โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ชาวมาเลย์เชื้อสายสยาม "แหลงใต้" ได้ และคนสามจังหวัดไร้สัญชาติ แอบทำงานในมาเลเซีย

Khaosod

อัพเดต 11 มิ.ย. 2567 เวลา 15.58 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2567 เวลา 00.42 น.

สื่อมวลชนเกือบ 20 ชีวิตติดตามคณะของนายณัฐพล ขันธหิรัญ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศลงพื้นที่เยี่ยมเยือน “คนสยามดั้งเดิม” คำอธิบายถึงชาวมาเลย์เชื้อชาติไทย กลุ่มชาติพันธุ์หนึ่งในประเทศมาเลเซีย ที่วัดพิกุลทองวราราม อ.ตุมปัต รัฐกลันตัน ตรงข้ามจังหวัดนราธิวาส

ชาวมาเลย์ เชื้อสายสยาม ทางการมาเลเซียต้องการอนุรักษ์ไว้ ภาษาไทยใช้เฉพาะในวัด พระครูสุวรรณวรานุกูล (เพียง ฐานุตตโร) เจ้าอาวาสวัดพิกุลทองวราราม กล่าว

รองปลัดกระทรวงต่างประเทศและเจ้าอาวาสวัดพิกุลทองวราราม

ในยุคล่าอาณานิคม เมื่อปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 ก่อเกิดสนธิสัญญาสยาม-อังกฤษ ขีดเส้นเขตแดนทางบกของสยามกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งพม่า และมาเลเซีย ลงนามเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ค.ศ. 1909 หรือเมื่อราว 115 ปีก่อน รัฐบาลสยามได้โอนสิทธิเหนือรัฐกลันตัน ตรังกานู ไทรบุรี และเปอร์ลิสให้รัฐบาลอังกฤษปกครอง

"ภายใต้สนธิสัญญาฉบับนี้ บุคคลในบังคับสยามในรัฐดังกล่าว หากต้องการจะมีสัญชาติไทยต่อไปต้องย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ในดินแดนสยาม ภายใน 6 เดือน เป็นเหตุให้คนไทยที่พูดภาษาไทย ยาวี และมีขนบธรรมเนียมประเพณีแบบไทย แต่ไม่สามารถละทิ้งถิ่นที่อยู่ดั้งเดิมต้องตกค้างอยู่ในรัฐดังกล่าว กลายเป็นคนในบังคับของอังกฤษเป็นจำนวนมาก หลังจากนั้น ในวันที่ 31 สิงหาคม 2500 อังกฤษก็ได้ให้เอกราชแก่มาเลเซีย" สถานกงสุลใหญ่ในโกตาบารูระบุผ่านเว็บไซต์

ดังนั้น หน้าที่หนึ่งของสถานกงสุลใหญ่ในโกตาบารูคือ ดูแลคนเชื้อชาติไทยในรัฐกลันตันให้ได้รับความเป็นธรรมตามสมควร

มาเลเซียมีนโยบายภูมิบุตร ให้สิทธิคนเชื้อสายมาเลย์ เหนือเชื้อสายอื่นๆ ที่เหลือรวมถึงเชื้อสายไทย จีน และอินเดีย จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ประเด็น เชื้อชาตินิยม แม้ต่างก็มีสัญชาติมาเลย์

นักเรียนตีกลองยาวเอาฤกษ์เอาชัยต้อนรับการมาเยือน

พระเจ้าอาวาสกล่าวด้วยภาษาไทยกลางสำเนียงใต้ว่า พระเป็นคนไทยดั้งเดิม ตั้งแต่ไทยยังเป็นสยามประเทศ การขีดเขตแดนทำให้เป็นชาวมาเลเซีย แต่ยังคงภาษา วัฒนธรรมประเพณีไทย อาทิ ภาษาที่ใช้เรียก กางเกง -สนับเพลา รองเท้า-เกือก นอกจากมีภาษาแล้ว ยังมีประเพณีวัฒนธรรมเก่าแก่ อาทิ ทำบุญบูชาทุ่งนา เป็นต้น และที่พิเศษในปี 2562 ทางการท้องถิ่นอนุญาตให้จัดฉลองสงกรานต์เป็นปีแรก

"เราเป็นชาวมาเลเซียโดยปริยาย โดยกฎหมาย โดยสัญชาติ แต่มีเชื้อชาติไทย" เจ้าอาวาสกล่าว

และทั้งนี้ รักแผ่นดินมาเลเซียเนื่องจากเป็นแผ่นดินเกิดตั้งแต่บรรพบุรุษ จำนวนคนสยามไม่ถึงร้อยละ 1 ของประชากรมาเลเซีย จึงกลายเป็นชนกลุ่มน้อย แต่ภาครัฐรู้ว่าเราเป็นคนแผ่นดินเดิม เหมือนกับอนุรักษ์ไว้

“เราจำเป็นต้องช่วยตนเอง ผลักดันตนเอง อะไรที่เล็กๆมักถูกกลืนก็เป็นธรรมชาติ จึงมีความทะเยอทะยาน พยายามรักษาภาษา วัฒนธรรม เราจึงจะอยู่รอด จนสามารถรักษาอัตลักษณ์ไทยไว้ได้” เจ้าอาวาสกล่าว

นายพิมพ์ อุตราพันธุ์ นายกสมาคมสยามกลันตันกล่าวว่า สิทธิที่ได้รับเกือบเหมือนคนเชื้อสายมาเลย์ สามารถเรียนหนังสือ รับราชการได้ และมีผู้แทนของชาวสยามเป็นสมาชิกวุฒิสภาหรือสว. ผ่านการให้สิทธิพิเศษ ไม่ใช่ผ่านการเลือกตั้ง เพราะหากเลือกตั้งชาวสยามจะแพ้ได้ เนื่องจากเชื้อสายสยามมีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบเชื้อสายอื่นๆ ซึ่งตั้งแต่ปีค.ศ. 1996-2022 มีสว.จำนวน 4 คน

แม้รัฐกลันตันเป็นรัฐที่เคร่งศาสนาอิสลามมากที่สุดในมาเลเซีย และโกตาบารูประกาศเป็นเมืองอิสลาม แต่มีวัดในรัฐกลันตัน 22 แห่ง เฉพาะอ.ตุมปัตจำนวน 12 แห่ง ทั่วมาเลเซียมีวัดราว 100 แห่ง

สำหรับภาษาหลักๆที่ใช้สื่อสาร ได้แก่ มาเลย์ อังกฤษ ส่วนภาษาไทย (ภาษาเจ๊ะเห) ใช้เฉพาะในวัด ในชุมชนสยาม ซึ่งมี 34 หมู่บ้าน

มาเลย์เชื้อสายสยามใช้ ภาษาเจ๊ะเห เชื่อว่าเป็นส่วนผสมของภาษาสุโขทัยโบราณ ภาษาใต้และภาษามลายูเข้าด้วยกัน มาจากอาณาจักรสุโขทัยส่งขุนนางไปปกครองในจ.นราธิวาส เกิดภาษาที่ผสมผสาน และใช้กันมากในต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ ในจ.นราธิวาส

จากการสัมภาษณ์พี่เอียด (นามสมมติ) เล่าว่า ตนเป็นคนรุ่นที่ 4 จาก 6 ชั่วอายุคน เคยทำอาชีพเปิดร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าในตัวเมือง จนกิจการต้องปิดไปเนื่องจากโควิด-19 ขณะนี้ว่างงาน รัฐบาลท้องถิ่นดูแลช่วยเหลือระดับหนึ่ง ซึ่งก็ไม่ได้รู้สึกว่า ขาดตกบกพร่อง

ชาวมาเลย์เชื้อสายสยาม

พี่เอียด เล่าว่า พี่น้องแต่งงานกับคนมาเลย์ นับถือศาสนาอิสลาม น้องสาวแต่งกับชายมาเลย์เชื้อสายจีน รัฐบาลมาเลเซียดูแลเต็มที่ ให้สิทธิรักษาพยาบาล เข้ารับการบริการภาครัฐอื่นๆ อยากให้เจ้าหน้าที่ไทยมาเยี่ยมที่วัดบ่อยๆ เพื่อมาทำกิจกรรมด้วยกัน ก่อนทิ้งท้ายว่า ยังขาดครูสอนภาษาไทยในโรงเรียนไทย

ชาวสยามสื่อสารได้อย่างคล่องแคล่วเสมือนคนใต้พูดกัน ทำให้ผู้สื่อข่าวข่าวสด ซึ่งมีภูมิลำเนาในจังหวัดนครศรีธรรมราช “แหลงใต้” สัมภาษณ์พูดคุยเป็นภาษาถิ่นใต้อย่างไม่ติดขัด พบ "อัตลักษณ์ของคนใต้" ในชาวสยามด้วยตาตนเองจากการลงพื้นที่ในครั้งนี้

ทั้งลักษณะหน้าตาคมเข้มรวมถึงสีผิว ภาษาที่ได้พูดคุยสอบถามความเป็นอยู่สารทุกข์สุกดิบหรืออาหารการกินที่ชาวสยามดั้งเดิมนำมาต้อนรับคณะอย่างเป็นกันเอง

รสสยามดั้งเดิมที่ภูมิใจนำมาต้อนรับ

"หรอยแรง" จากรสชาติคุ้นลิ้นที่รับประทานตั้งแต่เด็กๆทั้งข้าวเหนียวย่างไส้ปลาป่น ข้าวเหนียวนึ่งไส้กล้วย (ชาวนครศรีฯเรียก เหนียวห่อกล้วย หรือ ข้าวต้มมัดที่คนภาคกลางคุ้นเคย) ขนมจุน (หรือจู้จุน ชาวนครศรีฯเรียก หรือขนมฝักบัวของคนภาคกลาง) เหมือนได้กินอาหารที่บ้านอย่างไรอย่างนั้น

จนรองปลัดกระทรวงการต่างประเทศภูมิใจหนักหนาที่ทุกคนพยายามรักษาธรรมประเพณีวัฒนธรรม ศาสนา คำสอนและชีวิตความเป็นอยู่ดั้งเดิมตั้งแต่สมัยสุโขทัย ซึ่งคนไทยเราทั่วไปอาจลืมไปแล้ว

อีกทั้งความรู้สึกในแง่จิตใจ เหมือนมาเยี่ยมลูกเยี่ยมหลาน และพบปะกับพี่น้องที่มีส่วนช่วยทำกิจกรรมการสอนหนังสือ สอนทุกวันหยุดด้วยก็ดีในวันศุกร์-เสาร์ และที่ภูมิใจที่สุด ทุกคนมีจิตใจทุ่มเท เพื่อให้สืบทอดวัฒนธรรม เชื่อมโยงชาวสยามและคนไทยด้วยวัฒนธรรม ไม่เกินจริงเลย

เสร็จสิ้นการเยี่ยมเยือนชาวมาเลย์เชื้อสายไทยเก่าแก่ ลำดับต่อไป ภารกิจดูแลคนไทยตกหล่นในมาเลเซีย

สถานกงสุลตรวจสัญชาติคนไทยลักลอบทำงานในมาเลเซีย

มรดกอาณานิคมขีดเส้นเขตแดนกั้นกลางไทย-มาเลเซียอย่างชัดเจนขึ้น เรื่อยมาจนปัจจุบันเกิดปัญหาข้ามแดนต่างๆ รวมถึงคนไทย แต่ไร้สัญชาติไทย ต้องตกทุกข์ได้ยาก

ขอตรวจสัญชาติไทย

หลายคนคุ้นเคยกับแรงงานจากเพื่อนบ้านอย่างพม่า ลาว กัมพูชาเดินทางมาทำงานในประเทศไทยเพื่อหาเลี้ยงปากท้อง หวังอนาคตที่ดีกว่า แต่กรณีมาเลเซียต่างออกไป กลายเป็นฝ่ายไทยที่เดินทางไปทำงานในมาเลเซียโดยเฉพาะแรงงานจากสามจังหวัดชายแดนใต้

จากปัจจัยภาพรวมสามจังหวัดมีเศรษฐกิจไม่ค่อยดี ชาวบ้านฐานะยากจน มาเลเซียก้าวพ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลางไปแล้ว ประกอบกับการมีเชื้อชาติ ภาษาและวัฒนธรรมเดียวกัน จึงสามารถเข้าใจได้ และควรเข้าไปทำงานอย่างถูกกฎหมายจะได้รับการคุ้มครองตามสิทธิแรงงาน

อีกหนึ่งข้อเท็จจริงที่ได้จาก โครงการพิสูจน์สัญชาติ คนไทยที่ยังตกหล่น เพื่อให้ได้สัญชาติด้วยวิธีตรวจสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ ซึ่งได้เปิดเผยข้อเท็จจริงอื่นๆอีกในความสัมพันธ์ไทย-มาเลเซียหลายประการ ทั้งปัญหา อุปสรรคและความร่วมมือในการแก้ไขตลอดทาง

สื่อมวลชนร่วมเฝ้าสังเกตการณ์โครงการที่จัดโดยสถานกงสุลใหญ่ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือศอ.บต. สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ในระหว่างวันที่ 28-29 พ.ค. 2567 ที่ผ่านมา

สื่อมวลชนรับฟังบรรยายเกี่ยวกับโครงการฯ และซักถาม

เป็นที่ทราบกันดีว่า ในทางกฎหมายถือเอาสัญชาติเป็นสำคัญ ไม่ใช่เชื้อชาติ สัญชาติทำให้ประชาชนมีสิทธิประโยชน์และได้รับความคุ้มครองจากรัฐ รวมถึงมีหน้าที่ต่อรัฐด้วย สะท้อนผ่านภารกิจการคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์ของคนไทยในต่างประเทศของกรมการกงสุล

คนไทยแต่ไร้สัญชาติไทยถือเป็นอีกปัญหาสำคัญของคนไทยในมาเลเซีย ทำให้ต้องอยู่แบบหลบๆซ่อนๆ เข้าไม่ถึงบริการภาครัฐทั้งการรักษาพยาบาล การหาความรู้ในโรงเรียน จึงมีหน้าที่ช่วยเหลือคนไทยตกทุกข์ได้ยาก

ขอตรวจสัญชาติไทย

บรรยากาศที่สังเกตเห็น คนไทยไร้สัญชาติจูงมือญาติ ลูกหลาน เดินทางมาเข้ารับบริการตรวจดีเอ็นเอกันอย่างหนาแน่น ที่สถานกงสุลใหญ่ไทย เมืองโกตาบารู ซึ่งได้อำนวยความสะดวกจัดสถานที่ เก้าอี้ พัดลม น้ำดื่มไว้พร้อมต้อนรับ ก่อนเข้ารับบริการตามจุดต่างๆ ตามขั้นตอน เสร็จสิ้นรับทราบผลตรวจใน 1-2 เดือน ขึ้นกับความใกล้ไกล ซับซ้อนมากน้อยของความสัมพันธ์ทางสายเลือด เมื่อทราบผลดีเอ็นเอก็ทราบความสัมพันธ์ที่แท้จริง

หากเป็นญาติกันจริงก็จะได้สัญชาติไทยและสิทธิประโยชน์ในฐานะพลเมืองไทยก็ตามมา อาทิ สิทธิการรักษาพยาบาลตามบัตรทอง สิทธิในการซื้อที่ดินเมื่อมีชื่อในทะเบียนบ้าน หรือแม้แต่สิทธิโครงการดิจิตอลวอลเล็ตในอนาคต

แต่ที่ผ่านมา ผลตรวจดีเอ็นเอยืนยันว่าไม่ใช่ญาติกันก็มี คิดเป็นไม่ถึงร้อยละ 1 ของยอดผู้ลงทะเบียนในโครงการ

ปีนี้มีจำนวนผู้ลงทะเบียนจำนวน 235 คน เพิ่มขึ้นก้าวกระโดดราว 80-90 เปอร์เซ็นต์ เทียบจากปีก่อนหน้าซึ่งมี 97 คน หรือมากที่สุดเท่าที่ทำโครงการนี้มา

ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มโครงการ ตัวเลขผู้ลงทะเบียนในแต่ละปีอยู่ที่ราว 60-90 คน (เว้นช่วงโควิด-19 ในปี 2563-2565) ยอดรวมทั้งหมด 353 คนจากที่ประเมินว่าคนไทยไร้สัญชาติในรัฐกลันตันราว 500 คน โดยดำเนินการตรวจดีเอ็นเอให้ผู้ลงทะเบียนฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม หากคิดอัตราค่าบริการตามปกติขึ้นกับความซับซ้อนของการสืบทอดทางสายเลือดราคาตั้งแต่ 5,000 -10,000 บาท เนื่องจากต้องใช้น้ำยาหลายชุดต้นทุนจึงสูงตาม

น.ส.ฟาราห์ นำแม่และพี่สาวแม่มาเจาะเลือดเพื่อตรวจดีเอ็นเอ หวังเข้าถึงสิทธิรักษาพยาบาลบัตรทอง ซึ่งพี่สาวของแม่อ้างสิทธิสายเลือดเดียวกันเพื่อขอรับสัญชาติไทยแม้อายุราว 60 ปีแล้ว

ฝ่ายแม่อาศัยอยู่ในจ.นราธิวาส คู่พี่น้องข้ามฝั่งไปมาหาสู่กันตลอดในเทศกาลรื่นเริงอย่างฮารีรายอ และเผยว่า ทราบข่าวโครงการจากเพจเฟซบุ๊กโรดี มาเลียต และฟาราห์เข้าใจว่ารอผลเลือด หากตรงกันคือสามารถยื่นขอบัตรประชาชนได้

เป้าหมายเพื่อให้ได้บัตรยืนยันตัวตนอย่างบัตรประชาชนเลข 13 หลักส่งผลให้สามารถเข้าถึงการบริการภาครัฐ ซึ่งในปี 2566 สถานกงสุลสามารถออกสูติบัตรหรือใบเกิดได้ 86 คน และกรมการปกครองโดยที่ว่าการอำเภอออกบัตรประจำตัวประชาชนได้ราว 70 คนจากจำนวนคนลงทะเบียน 97 คน

“การแก้ไขปัญหาคนไทยในมาเลเซียดังกล่าว คือการดูแลและคุ้มครองเพื่อรักษาผลประโยชน์ของคนไทยในต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม จับต้องได้ การให้บริการแก่คนไทยทุกกลุ่มโดยไม่แบ่งแยกศาสนา ความเชื่อ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพื่อทำให้คนไทยได้สัญชาติไทย” นายภาษิต จูฑะพุทธิ กงสุลใหญ่ กล่าว

สาเหตุของปัญหาไร้สัญชาติ โดยเฉพาะคนไทยในจังหวัดนราธิวาส ซึ่งมีพรมแดนติดรัฐกลันตัน ส่วนใหญ่เข้าประเทศมาเลเซียผิดกฎหมายโดยใช้ช่องทางธรรมชาติเข้ามาทำงานรับจ้างตัดยางในป่ายางพารา หรือทำการเกษตรเกี่ยวกับปาล์มน้ำมัน

ขอตรวจสัญชาติไทย

เมื่ออยู่ในมาเลเซียเป็นเวลานาน สร้างครอบครัวและมีลูก แต่ไม่ได้มาแจ้งเกิด เอกสารต่างๆ จึงไม่มี และรุ่นลูกวนซ้ำรอยเดิมตามรุ่นพ่อแม่ รุ่นแล้วรุ่นเล่า นับเป็นปัญหาสะสม กลายเป็นคนไทยไร้สัญชาติ อย่างไรก็ดี ปัญหาดังกล่าวไม่ได้เกิดเฉพาะคนไทยในมาเลเซีย แต่รวมถึงสามจังหวัดชายแดนใต้ที่คนไทยไม่มีเอกสารยืนยันตัวตน สถิติรวมมากกว่า 2,000 คน

ลดความหวาดระแวงภาครัฐกับชาวบ้านสามจังหวัด

นายกูเฮง ยาวอหะซัน เลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ผมเป็นคนมุสลิมสามจังหวัด สมัยเรียนเมื่อหลายสิบปีก่อน ผมพูดมลายูในโรงเรียน โดนเฆี่ยนหรือถูกปรับคำละ 1 บาทหรือ 50 สตางค์

แต่สมัยนี้ถือเป็นข้อได้เปรียบ คนสามจังหวัดใช้ภาษามลายู แต่พูดได้ 4 แบบ ได้แก่ ภาษากลาง ถิ่นใต้ มลายู และภาษาถิ่นพิเทน สามารถสื่อสารกับประชาชนภาคอื่นๆได้ นับเป็นความโดดเด่นที่สร้างความได้เปรียบเพื่อเศรษฐกิจปากท้องไม่ใช่ปัญหา

คนไทยสามจังหวัดมีเชื้อชาติ ภาษาเดียวกันกับมาเลเซีย ซึ่งมีกฎหมายการขอสัญชาติที่เข้มงวดและไม่ให้ถือสองสัญชาติ มาเลเซียมีชนชั้นจากนโยบายภูมิบุตร และพบว่า ชาวมาเลย์แต่งคนไทยไปเป็นภรรยาน้อย (ชายชาวมุสลิมในมาเลเซียได้รับอนุญาตให้มีภรรยาได้ 4 คน)

คนไทยในสามจังหวัดมีฐานะยากจนทำงานทั้งเดือนแทบไม่ได้จับแบงก์พัน ต้องเข้าเมืองผิดกฎหมาย โดยใช้ช่องทางธรรมชาติ อาทิ นั่งเรือแจวข้ามแม่น้ำโก-ลกในราคาหนึ่งริงกิตหรือราวสิบบาท เมื่อมาถึงแล้ว หลบเจ้าหน้าที่อยู่ในป่า ต้องทนอยู่กับเสือ งู ซึ่งอันตราย เพื่อมาทำงานที่คนมาเลเซียไม่ทำ

ศุกร์ -เสาร์เป็นวันหยุดชาวมาเลเซียในรัฐกลันตัน จึงเปิดช่องให้คนไทยทำงาน ซึ่งรวมถึงพนักงานในร้านอาหารต้มยำกุ้ง ธุรกิจของคนไทยที่มี 5,000 ร้านทั่วมาเลเซีย นำรายได้เข้าประเทศปีละราว 1,000 ล้านบาท เกิดจากชาวมาเลเซียไม่ค่อยรับประทานข้าวในบ้าน นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารไทยที่ได้รับความนิยมคือต้มยำกุ้ง

“เป็นความพยายามที่จะหาทางแก้ปัญหาต่อความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนใต้ และเชื่อว่าการออกบัตรประชาชนแก่ผู้ที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนโกตาบารู เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดวิธีหนึ่ง” นายกูเฮงกล่าว

ด้านนายแพทย์สมหมาย บุญเกลี้ยง ผู้ช่วยเลขาธิการศอ.บต.เคยทำงานเป็นแพทย์สาธารณสุขจังหวัดก่อนโอนย้ายมาทำงานในศอ.บต.เน้นย้ำความหวังว่า โครงการจะช่วยบรรเทาความไม่เข้าใจระหว่างภาครัฐและชาวบ้านสามจังหวัดที่มองว่า “รัฐไทย” กีดกันการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน จึงใช้การแก้ปัญหาสุขภาพลดความเหลี่ยมล้ำ คืนความยุติธรรมแก่ประชาชนให้ได้เข้าถึงสิทธิ

การบริการหน้างานบางจุดของเรายังมีปัญหา การสื่อสารไม่ดี ยังคงมีปัญหากันอยู่ ตอนนี้รัฐบาลให้ความสำคัญสิทธิประโยชน์และการเอื้อให้เขาในการเข้าถึงสิทธิในตรวจสัญชาติไทย ผมคิดว่า ต่อไปการไม่เข้าใจภาครัฐลดแน่นอน นายแพทย์สมหมายกล่าว

แพทย์สะท้อนปัญหาหน้างาน นอกจากคนไทยไร้สัญชาติในมาเลเซียเผชิญปัญหาสุขภาพ อาทิ การตั้งครรภ์ไม่พร้อม การไม่ฝากครรภ์ ปัญหาวัคซีนเด็ก

แม้มีการจับคู่ทำงานร่วมกันระหว่างสองฝั่ง รัฐเปรัก- จังหวัดสตูล รัฐกลันตัน-จังหวัดนราธิวาส และรัฐเคดาห์-จังหวัดสงขลา แต่เจอปัญหาหน้างาน ตัวอย่างเช่น ปัญหาการรีเฟอร์หรือการส่งต่อผู้ป่วยจากรัฐกลันตันไปจังหวัดนราธิวาสในปี 2559 รถพยาบาลฉุกเฉินจากฝั่งไทยไม่สามารถเข้ามารับผู้ป่วยที่รัฐกลันตันไปรักษาต่อในจังหวัดนราธิวาส

นายสมหมายในฐานะหมอถึงกับเอ่ยออกมาว่า"ทำไมยากจังเลย" กระทั่งปัญหาสามารถแก้ไขได้จนรัฐกลันตันยินยอมอำนวยความสะดวก สะท้อนความเป็นบ้านพี่เมืองน้องที่ยังเหนียวแน่น จนถึงขณะนี้รวมอำนวยความสะดวกผู้ป่วยในเคสนี้เกือบ 600 คน

“เมื่อได้รับบัตรประชาชนแล้วจะต้องติดตามถึงบ้านกันต่อไปว่า ประชาชนสามารถใช้สิทธิได้จริงหรือไม่” นายแพทย์สมหมายกล่าว จนทำให้ทราบข้อมูลว่า เด็กไม่มีสัญชาติ ร้อยละ 80 เป็นลูกครึ่ง เกิดจากการแต่งงานกันระหว่างคนไทยและคนอินโดนีเซีย หรือมาเลเซียแล้วเลิกรากันไป

อย่างที่ทราบกันโดยทั่วไป ในคดีต่างๆ นอกเหนือจากตำรวจทำหน้าที่สอบสวนเพื่อคลี่คลายคดี ส่วนการนำหมอมาช่วยไขปริศนาคดีเรียกว่า นิติวิทยาศาสตร์ ถึงคราวการนำวิทยาศาสตร์มาแก้ไขปัญหาคนไร้สัญชาติ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

นายวรวีร์ ไวยวุฒิ รองผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ อธิบายว่า การพิสูจน์สัญชาติไทยด้วยวิธีตรวจดีเอ็นเอเป็นการใช้หลักฐานวิทยาศาสตร์เพื่อแก้ไขปัญหาคนไทยไร้สัญชาติที่น่าเชื่อถือ โดยใช้หลักสายเลือดสามารถพิสูจน์ได้ 3 ชั้นลำดับ ทวด ปู่ย่าตายาย และพ่อแม่ลูก

การพิสูจน์สัญชาติด้วยวิธีตรวจดีเอ็นเอ ข้อดีคือน่าเชื่อถือและรวดเร็ว เมื่อเทียบกับวิธีการสืบสวนพยานปากคำอย่างผู้ใหญ่บ้าน กำนัน เพื่อยืนยันความเป็นญาติของผู้อ้างสิทธิ สู่การรวบรวมหลักฐานที่น่าเชื่อถือ ผู้อ้างสิทธินำไปยืนยันการขอรับสัญชาติไทยต่อกรมการปกครองที่เป็นหน่วยงานมีหน้าที่ออกบัตรประชาชนใบแรก

สำหรับปัจจัยที่ทำให้ยอดผู้ลงทะเบียนขอพิสูจน์สัญชาติไทยในปีนี้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากเกิดจากการทำงานเชิงรุกของสถานกงสุลผ่านโครงการกงสุลสัญจร ซึ่งหาข้อมูลและเดินทางไปหาคนไทยไร้สัญชาติด้วยตัวเอง เพื่อบรรเทาความหวาดระแวงว่า จะโดนเรื่องคดีความหรือเปล่า จะโดนจับหรือไม่

และเมื่อคนกลุ่มนี้ได้บัตรประชาชนและได้ใช้ประโยชน์สิทธิต่างๆอาทิ บัตรทอง จึงเกิดการบอกต่อ ปากต่อปาก ตลอดจนการร่วมกันทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำให้การขับเคลื่อนโครงการมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การเชิญชวนโน้มน้าวคนไทยในมาเลเซียที่ไร้สัญชาติให้มาขอสัญชาติไทยของกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แม้ที่ผ่านมาไม่ค่อยได้รับความนิยม แต่จากสถิติผู้ลงทะเบียนเพื่อขอตรวจสัญชาติไทยในปีนี้บ่งชี้ว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต

เปิดประเด็น-คนไทยต่างแดนลุ้นเพิ่มอำนาจสถานทูต

โครงการบริการที่จุดเดียวเพื่อตรวจสัญชาติข้างต้นเจอระเบียบกรมการปกครองว่าด้วยการจัดทำบัตรประชาชนกำหนดให้การยื่นคำร้องบัตรประชาชนใบแรกต้องทำที่สำนักทะเบียนฝ่ายปกครองตั้งอยู่ในไทยเท่านั้น สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในต่างประเทศจึงไม่มีอำนาจออกบัตรประชาชนใบแรก ทำให้ผู้ที่ได้ใบเกิดต้องข้ามฝั่งแบบผิดกฎหมายเหมือนตอนขาเข้า เพื่อไปที่ว่าการอำเภอสุไหงโก-ลก ยื่นทำบัตรประชาชน

ระเบียบเกิดขึ้นในขณะที่ยังไม่มีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างการตรวจดีเอ็นเอที่สถานกงสุลกำลังทำอยู่ในขณะนี้ และเกิดขึ้นตั้งแต่ยังไม่มีการซื้อขายสัญชาติ ที่มีเงินลงทุนถึงจำนวนที่กำหนดก็สามารถซื้อสัญชาติได้แล้ว

เมื่อมีใบเกิดแล้ว ใช่ว่าจะได้บัตรประจำตัวประชาชนทันที เด็กเกิดในต่างประเทศและคนไทยในต่างประเทศต้องนำชื่อเข้าทะเบียนบ้านเพื่อให้ได้เลข 13 หลัก ซึ่งต้องเดินทางมาประเทศไทย จึงเกิดค่าใช้จ่ายตามมา แล้วจึงได้บัตรประชาชน

นายวรวุฒิ พงษ์ประภาพันธ์ อธิบดีกรมการกงสุลเผยว่า คนไทยในต่างประเทศที่อยู่ห่างไกล อาทิ สหรัฐอเมริกา ยุโรป ต่างเรียกร้องให้หน่วยงานในต่างแดนของกระทรวงต่างประเทศให้มีอำนาจออกบัตรประชาชนใบแรกได้ (ขณะนี้สถานทูต สถานกงสุลใหญ่มีอำนาจเพียงออกบัตรประจำตัวประชาชนตั้งแต่ใบที่ 2 ขึ้นไป) ซึ่งกระทรวงฯต้องการอำนวยความสะดวกให้คนไทย

แต่ต้องคำนึงอีกมุมด้วยว่า ในโลกความเป็นจริง เกิดการปลอมแปลงหลักฐานเพื่อให้ได้สัญชาติไทย อาทิ การสวมรอยตัวตนในสมัยสงครามเวียดนาม กรมการปกครองจึงจำเป็นต้องมีมาตรการคัดกรองเพื่อป้องกันอาชญากรรม เชื่อว่าจะมีการแก้ไขระเบียบให้เท่าทันและทันสมัย เพราะในปัจจุบันมีเทคโนโลยีช่วยยืนยันสัญชาติที่ก้าวหน้าแล้ว

สุจิตรา ธนะเศวตร

อ่านสถานกงสุล ตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์สัญชาติ คนไทยในมาเลเซีย หนุนเข้าถึงสิทธิพื้นฐาน

อ่านด.ญ. 11 ขวบกลับไทยแล้ว! หลังถูกจับแต่งงานเป็นเมียคนที่ 3 ของอิหม่ามมาเลเซีย

อ่านเปิดสถานการณ์ผีน้อยหลังโควิด-19 และการแก้ไขปัญหาจากภาครัฐ

อ่าน รอผลชันสูตร สาวไทย ถูกฆาตกรรมที่ไต้หวัน พี่สาวอาจจัดการศพแทนแม่

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชาวมาเลย์เชื้อสายสยาม "แหลงใต้" ได้ และคนสามจังหวัดไร้สัญชาติ แอบทำงานในมาเลเซีย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...