โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุจิตต์ วงษ์เทศ : เห่เรือ และ เรือพระราชพิธี มีเมื่อไร? จากไหน?

MATICHON ONLINE

อัพเดต 25 ต.ค. 2567 เวลา 10.50 น. • เผยแพร่ 25 ต.ค. 2567 เวลา 10.45 น.
ขบวนเรือพระราชพิธี มีเรือต้นของกษัตริย์อยุธยา จัดขบวนล่องจากพระนครศรีอยุธยาไป “บางขดาน” (บางปะอิน) ทำพิธีทางศาสนาผีขอขมาน้ำและดิน เพื่อขอความอุดมสมบูรณ์ของราชอาณาจักร ดังนั้นจึงไม่ใช่ขบวนเรือรบ (ตามที่สื่อบางส่วนมีรายงาน) [ภาพลายเส้นโดยชาวยุโรปในอยุธยา คัดลอกต่อๆ กันมาหลายมุม ซึ่งได้จากหนังสือ กรุงศรีอยุธยาในแผนที่ฝรั่ง ของ ธวัชชัย ตั้งศิริวานิช]

กรุงสุโขทัยไม่เคยพบหลักฐานว่ามีเรือพระราชพิธี

แต่ทางการจินตนาการว่ามีโดยอ้างอิงหนังสือเรื่องนางนพมาศ หรือตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ว่ามีขบวนเรือพระราชพิธี เพราะมีข้อความระบุถึงเรือพระที่นั่งบัลลังก์ทอง ฯลฯ ซึ่งแท้จริงแล้วเรื่องนางนพมาศ เป็นหนังสือแต่งใหม่ในแผ่นดิน ร.3 สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ (เมื่อ พ.ศ. 2479) เข้าใจว่าเป็นพระราชนิพนธ์ใน ร.3 ด้วยซ้ำ

ดังนั้น ถ้อยคำพรรณนาถึงขบวนเรือพระราชพิธีในหนังสือเรื่องนางนพมาศ (และเรื่องอื่นๆ เช่น ลอยกระทง) จึงไม่ใช่เรื่องที่มีในกรุงสุโขทัย แต่มีในกรุงเทพฯ แผ่นดิน ร.3

อนึ่ง กรุงสุโขทัยตั้งบนที่ดอนเชิงเขา อยู่ห่างจากแม่น้ำยมราว 12 กิโลเมตร ส่วนตระพังน้ำ (สระน้ำ) ที่มีในเมืองเป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ไว้ใช้ในวัดและในวัง เมืองสุโขทัยจึงไม่มีที่จอดเรือพระราชพิธีขนาดใหญ่โตได้

ไม่ใช่เรือรบในสงคราม

เรือพระราชพิธีเป็นเรือศักดิ์สิทธิ์ กระบวนเรือย่อมเป็นกระบวนศักดิ์สิทธิ์ ดุจกระบวนของมหาเทพเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคไปประกอบพระราชพิธีสำคัญต่อความมั่งคั่งและมั่นคงของราชอาณาจักร มีในกฎมณเฑียรบาล เช่น

พระราชพิธีแข่งเรือเสี่ยงทาย เดือน 11, ลดชุดลอยโคม เดือน 12, ไล่เรือไล่น้ำฟันน้ำ เดือนอ้าย, จนถึงพระราชพิธีทอดกฐิน, นมัสการพระพุทธบาทเมืองสระบุรี

เรือพระราชพิธีลำสำคัญ มีศีรษะรูปสัตว์ต่างๆ ล้วนเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์พาหนะและอุปกรณ์ของเทวดาในศาสนาพราหมณ์ เพื่อยอพระเกียรติพระเจ้าแผ่นดินที่เสด็จประทับบนเรือ เสมือนเทวดาประทับบนหลังสัตว์พาหนะนั้นๆ เช่น

นาค เป็นพระแท่นบรรทมของพระนารายณ์, ครุฑเป็นพาหนะของพระนารายณ์, หงส์

เป็นพาหนะของพระพรหม ฯลฯ

ดังนั้น เมื่อพระราชพงศาวดารจดว่าพระเจ้าแผ่นดินทรงสร้างแปลงเรือรูปสัตว์ต่างๆ และเรือชนิดอื่นๆ หมายความว่าโปรดให้เตรียมเรือให้เต็มกระบวนที่จะมีงานพระราชพิธีต่อไปข้างหน้า เช่น จะเสด็จทางชลมารคทำการพระราชพิธีปฐมกรรม, มัธยมกรรม อันเป็นพระราชพิธีเกี่ยวกับคล้องช้างทางเมืองชัยนาท ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นต้น

พระราชพิธีที่เสด็จเหล่านี้ไม่เป็นการรบ การสงคราม แต่เป็นพิธีกรรมที่ต้องมีข้าราชการทั้งฝ่ายหน้าและฝ่ายใน รวมทั้งมหาดไทยกับกลาโหม ตำรวจทหารแวดล้อมเต็มกำลัง

มักอธิบายว่าเรือพระราชพิธีมาจากเรือรบที่ใช้ในแม่น้ำลำคลองและออกท้องทะเล เมื่อการรบทัพจับศึกในแม่น้ำลำคลองหมดสิ้นความสำคัญไปทีละน้อย เรือรบเหล่านี้ตกทอดมาเป็นเรือพระราชพิธี จึงไม่เป็นความจริง เพราะเรือรูปสัตว์ไม่เคยใช้ในการรบ

เห่เรือ และ เรือพระราชพิธี

เห่เรือ เป็นประเพณีเพิ่งสร้างใหม่ด้วยทำนองลีลาใหม่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ราวแผ่นดิน ร.4 ถึง ร.5

สมัยโบราณ ทั้งราชสำนักและราษฎรน่าจะมีเห่เรือขอขมาแม่พระคงคาให้น้ำลดลงตามความเชื่อในศาสนาผี เพื่อชาวบ้านเก็บเกี่ยวข้าวในนาที่สุกเต็มรวง

แต่ราชสำนักสมัยโบราณไม่มีเห่เรือขณะขบวนเรือเคลื่อนที่ ซึ่งมีพระเจ้าแผ่นดินประทับบนเรือพระที่นั่ง ในการเสด็จพยุหยาตราทางชลมารค

ส่วนกาพย์เห่เรือพระนิพนธ์เจ้าฟ้ากุ้ง (เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์) ไม่พบหลักฐานว่าเคยใช้เห่เรือในสมัยอยุธยา (เหมือนที่มีสมัยปัจจุบัน)

เรือพระราชพิธี มีกำเนิดและความเป็นมาหลายพันปีมาแล้ว จากเรือศักดิ์สิทธิ์ในพิธีกรรมทางศาสนาผีของคนทุกชาติพันธุ์ในอุษาคเนย์

ครั้นหลังรับวัฒนธรรมอินเดีย จึงปรับเรือศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาผีเข้ากับความเชื่อที่รับมาใหม่ทางศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาพุทธ โดยทำหัวเรือเหมือนรูปสัตว์หิมพานต์ ซึ่งเป็นพาหนะของเทพเจ้า

เรือรูปสัตว์ไม่ใช่เรือรบ และไม่ได้ดัดแปลงจากเรือรบ จึงไม่เคยใช้ออกรบทัพจับศึกในสงคราม (ตามคำอธิบายของทางการ)

เรือพระราชพิธีมาจากเรือศักดิ์สิทธิ์ของบรรพชนอุษาคเนย์หลายพันปีมาแล้ว ไม่ได้มาจากเรือรบในสงคราม

เห่เรือขอขมาน้ำและดิน

เห่เรือขอขมาแม่พระคงคาให้น้ำลด ซึ่งบางทีเรียกเห่เรือไล่น้ำ เพื่อราษฎรชาวบ้าน ลงแขกเกี่ยวข้าวในนาที่สุกเต็มรวง พบในทวาทศมาสโคลงดั้น (แต่งราวเรือน พ.ศ. 2000) ว่า “ดลฤดูสั่งล้ำ ไล่ชล”

เห่เรือไล่น้ำมีเนื้อความและทำนองอย่างไร ไม่เคยพบหลักฐานตรงๆ คงพบเฉพาะพรรณนาในทวาทศมาสโคลงดั้น ว่าขบวนเรือจอดนิ่งอยู่กลางแม่น้ำบริเวณที่ชาวบ้านเรียก “บางขดาน” (ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณพระราชวังบางปะอิน อ. บางปะอิน จ. พระนครศรีอยุธยา) แล้วทำพิธีอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งบอกในโคลงดั้นว่า “สั่งล้ำไล่ชล” ที่น่าจะเป็นเห่กล่อมน้ำขอให้ลงบาดาลเร็วๆ เพื่อน้ำลดจากท้องนาจะได้เกี่ยวข้าว ถ้าน้ำไม่ลดก็เกี่ยวข้าวไม่ได้ และข้าวเน่าน้ำ

บางขดาน คนสมัยก่อนเชื่อว่าเป็นบริเวณเฮี้ยนหรือศักดิ์สิทธิ์ เรียก “ดินสะดือ” หรือ “สะดือดิน” หมายถึงศูนย์รวมความเฮี้ยน เพราะมีน้ำวนเป็นเกลียวลึกลงไปในแม่น้ำ ที่เชื่อว่าเป็นทางขึ้นลงบาดาลอันเป็นแหล่งสิงสู่ของนาคผู้ควบคุมน้ำ แล้วบันดาลน้ำลดน้ำหลากน้ำมากน้ำน้อย

เห่เรือทั่วไปไม่มี

ราษฎรสมัยโบราณมีเล่นเรือร้องเพลงเรือ แล้วโห่ร้องลั่นท้องน้ำ

แต่ “โห่ร้อง” ไม่ใช่ “เห่เรือ”

ราชสำนักสมัยอยุธยาตอนต้น หรือก่อนสมัยอยุธยา ระบุตรงๆ ในกฎมณเฑียรบาลว่ามีพระราชพิธีแข่งเรือ ซึ่งเป็นพิธีกรรมขอให้น้ำลด แต่ไม่บอกว่ามีเห่เรือ

คำให้การขุนหลวงหาวัด (เอกสารของหอหลวง) พรรณนากระบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารคของราชสำนักอยุธยา แต่ไม่มีพรรณนาการเห่เรือ

เจ้าฟ้ากุ้ง ไม่มีเห่เรือ

ไม่มีเห่เรือในประเพณี 12 เดือน ที่พรรณนาแม่น้ำลำคลองและประเพณีลอยโคม เดือน 12 ในพระนิพนธ์ของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ (เจ้าฟ้ากุ้ง)

กาพย์เห่เรือ ของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ (เจ้าฟ้ากุ้ง) แต่งโดยอาศัยฉันทลักษณ์กาพย์กลอนเห่กล่อมที่มีอยู่ก่อนแล้ว โดยไม่ประสงค์ใช้เห่เรือ และไม่พบหลักฐานว่าเคยใช้เห่เรือจริงๆ ขณะฝีพายร่วมพายเรือพระที่นั่งในแม่น้ำเมื่อเสด็จทางชลมารคไปที่ต่างๆ

กรุงธนบุรี ไม่มีเห่เรือ

ตลอดสมัยกรุงธนบุรี พระเจ้าตากเสด็จทางชลมารคบ่อยๆ โดยไม่พบว่ามีการเห่เรือ แม้สักครั้งเดียว

ไม่มีเห่เรือ สมัยแรกกรุงรัตนโกสินทร์

ไม่พบว่ามีเห่เรือตั้งแต่แรกสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์

แม้วรรณกรรมสำคัญเรื่องนางนพมาศแต่งสมัย ร.3 พรรณนายืดยาวการเสด็จทางชลมารค มีร้องเล่นสักวา และราษฎรเล่นเพลงเรือ แต่ไม่มีกล่าวถึงเห่เรือ

นิราศเดือน ของหมื่นพรหมสมพัตสร (เสมียนมี) กวีสมัย ร.3 พรรณนาประเพณี 12 เดือน โดยไม่มีพาดพิงถึงเห่เรือ

เห่ละคร ต้นแบบเห่เรือ

เห่เรือ มีหลักฐานเก่าสุดว่าเริ่มมีในแผ่นดิน ร.4 กรุงรัตนโกสินทร์ แต่ไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย

สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงสร้างสรรค์เห่เรือขึ้นมาจากประเพณีชาวบ้าน แล้วใช้เล่นประกอบละครในแผ่นดิน ร.5

เห่เรือละครเป็นต้นแบบเห่เรือพระราชพิธีสืบมาจนปัจจุบัน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สุจิตต์ วงษ์เทศ : เห่เรือ และ เรือพระราชพิธี มีเมื่อไร? จากไหน?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...