มต่างคณะชวนกินข้าวร่วมโต๊ะ
แอร์กับตามพากันกลั้นขำเมื่อเห็นเพื่อนได้แต่ยิ้มเจื่อน พยายามหาเหตุผลมาปฏิเสธไมตรีที่ผู้ชายหลายคนหยิบยื่นให้อย่างนุ่มนวล
ในเมื่อวรภพบอกทุกคนว่าตัวเองโสด แล้วเรื่องอะไรที่เพื่อนเธอจะต้องตอบคนอื่นว่ามีแฟนแล้ว?
ทั้งสาขาแฟชั่นดีไซน์รู้กันดีว่าเมรีคือผู้หญิงที่ฮอตที่สุดในเวลานี้ คนต่อคิวจีบเมรียาวเสียยิ่งกว่าคนที่ตามจีบดาวคณะ แต่เชื่อเถอะว่าเจ้าตัวไม่รู้หรอกว่าตัวเองเนื้อหอมขนาดไหน หากไม่แสดงออกชัดเจนจริง ๆ ว่าจีบ คนอย่างเมรีไม่มีทางรู้ตัวว่ากำลังถูกเกี้ยวพา
"ทำไรอ่ะเมย์" แอร์เลิกคิ้วมองเพื่อนใช้ปากกมาร์คเกอร์เขียนถุงของฝากที่วางเรียงอยู่เต็มโต๊ะ
"เมย์จดชื่อคนที่เอาของมาให้อยู่ ทำไงดี…เมย์ไม่ได้เอาของฝากมาเผื่อพวกเขาเลย สงสัยต้องให้พี่โนส่งของลงมาให้แล้ว" พี่โนที่ว่าคือ มโนห์รา พี่สาวแท้ ๆ
ลำพังผักผลไม้และขนมที่เธอติดมือกลับมา เธอจัดเอาไว้พอดีกับคนที่เธอจะให้ ไม่คิดเลยว่าเปิดเทอมจะมีคนเอาของฝากมาให้เธอเยอะขนาดนี้ ครั้นจะไม่ให้อะไรกลับเลยก็ไม่สบายใจ พวกเขาอุตส่าห์มีน้ำใจนึกถึง ยังไงเธอคงต้องรบกวนให้พี่สาวส่งของลงมา
ตามกับแอร์หันมองกันแล้วระบายยิ้ม แม้ไม่ใช่คนโดดเด่นแต่เมรีมีเสน่ห์เฉพาะตัว ทั้งรอยยิ้ม ความใจดี การมองโลกในแง่ดี การมีความมั่นใจในตัวเองตลอดจนการใส่ใจคนรอบข้างของเมย์ ทำให้คนที่เข้ามาทำความรู้จักพลอยได้รับพลังบวก อยากอยู่ใกล้เมย์มากขึ้นอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว
คิดแล้วเธอสองคนก็อยากจะให้วรภพมาเห็นเสียจริง อยากให้รู้นักว่านอกจากเขาแล้ว เพื่อนเธอมีคนมาต่อคิวยาวขนาดไหน
"ไหนดูซิ มา ๆ ตามกับแอร์ช่วยจด”
เอ้ออ ทั้งรวย ทั้งมีคนมาจีบเยอะแยะ
ลูกสาวไรท์คนนี้เริ่ดนะคีย์บอกไว้ก่อน
เจอคำผิดทักได้นะคะ~