แม่ใจสลายลูก 2 ขวบ เสียชีวิตหลังเข้าโรงพยาบาล
แม่ใจสลาย ลูก 2 ขวบเข้าโรงพยาบาล ด้วยอาการไอ-เป็นไข้ หมอบอกไม่น่ากังวล ติดเชื้อธรรมดาไม่รุนแรง แต่พอให้ยาลูกกลับอาการทรุดหนักต้องเข้าไอซียูเด็ก สุดท้ายรักษาไม่ไหวส่งตัวไปรักษาต่อแต่เด็กสิ้นใจระหว่างทาง
.
วันที่ 11 เม.ย. 66 ที่สำนักงานทนายความคู่ใจ ถ.แจ้งวัฒนะต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นางวีรกานต์ อายุ 30 ปี อาชีพครูโรงเรียนประถม ใน จ.ร้อยเอ็ด เดินทางเข้าร้องเรียนกับทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เพื่อขอให้ช่วยเหลือในด้านคดี จากกรณีที่น้องโอโซน อายุ 2 ขวบ 7 เดือน ลูกชาย เสียชีวิตหลังเข้ารับการรักษาอาการไอ มีไข้ กับ รพ.เอกชนชื่อดังในจ.ร้อยเอ็ด โดยทางรพ.ระบุว่าน้องเสียชีวิตเพราะอาการปอดติดเชื้อ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ลูกชายไม่มีอาการอะไรที่รุนแรงเลยแม้แต่น้อย
.
นางวีรกานต์ กล่าวทั้งน้ำตาว่า เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ที่ผ่านมา ลูกชายมีอาการไอและมีไข้เล็กน้อย ตนจึงได้พาน้องไปรักษาตัวที่รพ.เอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในตัวเมือง จ.ร้อยเอ็ด เมื่อไปถึงรพ. คุณหมอกับพยาบาลเข้ามารับตัวน้องไปทำการเอกซ์เรย์พร้อมเจาะเลือด ก่อนจะบอกกับตนว่าน้องติดเชื้อไวรัส Rhinovirus ซึ่งเป็นไวรัสที่พบได้กับเด็กๆ ทั่วไป อาการไม่รุนแรง คุณหมอได้แนะนำให้นอนพักรักษาตัวที่ รพ. เพื่อทำการใหยารักษาผ่านทางสายน้ำเกลือ
.
หลังให้ยาไปได้สักระยะน้องโอโซนเริ่มมีอาการอาเจียนหลังกินนม และมีอาการหายใจหอบเหนื่อย อ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด ตนจึงเรียกพยาบาลให้เข้ามาดู หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่พยาบาลได้รีบนำออกซิเจน มาใส่ให้กับน้อง แต่อาการของน้องไม่ดีขึ้น ค่าออกซิเจนในเลือดลดต่ำลงมาก จนต้องให้ออกซิเจนทางจมูกแทน
.
หลังจากนั้นจึงส่งตัวไปรักษาที่ห้อง picu หรือห้องไอซียูเด็ก ผ่านไปประมาณ 2 ชั่วโมง คุุณหมอที่รักษาน้องถึงจะเดินทางมาที่ห้องดังกล่าว แต่อาการของน้องไม่ดีขึ้น ตนเห็นพยาบาลอุ้มน้องออกมาจากห้องและตะโกนเรียกชื่อน้องตลอด ตนเห็นอาการของน้องเริ่มแน่นิ่งแล้ว จนกระทั่งเวลา 23.00 น. คุณหมอได้ทำการใส่ท่อช่วยหายใจให้กับน้องเพื่อช่วยชีวิต ก่อนจะออกมาบอกกับตนว่าอาการของน้องตอนนี้มีเลือดออกภายในเป็นจำนวนมาก จำเป็นต้องส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.ร้อยเอ็ด เนื่องจากที่รพ.ดังกล่าวอุปกรณ์ในการช่วยชีวิตไม่พร้อม
.
ในขณะที่นำตัวน้องขึ้นรถฉุกเฉินเพื่อส่งต่อที่ รพ.ร้อยเอ็ด นางวีรกานต์ได้ขอขึ้นรถไปด้วย และสังเกตเห็นว่าค่าออกซิเจนในเลือดของน้องลดต่ำลงเหลือเพียง 38 และลดลงเรื่อยๆ จนเมื่อเดินทางถึง รพ.ร้อยเอ็ดและส่งตัวน้องเข้าห้องฉุกเฉิน ก่อนที่หมอจะออกมาบอกกับตนว่าน้องหยุดหายใจแล้ว ทางหมอได้พยายามช่วยเหลือเต็มที่ แต่คาดว่าน้องเสียชีวิตตั้งแต่ระหว่างเดินทางมาโรงพยาบาล
.
หลังน้องโอโซนเสียชีวิตในวันที่ 19 มี.ค. เวลา 02.20 น. ตนรับร่างของน้องมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้าน มีเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรกที่น้องไปรักษาตัวเดินทางมาแสดงความไว้อาลัยและนำเงินช่วยเหลือมาให้จำนวน 20,000 บาท หลังจากนั้นตนและครอบครัวไม่เคยได้รับการติดต่อใดใดจากโรงพยาบาลอีกเลย
.
งตนมองว่าเงินที่ทางรพ.นำมามอบให้ไม่คุ้มกับชีวิตของน้องโอโซนที่เสียชีวิตไป แต่อยากทราบว่าน้องเสียชีวิตเพราะสาเหตุใดกันแน่ หลังเสร็จงานศพน้องตนได้เดินทางไปติดต่อที่ รพ.ดังกล่าวเพื่อขอทราบเหตุผลการรักษาว่าทำไมน้องโอโซนถึงได้เสียชีวิต เพราะตอนเข้าไปรักษาน้องไม่มีอาการอะไรเลยที่รุนแรง ทางเเพทย์ที่รักษาน้องตอนแรกก็บอกน้องติดไวรัสที่เกิดกับเด็กได้ทั่วๆ ไปไม่น่าเป็นห่วง แต่พอรักษาน้องกลับเสียชีวิต
.
ทางเจ้าหน้าที่รับปากว่าจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมเพื่อหาคำตอบ ผ่านไปไม่นานทางเจ้าหน้าที่ของรพ.โทรมาบอกกับตนว่า ได้มีการถามแพทย์ที่รักษาน้องแล้วบอกว่า ทางแพทย์ที่รักษาประเมินอาการของน้องแล้วคิดว่าน่าจะรักษาได้ ตนจึงถามกลับไปว่าถ้ารักษาได้ทำไมถึงได้เสียชีวิต ทางนั้นจึงตอบกลับมาว่าขอแสดงความเสียใจด้วยจริงเพราะคิดว่าจะรักษาน้องได้แต่ไม่คิดว่าอาการจะรุนแรง
.
วันนี้ที่เดินทางมาร้องกับทนายรณณรงค์เพราะต้องการให้ช่วยเหลือในเรื่องคดีว่าที่ทางรพ.ดังกล่าวทำการรักษาลูกชายจนเสียชีวิตนั้นรักษาถูกต้องหรือไม่ รวมถึงเรื่องตอนที่น้องรักษาตัวอยู่ในรพ.แต่กลับไม่มีแพทย์อยู่ดูแล จนน้องอาการทรุดหนักจนเสียชีวิต
.
ด้านทนายรณณรงค์ กล่าวว่า เคสนี้อย่างแรกจะพาแม่น้องโอโซนไปยื่นร้องเรียนที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.)กระทรวงสาธรณสุข ให้มีการตรวจสอบกับทางรพ.เอกชนดังกล่าวว่าสาเหตุที่น้องเสียชีวิตเกิดจากสาเหตุอะไร แต่หากตรวจสอบแล้วพบว่าทางรพ.มีความประมาทเลินเล่อ ทางคุณแม่มีสิทธิ์ฟ้องร้องได้ตามกฎหมาย
.
ส่วนรพ.เองก็ควรจะต้องตอบให้ได้ว่าน้องเสียชีวิตเกิดจากอะไร จะเป็นเหตุสุดวิสัยหรือไม่ หรือการรักษาล่าช้า อุปกรณ์ไม่พร้อมต้องมีคำตอบให้กับแม่ และอีกเรื่องหนึ่งที่ทางคุณแม่ติดใจมากคือเมื่ออุปกรณ์ในการรักษาไม่พร้อมทำไหมไม่แจ้งตั่งแต่ก่อนการรักษา ทางแม่น้องจะได้พาลูกไปรักษาที่รพ.อื่นที่พร้อมแทนน้องโอโซนอาจจะไม่เสียชีวิตก็เป็นได้
.
ติดตามเพจข่าวเวิร์คพอยท์23 ที่ https://www.facebook.com/NewsWorkpoint