โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่ใจสลายลูก 2 ขวบ เสียชีวิตหลังเข้าโรงพยาบาล

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 11 เม.ย. 2566 เวลา 07.49 น. • เผยแพร่ 11 เม.ย. 2566 เวลา 07.51 น.

แม่ใจสลาย ลูก 2 ขวบเข้าโรงพยาบาล ด้วยอาการไอ-เป็นไข้ หมอบอกไม่น่ากังวล ติดเชื้อธรรมดาไม่รุนแรง แต่พอให้ยาลูกกลับอาการทรุดหนักต้องเข้าไอซียูเด็ก สุดท้ายรักษาไม่ไหวส่งตัวไปรักษาต่อแต่เด็กสิ้นใจระหว่างทาง

.

วันที่ 11 เม.ย. 66 ที่สำนักงานทนายความคู่ใจ ถ.แจ้งวัฒนะต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นางวีรกานต์ อายุ 30 ปี อาชีพครูโรงเรียนประถม ใน จ.ร้อยเอ็ด เดินทางเข้าร้องเรียนกับทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เพื่อขอให้ช่วยเหลือในด้านคดี จากกรณีที่น้องโอโซน อายุ 2 ขวบ 7 เดือน ลูกชาย เสียชีวิตหลังเข้ารับการรักษาอาการไอ มีไข้ กับ รพ.เอกชนชื่อดังในจ.ร้อยเอ็ด โดยทางรพ.ระบุว่าน้องเสียชีวิตเพราะอาการปอดติดเชื้อ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ลูกชายไม่มีอาการอะไรที่รุนแรงเลยแม้แต่น้อย

.

นางวีรกานต์ กล่าวทั้งน้ำตาว่า เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ที่ผ่านมา ลูกชายมีอาการไอและมีไข้เล็กน้อย ตนจึงได้พาน้องไปรักษาตัวที่รพ.เอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในตัวเมือง จ.ร้อยเอ็ด เมื่อไปถึงรพ. คุณหมอกับพยาบาลเข้ามารับตัวน้องไปทำการเอกซ์เรย์พร้อมเจาะเลือด ก่อนจะบอกกับตนว่าน้องติดเชื้อไวรัส Rhinovirus ซึ่งเป็นไวรัสที่พบได้กับเด็กๆ ทั่วไป อาการไม่รุนแรง คุณหมอได้แนะนำให้นอนพักรักษาตัวที่ รพ. เพื่อทำการใหยารักษาผ่านทางสายน้ำเกลือ

.

หลังให้ยาไปได้สักระยะน้องโอโซนเริ่มมีอาการอาเจียนหลังกินนม และมีอาการหายใจหอบเหนื่อย อ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด ตนจึงเรียกพยาบาลให้เข้ามาดู หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่พยาบาลได้รีบนำออกซิเจน มาใส่ให้กับน้อง แต่อาการของน้องไม่ดีขึ้น ค่าออกซิเจนในเลือดลดต่ำลงมาก จนต้องให้ออกซิเจนทางจมูกแทน

.

หลังจากนั้นจึงส่งตัวไปรักษาที่ห้อง picu หรือห้องไอซียูเด็ก ผ่านไปประมาณ 2 ชั่วโมง คุุณหมอที่รักษาน้องถึงจะเดินทางมาที่ห้องดังกล่าว แต่อาการของน้องไม่ดีขึ้น ตนเห็นพยาบาลอุ้มน้องออกมาจากห้องและตะโกนเรียกชื่อน้องตลอด ตนเห็นอาการของน้องเริ่มแน่นิ่งแล้ว จนกระทั่งเวลา 23.00 น. คุณหมอได้ทำการใส่ท่อช่วยหายใจให้กับน้องเพื่อช่วยชีวิต ก่อนจะออกมาบอกกับตนว่าอาการของน้องตอนนี้มีเลือดออกภายในเป็นจำนวนมาก จำเป็นต้องส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.ร้อยเอ็ด เนื่องจากที่รพ.ดังกล่าวอุปกรณ์ในการช่วยชีวิตไม่พร้อม

.

ในขณะที่นำตัวน้องขึ้นรถฉุกเฉินเพื่อส่งต่อที่ รพ.ร้อยเอ็ด นางวีรกานต์ได้ขอขึ้นรถไปด้วย และสังเกตเห็นว่าค่าออกซิเจนในเลือดของน้องลดต่ำลงเหลือเพียง 38 และลดลงเรื่อยๆ จนเมื่อเดินทางถึง รพ.ร้อยเอ็ดและส่งตัวน้องเข้าห้องฉุกเฉิน ก่อนที่หมอจะออกมาบอกกับตนว่าน้องหยุดหายใจแล้ว ทางหมอได้พยายามช่วยเหลือเต็มที่ แต่คาดว่าน้องเสียชีวิตตั้งแต่ระหว่างเดินทางมาโรงพยาบาล

.

หลังน้องโอโซนเสียชีวิตในวันที่ 19 มี.ค. เวลา 02.20 น. ตนรับร่างของน้องมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้าน มีเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรกที่น้องไปรักษาตัวเดินทางมาแสดงความไว้อาลัยและนำเงินช่วยเหลือมาให้จำนวน 20,000 บาท หลังจากนั้นตนและครอบครัวไม่เคยได้รับการติดต่อใดใดจากโรงพยาบาลอีกเลย

.

งตนมองว่าเงินที่ทางรพ.นำมามอบให้ไม่คุ้มกับชีวิตของน้องโอโซนที่เสียชีวิตไป แต่อยากทราบว่าน้องเสียชีวิตเพราะสาเหตุใดกันแน่ หลังเสร็จงานศพน้องตนได้เดินทางไปติดต่อที่ รพ.ดังกล่าวเพื่อขอทราบเหตุผลการรักษาว่าทำไมน้องโอโซนถึงได้เสียชีวิต เพราะตอนเข้าไปรักษาน้องไม่มีอาการอะไรเลยที่รุนแรง ทางเเพทย์ที่รักษาน้องตอนแรกก็บอกน้องติดไวรัสที่เกิดกับเด็กได้ทั่วๆ ไปไม่น่าเป็นห่วง แต่พอรักษาน้องกลับเสียชีวิต

.

ทางเจ้าหน้าที่รับปากว่าจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมเพื่อหาคำตอบ ผ่านไปไม่นานทางเจ้าหน้าที่ของรพ.โทรมาบอกกับตนว่า ได้มีการถามแพทย์ที่รักษาน้องแล้วบอกว่า ทางแพทย์ที่รักษาประเมินอาการของน้องแล้วคิดว่าน่าจะรักษาได้ ตนจึงถามกลับไปว่าถ้ารักษาได้ทำไมถึงได้เสียชีวิต ทางนั้นจึงตอบกลับมาว่าขอแสดงความเสียใจด้วยจริงเพราะคิดว่าจะรักษาน้องได้แต่ไม่คิดว่าอาการจะรุนแรง

.

วันนี้ที่เดินทางมาร้องกับทนายรณณรงค์เพราะต้องการให้ช่วยเหลือในเรื่องคดีว่าที่ทางรพ.ดังกล่าวทำการรักษาลูกชายจนเสียชีวิตนั้นรักษาถูกต้องหรือไม่ รวมถึงเรื่องตอนที่น้องรักษาตัวอยู่ในรพ.แต่กลับไม่มีแพทย์อยู่ดูแล จนน้องอาการทรุดหนักจนเสียชีวิต

.

ด้านทนายรณณรงค์ กล่าวว่า เคสนี้อย่างแรกจะพาแม่น้องโอโซนไปยื่นร้องเรียนที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.)กระทรวงสาธรณสุข ให้มีการตรวจสอบกับทางรพ.เอกชนดังกล่าวว่าสาเหตุที่น้องเสียชีวิตเกิดจากสาเหตุอะไร แต่หากตรวจสอบแล้วพบว่าทางรพ.มีความประมาทเลินเล่อ ทางคุณแม่มีสิทธิ์ฟ้องร้องได้ตามกฎหมาย

.

ส่วนรพ.เองก็ควรจะต้องตอบให้ได้ว่าน้องเสียชีวิตเกิดจากอะไร จะเป็นเหตุสุดวิสัยหรือไม่ หรือการรักษาล่าช้า อุปกรณ์ไม่พร้อมต้องมีคำตอบให้กับแม่ และอีกเรื่องหนึ่งที่ทางคุณแม่ติดใจมากคือเมื่ออุปกรณ์ในการรักษาไม่พร้อมทำไหมไม่แจ้งตั่งแต่ก่อนการรักษา ทางแม่น้องจะได้พาลูกไปรักษาที่รพ.อื่นที่พร้อมแทนน้องโอโซนอาจจะไม่เสียชีวิตก็เป็นได้

.

ติดตามเพจข่าวเวิร์คพอยท์23 ที่ https://www.facebook.com/NewsWorkpoint

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...