โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เพราะเหตุใดญี่ปุ่นจึงเป็นประเทศที่ประสบภัยธรรมชาติมากมาย?

conomi

อัพเดต 28 มิ.ย. 2567 เวลา 10.50 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2567 เวลา 05.00 น. • conomi.co

เป็นที่ทราบกันดีว่า ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ประสบ ภัยธรรมชาติ อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งในแต่ละครั้ง ก็มีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คนอีกนับไม่ถ้วน แต่นั่นก็ทำให้ชาวญี่ปุ่นเรียนรู้และปรับตัวที่จะอยู่กับภัยธรรมชาติ โดยเราสามารถเห็นตัวอย่างได้ชัดเจนจากตึกอาคารในญี่ปุ่นต่าง ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมาให้ทนกับความสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว และที่สำคัญคือ ชาวญี่ปุ่นค่อนข้างใช้ชีวิตโดยตระหนักถึงภัยธรรมชาติอยู่เสมอ มีการปลูกฝังวิธีเอาตัวรอดจากภัยพิบัติในโรงเรียนตั้งแต่เด็ก ๆ บทความนี้จะว่าบอกเหตุผลที่ทำให้ญี่ปุ่นประสบภัยธรรมชาติอยู่บ่อยครั้ง จะเป็นเพราะอะไรมาดูกัน!

ภัยธรรมชาติที่อยู่คู่กับคนญี่ปุ่นเสมอมา

ภัยธรรมชาติ

ญี่ปุ่นเกิดภัยพิบัติขนาดใหญ่ค่อนข้างบ่อย เรียกได้ว่ามีภัยพิบัติเกิดแทบทุกปี ไม่ว่าจะเป็น

  • ปี 2016 : แผ่นดินไหวจังหวัดคุมาโมโตะ (ผู้เสียชีวิต 273 ราย บ้านเรือนเสียหายกว่า 40,000 หลัง)
  • ปี 2017 : พายุไต้ฝุ่นตาลิม (ผู้เสียชีวิตกว่าสูญหาย 79 ราย บ้านเรือนเสียหายกว่า 1,400 หลัง)
  • ปี 2019 : พายุไต้ฝุ่นฮากีบิส (ผู้เสียชีวิตหรือสูญหาย 86 ราย บ้านเรือนเสียหายกว่า 6,000 หลัง)

สำหรับสาเหตุที่เป็นเช่นนั้น ก็มีอยู่หลากหลายปัจจัย โดยญี่ปุ่นมีเงื่อนไขหลายข้อที่ทำให้มีความเสี่ยงต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติสูง ขอยกตัวอย่างภัยธรรมชาติที่เกิดที่ญี่ปุ่นบ่อย 3 อย่างพร้อมอธิบายเหตุในแต่ข้อนะคะ

1. แผ่นดินไหว/ภูเขาไฟ

ภัยธรรมชาติ

พื้นผิวโลกเรานั้น ประกอบไปด้วยหินมากกว่าสิบแผ่นที่เรียกว่าแผ่นเปลือกโลก ซึ่ง หมู่เกาะญี่ปุ่น นั้น ก็ดันตั้งอยู่ตรงบริเวณที่แผ่นเปลือกโลก 4 แผ่น ชนกันพอดี!? จึงไม่ที่ไหนในโลกอีกแล้ว ที่จะเกิดการชนกันของแผ่นเปลือกโลกมากเท่าญี่ปุ่น! ซึ่งผลที่ตามมา ก็ทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นประเทศที่ได้รับความรุนแรงจาก แผ่นดินไหวและภูเขาไฟ สูงกว่าประเทศอื่น ๆ นั่นเองค่ะ

2. ไต้ฝุ่น/ฝนตกหนัก

ภัยธรรมชาติ

ญี่ปุ่น อยู่ในจุดที่เป็นทางผ่านของไต้ฝุ่นพอดี โดยพายุหมุนเขตร้อนซึ่งเป็นจุดตั้งต้นของไต้ฝุ่นนั้น มีแนวโน้มที่จะก่อตัวในบริเวณทะเลทางตะวันออกเฉียงใต้ และเมื่อพายุหมุนเขตร้อนกลายเป็นไต้ฝุ่น มันก็จะได้รับอิทธิพลจากการไหลของลมในชั้นบรรยากาศด้านบน และเกิดการกระจายความกดอากาศในช่วงฤดูร้อน จนในที่สุด ก็จะพัดเข้ามายังญี่ปุ่นทีละลูกทีละลูก ซึ่งไต้ฝุ่นเหล่านี้ ก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง โดยถ้ายิ่งมีกำลังแรงมากขึ้น ก็จะเกิดเป็นฝนตกหนักตามมา

3. ภัยพิบัติน้ำท่วมและดินถล่ม

ภัยธรรมชาติ

เนื่องจากพื้นที่ 70% ของญี่ปุ่นเป็นภูเขา แม่น้ำจึงมีลักษณะลาดชันและไหลเร็ว ส่งผลให้ประเทศมีแนวโน้มที่จะเกิดน้ำท่วมได้ง่าย นอกจากนี้ การเคลื่อนที่อย่างรุนแรงของเปลือกโลก ก็ทำให้เกิดภูมิประเทศและธรณีวิทยาที่ซับซ้อนและไม่แน่นอน หากเกิดฝนตกหนัก ก็อาจจะทำให้มีแนวโน้มที่จะเกิดดินถล่มได้อีกด้วย

รู้ความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติจากชื่อสถานที่!?

ภัยธรรมชาติ

ญี่ปุ่นนิยมตั้งชื่อสถานที่ตามธรรมชาติที่พบได้ในพื้นที่นั้น ๆ สิ่งนี้เป็นตัวช่วยที่ทำให้เราสามารถคาดเดาความเสี่ยงจากภัยพิบัติได้! ตัวอย่างเช่น ชื่อสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับหุบเขา อาจจะมีความเสี่ยงเรื่องดินสไลด์ หินถล่ม หรือชื่อสถานที่ที่เกี่ยวกับนํ้าแร่ธรรมชาติ บ่อนํ้า หรือพื้นที่ชุ่มนํ้า อาจจะต้องระวังเรื่องนํ้าท่วมหรือสึนามิ การคาดเดาความเสี่ยงจากชื่อสถานที่อาจจะเป็นมรดกตกทอดจากบรรบุรุษชาวญี่ปุ่นที่ทิ้งไว้เตือนสติคนรุ่นหลังก็ได้นะคะ

ส่วนตัวแล้วมีความสุขในการใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นมาก เพราะเป็นประเทศที่มีความปลอดภัยสูง ทั้งในด้านอาชญากรรมและอาหาร เดินทางก็สะดวก แต่สิ่งเดียวที่ทำให้กังวลมากที่สุดคือ เรื่องภัยธรรมชาติเนี่ยแหละค่ะ เจอแผ่นดินไหวค่อนข้างบ่อย แต่ทำใจให้ชินไม่ได้จริงๆ ห้องสั่นทีไรใจหายทุกที แต่มันก็ทำให้เราต้องระมัดระวังและใส่ใจกับสิ่งรอบข้างอยู่เสมอ เมืองไทยเจอภัยธรรมชาติน้อยกว่าญี่ปุ่นมาก แต่ถ้าเกิดภัยขึ้นมาจริงๆก็น่ากลัวตรงที่ผู้คนไม่ทันได้ตระหนัก ทำให้อาจจะเกิดความเสียหายมากกว่าที่ควรจะเป็น

สรุปเนื้อหาจาก: oyo

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...