‘บินไทย-ไทยสไมล์’ ผนึก ‘ททท.’ ทำเส้นทางบินเปิดตลาดอินเดีย หวังฟื้นท่องเที่ยวไทย
‘บินไทย–ไทยสไมล์’ ผนึก‘ททท.’ ทำเส้นทางบินเปิดตลาดอินเดีย หวังฟื้นท่องเที่ยวไทย
นายนภินทร ศรีสรรพางค์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวในฐานะสักขีพยานในการลงนามหนังสือแสดงเจตจำนง(Letter of Intent-LOI) ระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) บริษัท การบินไทยฯ และบริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด ว่า เพื่อเป็นการวางแผนกระตุ้น และส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยในกลุ่มนักท่องเที่ยวจากอินเดีย ซึ่งถือเป็นตลาดศักยภาพขนาดใหญ่ของภูมิภาคเอเชียใต้ ทั้งจำนวนขนาด และผู้ที่มีศักยภาพในการใช้จ่าย หลายประเทศที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการท่องเที่ยวก็ต้องการพึ่งพิงส่วนแบ่งทางการตลาดจากอินเดียเป็นเป้าหมายหลักเช่นกัน ทำให้การลงนามนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดีต่อการตลาดเชิงรุกหลังการบรรลุข้อตกลงเรื่องการทำAir Travel Bubble Arrangement ระหว่าง2 ประเทศ จึงมั่นใจว่าจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนความสำเร็จในการผลักดันการฟื้นคืนของตลาดอินเดียให้กลับมาเติบโตเพิ่มขึ้น
นายสุวรรธนะ สีบุญเรือง รักษาการแทนประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทยฯ เปิดเผยว่าปัจจุบันหลายประเทศเริ่มผ่อนคลายมาตรการการเดินทางระหว่างประเทศ ผู้โดยสารมีความต้องการการเดินทางมากยิ่งขึ้น เพื่อส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวไทย และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้ขับเคลื่อนไปได้ การบินไทย ไทยสมายล์ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จึงร่วมกันลงนามหนังสือแสดงเจตจำนง(Letter of Intent-LOI) วางกลยุทธ์และดำเนินกิจกรรมการตลาดเพื่อส่งเสริมประสบการณ์การท่องเที่ยวของตลาดอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดที่สำคัญ รวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย(Joint Promotion) และสิทธิพิเศษแก่นักท่องเที่ยวในเส้นทางเดินทางดังกล่าว การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยกับนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยวพักผ่อน กลุ่มนักกอล์ฟกลุ่มแต่งงาน กลุ่มเยี่ยมญาติ รวมถึงแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องภายในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการยกระดับและพัฒนาการท่องเที่ยวให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
นายสุวรรธนะ กล่าวว่า จากจำนวนผู้โดยสารตลาดอินเดียในปี2562 ก่อนเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 อยู่ที่ประมาณ1.9 ล้านคน สร้างรายได้ให้บริษัทฯ กว่า8,500 ล้านบาท การร่วมมือกันในครั้งนี้ จึงคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและธุรกิจด้านการท่องเที่ยวของไทย หลังจากที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากสถานการณ์การระบาดโควิด-19 ในช่วงเวลา2 ปีที่ผ่านมา ให้ฟื้นตัวและขยายตัวอย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบัน การบินไทย และสายการบินไทยสมายล์ ทำการบินเส้นทางระหว่างอินเดียมายังประเทศไทย ได้แก่
1.เส้นทาง ไป–กลับ กรุงเทพฯ–นิวเดลี ทำการบินสัปดาห์ละ14 เที่ยวบิน
2.เส้นทาง ไป–กลับ กรุงเทพฯ–มุมไบ ทำการบินสัปดาห์ละ7 เที่ยวบิน
3.เส้นทาง ไป–กลับ กรุงเทพฯ–เจนไน ทำการบินสัปดาห์ละ7 เที่ยวบิน
4.เส้นทาง ไป–กลับ กรุงเทพฯ–เบงกาลูรู ทำการบินสัปดาห์ละ7 เที่ยวบิน
5.เส้นทาง ไป–กลับ กรุงเทพฯ–กัลกัตตา ทำการบินสัปดาห์ละ7 เที่ยวบิน
(ทำการบินโดยสายการบินไทยสมายล์ เริ่มตั้งแต่วันที่11 เมษายน2565 เป็นต้นไป)
6.เส้นทาง ไป–กลับ กรุงเทพฯ–ภูเก็ต–มุมไบ ทำการบินสัปดาห์ละ7 เที่ยวบิน
(ทำการบินโดยสายการบินไทยสมายล์ เริ่มตั้งแต่วันที่10 เมษายน2565 เป็นต้นไป)
ทั้งนี้ นอกจากความร่วมมือในเส้นทางตลาดอินเดียดังกล่าว การบินไทยยังได้เปิดให้บริการเส้นทางบินระหว่างประเทศในตารางบินฤดูร้อน ปี2565 เพิ่มมากขึ้นกว่า34 เส้นทางบิน ครอบคลุมทั้งเอเชีย ยุโรป และออสเตรเลีย ผู้โดยสารสามารถเดินทางเชื่อมต่อเส้นทางบินสู่เมืองต่างๆ อย่างสะดวกสบายด้วยสายการบินไทยสมายล์ และสายการบินพันธมิตร รวมทั้ง จะมีการพิจารณาเพิ่มจำนวนเที่ยวบินเพื่อรองรับการเดินทางของนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อไปในอนาคตตามนโยบายของภาครัฐต่อไป
ด้านนายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชีย และแปซิฟิกใต้ ททท. กล่าวว่า แนวทางการส่งเสริมตลาดอินเดีย เพื่อให้สอดรับกับแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวไทยประจำปี2565 “Visit Thailand Year 2022” ททท. จะมุ่งเน้นส่งเสริมตลาดอินเดีย โดยมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวคุณภาพกลุ่มความสนใจพิเศษที่มีการใช้จ่ายสูง ผ่านการดำเนินกิจกรรมทางการตลาดในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงาน ททท. กรุงนิวเดลี และเมืองมุมไบอย่างต่อเนื่องอาทิ การทำการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์ เพื่อสื่อสารไปยังผู้ติดตามที่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มมิลเลนเนียล ให้ข้อมูลกับบริษัทนำเที่ยวในอินเดียถึงมาตรการเดินทางเข้าประเทศไทย รวมทั้งสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ เพื่อนำไปวางแผนทำกิจกรรมJoint Promotion โดยเฉพาะสำหรับตลาดกลุ่มระดับบน(luxury) ในอนาคต, ส่งเสริมกลุ่มแต่งงานอินเดียในประเทศไทย ด้วยการจัดAmazing Thailand Wedding EXPO 2022 ในเดือนเมษายน2565 เพื่อให้คู่รักได้วางแผนการจัดงานแต่งงานในประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่นิยมจัดในช่วงปลายปี, Kick-off สื่อสารความพร้อมของประเทศไทยในการรุกตลาดผ่านการเข้าร่วมงานส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในอินเดียงานSouth Asia Travel and Tourism Exchange (SATTE) 2022 ในวันที่18-21 พฤษภาคม2565 ณ กรุงนิวเดลีเป็นต้น
ทั้งนี้ หากประเมินจากload factor ของการบินไทยและไทยสมายล์ ตั้งแต่เดือนเมษายนนี้เป็นต้นไป คาดว่าประเทศไทยจะสามารถนำชาวอินเดียเข้ามาท่องเที่ยวได้อย่างน้อย13,000 คนต่อเดือน ทั้งนี้ ยังไม่นับรวมผู้เดินทางจากสายการบินอื่น และคาดว่าจะสูงขึ้นถึง80,000 คนต่อเดือน เมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติ