“K-JPX-A(A)” ลุย “หุ้นญี่ปุ่น” ในดัชนี “TOPIX”...รับศก.ฟื้นตัว !!!
กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’(Risk-adjusted returns)ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Japan Equity” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนใน “หุ้นญี่ปุ่น” ให้มีผลตอบแทนตามดัชนีตลาดหุ้นญี่ปุ่น“TOPIX”
ปีนี้ “หุ้นญี่ปุ่น” เป็นตลาดที่ Perform ได้ดีติด 1 ใน 3 ของโลก บวกไปแล้วกว่า +14% ในขณะที่ “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” (IMF) เองก็คาดว่าเศรษฐกิจจะโตได้ 0.7% และ 1.0% ในปี24 และ 25 ตามลำดับ (ที่มา: IMF, July 2024)
แม้ราคาที่ปรับขึ้นมาจะทำให้ “หุ้นญี่ปุ่น” ในปัจจุบัน “ไม่ถือว่าถูก” มี Forward P/E 12M 21.2 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 18.1 เท่า แต่ก็เป็นตลาดที่มีโมเมนตัมให้ไปต่อได้ จากกำไรบจ.ที่คาดว่ายังเติบโตได้ดี
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นญี่ปุ่น” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง “Morningstar”** มาฝากกัน
“K-JPX-A(A)” ลุย “หุ้นญี่ปุ่น” ในดัชนี “TOPIX” สไตล์ “Passive”
สำหรับกองทุนรวมที่คัดมาแนะนำกันในครั้งนี้ มีชื่อว่า “กองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นญี่ปุ่น-A ชนิดสะสมมูลค่า” (K-JPX-A(A)) บริหารจัดการโดย ‘บลจ.กสิกรไทย’ มีความเสี่ยง “ระดับ 6” (เสี่ยงสูง) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 27 เม.ย. 2559 มีนโยบายลงทุน “หุ้นญี่ปุ่น” ให้มีผลตอบแทนตามดัชนีตลาดหุ้นญี่ปุ่น “TOPIX” ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นกว่า 2,100 บริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว เป็นดัชนีแบบ Market-cap weighted ที่สะท้อนการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี ผ่านกองทุนหลัก ‘NEXT FUNDS TOPIX Exchange Traded Fund’ บริหารจัดการโดย Nomura Asset Management Co., Ltd.
ทั้งนี้กองทุนมีป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน “ไม่น้อยกว่า 75%” ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ
หน้าตาพอร์ต…สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” และ “หุ้นเติบโต”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘‘K-JPX-A(A)” มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นขนาดใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” (Value) และ“หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ข้อมูล ณ วันที่ 28 มิ.ย. 24) มีการกระจายลงทุนใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด ประกอบด้วย
- ELECTRIC APPLIANCES 17.2%
- TRANSPORTATION EQUIPMENT 8.0%
- BANKS 7.9%
- WHOLESALE TRADE 7.3%
- INFORMATION & COMMUNICATION 6.8%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ TOYOTA MOTOR, MITSUBISHI UFJ FINANCIAL GROUP, SONY GROUP, HITACHI, SUMITOMO MITSUI FINANCIAL GROUP ตามลำดับ ซึ่งส่วนใหญ่นักลงทุนไทยและนักลงทุนทั่วโลกก็คุ้นชื่อกันดีอยู่แล้วเพราะเป็นผู้นำในแต่ละอุตสาหกรรมที่จัดเป็น Global Company เลยทีเดียว”
“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘K-JPX-A(A)’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 พ.ค. 24) เฉลี่ยอยู่ที่ 10.16%ต่อปี(ดัชนีชี้วัด 8.88% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 15.91% ต่อปี(ดัชนีชี้วัด 16.46% ต่อปี) อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -30.40%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 500 บาท เท่านั้น
สำหรับนักลงทุนที่สนใจการลงทุน เงื่อนไขหรือมูลค่าขั้นต่ำของการ “ซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” จะอยู่ที่ 500 บาท ส่วนมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนจะอยู่ที่ 500 บาทเช่นเดียวกัน ขณะที่ยอดคงเหลือขั้นต่ำจะอยู่ที่ 50 บาท สำหรับระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนคือ 3 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน (T+3)
ส่วนช่องทางการซื้อขายสามารถทำได้ผ่านรูปแบบออฟไลน์อย่าง ธนาคารกสิกรไทยและผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนอื่นที่บริษัทได้แต่งตั้งขึ้น ขณะที่ช่องทางออนไลน์สามารถเปิดบัญชีและซื้อขายได้ผ่านแอพพลิเคชั่นอย่าง K-My Funds, K-Cyber และ KPLUS
ใครที่มองหาโอกาสลงทุนในตลาดโลก “หุ้นญี่ปุ่น” ถือเป็นอีกตลาดที่ไม่ควรละเลย เพราะมีน้ำหนักในตลาดโลกไม่น้อยกว่า 10% ซึ่งอาจจะเป็นน้ำหนักที่ใช้อ้างอิงในพอร์ตหุ้นของคุณได้เช่นกัน และใน “หุ้นญี่ปุ่น” นอกจากหุ้นใหญ่ในดัชนี “Nikkei225” แล้ว ก็ยังมีหุ้นที่หลากหลายกว่า 2,100 ตัว ในดัชนี “TOPIX” ให้เลือกลงทุนด้วยเช่นกัน ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนเลยทีเดียว
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน