โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สมยศ วัดใจพท. ฟางเส้นสุดท้ายคือ 'นิรโทษกรรม' มายด์-ตะวัน อยากเห็นผู้ใหญ่ 'กล้ามากพอ'

MATICHON ONLINE

อัพเดต 31 ต.ค. 2567 เวลา 14.18 น. • เผยแพร่ 31 ต.ค. 2567 เวลา 14.18 น.

‘ตะวัน-มายด์’ อยากเห็นผู้ใหญ่กล้า ‘สมยศ’ วัดใจฟางเส้นสุดท้าย ก่อนบอกลา ‘เรียกพรรคฝ่ายประชาธิปไตย’

เนื่องในวันครบรอบ 18 ปี การเสียชีวิตของ นายนวมทอง ไพรวัลย์ สามัญชนคนขับแท็กซี่ ผู้กระทำอัตวิบาตกรรมด้วยการขับรถแท็กซี่ชนรถถัง เพื่อต่อต้านการทำรัฐประหาร ปี 2549 ก่อนผูกคอปลิดชีพตนเองหน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2549 เพื่อลบคำสบประมาทของ พ.อ.อัคร ทิพโรจน์ รองโฆษกคณะรัฐประหาร คปค. ที่ว่า “ไม่มีใครมีอุดมการณ์มากขนาดยอมพลีชีพได้”

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ที่หน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ถนนวิภาวดีรังสิต เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
คณะประชาชนทวงความยุติธรรม 53 ร่วมกับกลุ่มคนเสื้อแดงและเครือข่าย จัดงาน “รำลึก 18 ปี นวมทองไพรวัลย์ ต้านเผด็จการ สานต่อประชาธิปไตย นิรโทษกรรม 112 วัน”

เวลา 13.35 น. หลังประกอบพิธีสงฆ์ น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ตะวัน นักกิจกรรมอิสระ, นายคทาธร ดาป้อม หรือ ต๊ะ, นายจิรภาส กอรัมย์ หรือ แก๊ป ทะลุแก๊ซ และ หนวดริมทาง ในนาม “วงริมทาง” ร่วมขับขานบทเพลง 10 เพลง อาทิ “เพื่อมวลชน” ของ จิ้น กรรมาชน, เพลงกำลังใจ และบทกวีที่แต่งขึ้นเอง

ต่อมาเวลา 15.00 น. เข้าสู่ช่วงกล่าวรำลึก โดยมีเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่เคลื่อนไหวทางการเมือง ส่งตัวแทนร่วมกล่าวคำรำลึก อาทิ ทะลุแก๊ส, แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, คณะนิรโทษกรรมประชาชน เป็นค้น

เวลา 16.30 น. น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ ในนามคณะนิรโทษกรรมประชาชน กล่าวว่า พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ของนักสู้ทุกช่วงวัย ที่มาแลกเปลี่ยนเพื่อยึดถือ สานต่ออุดมการณ์ แม้ส่วนตัวจะไม่ทันเหตุการณ์เมื่อ 18 ปีที่แล้ว แต่เมื่อได้มาศึกษา ได้รู้จักชื่อลุงนวมทอง คิดว่าตลอด 18 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่ลุงนวมทองได้ทำคือการพิสูจน์แล้วว่ามีคนยอมสละชีพเพื่ออุดมการณ์จริง ส่วนตัวเชื่อว่าไม่ได้มีแค่ลุงนวมทอง ลุงคือสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ เป็นความกล้าหาญที่แท้จริง

“แต่น่าเสียดายที่สภาวะตอนนี้นักการเมืองในสภาส่วนใหญ่ไร้ความกล้าหาญในการปกป้องประชาชน ความยุติธรรมและสิทธิเสรีภาพของประชาชน ทั้งที่เป็นหน้าที่ของพวกเขา เราอยู่ในสภาวะที่นักการเมืองไร้ความกล้าหาญ มายด์ไม่ได้พูดลอยๆ หลังการเลือกตั้ง เรามีความหวังอย่างมาก เพราะเหมือนได้รัฐบาล ดรีมทีม แต่ว่าบรรยากาศหลังจากนั้น บ้านเมืองเราดีขึ้น หรือแย่ลง

มันแย่ลง รัฐบาลไม่สามารถรักษาความศรัทธาในกระบวนการยุติธรรม และไม่สามารถชดเชยให้กับผู้ที่เคยถูกละเมิดในอดีตได้ ทั้งที่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลชุดนี้ด้วยซ้ำ แต่เขาก็ยังทำไม่ได้ หนักไปกว่านั้นปัจจุบันยังมีหลายคนถูกคุมขังในเรือนจำ เก็ท โสภณ เพิ่งกรีดหน้าอกเป็นเลข 112 เป็นการยืนหยัดใช้ร่างกายต่อสู้” น.ส.ภัสราวลีเผย

น.ส.ภัสราวลีกล่าวต่อว่า ผลการลงมติเห็นชอบข้อสังเกตในรายงานของคณะกรรมาธิการนิรโทษกรรมฯ พบว่า นักการเมืองส่วนใหญ่ไม่เห็นชอบ ทั้งที่ยังไม่ใช่การออกกฎหมาย

“ส.ส.ในสภาก็ไม่กล้าหาญพอที่จะลงมติ กังวลไปหมดว่าถ้าลงชื่อจะเสมือนเป็นการเห็นด้วย และอาจส่งผลต่อความมั่นคงทางอาชีพ

วันที่เขาก้าวขาขึ้นมาอาจจะมีคำพูดสวยหรู แต่เข้าไปทำงานแล้วเรายังไม่เห็น มันส่งผลให้ประชาชนอย่างเราต้องต่อสู้เรื่องนี้เพียงลำพัง หากเรามีพื้นที่ปลอดภัยมากพอจะเกิดสถานการณ์แบบนี้หรือไม่”

น.ส.ภัสราวลีกล่าวต่อว่า เรื่องของ ม.112 ละเอียดอ่อน จึงต้องมีพื้นที่ปลอดภัยคุยกัน ประชาชนมีความคิดต่างกัน เราไม่ว่ากัน แต่สิ่งสำคัญคือต้องมีพื้นที่ปลอดภัยมากพอและต้องถูกสร้างโดยภาครัฐ

“กลับกัน ในสภาเป็นพื้นที่ปลอดภัยมาก แต่นักการเมืองไม่มีความกล้าหาญ เขาย่อมรู้อยู่แล้วว่าคุยข้างนอกมีราคาต้องจ่าย สภาคือพื้นที่ปลอดภัยสำเร็จรูปแล้ว เรารออย่างเดียวคือความกล้าหาญของนักการเมือง

การตีตกข้อสังเกตของ กมธ.นิรโทษกรรม ทำให้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้อาจจะไม่ยอมอนุญาตให้มีการนิรโทษกรรมเกิดขึ้น เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง และจำเป็นที่ประชาชนต้องย้ำเตือนตลอดเวลา การก้าวข้ามความขัดแย้ง ไม่ใช่แค่การจับมือกันของคนที่เคยทะเลาะกัน แต่มันคือการให้อภัยกันจริงๆ ยกเอาความผิดที่ไม่ควรผิดตั้งแต่แรกออกไป ถึงจะทำให้เรา ก้าวข้ามความขัดแย้งได้จริง

ตอนนี้สิ่งที่เราต้องช่วยกันคือยืนยันเสียงของตัวเอง ถ้านักการเมืองไม่กล้าหาญ เราก็มีหน้าที่ต้องกดดันให้เขาแสดงความกล้าหาญออกมา รัฐบาลชุดนี้จะอ่อนไหวมากกับคำถามที่ยิงตรงไปเรื่องโครงสร้าง จะอึกอักๆ ไม่กล้าพูด เป็นจุดสำคัญที่เราต้องจี้ ยิ่งไม่กล้าพูด วันหนึ่งเขาก็ต้องพูด เพราะเราถามย้ำๆ” น.ส.ภัสราวลีกล่าว และว่า นิรโทษกรรม เรายังหวัง แต่ถ้าไม่เกิดขึ้นก็อยากให้ทุกคนปักหมุดหมายนี้ร่วมกัน เราต้องไม่เงียบ

ในตอนหนึ่ง น.ส.ทานตะวันกล่าวว่า กิจกรรมยืนหยุดขังที่หน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ซึ่งจัดขึ้นทุกวัน ต่อไปนี้จะย้ายมาจัดที่นี่ เราไม่อยากให้มีใครสูญเสียอีก เราไม่มีอำนาจในมือ แต่เรามีอุดมการณ์ ความกล้าหาญ และรู้ว่ากำลังสู้เพื่ออะไรอยู่

“ลุงนวมทองใช้ทุกอย่างที่เขามี ใช้เครื่องมือทำมาหากิน ขับแท็กซี่ชนรถถัง สุดท้ายตัดสินใจใช้ชีวิตประท้วง มันมีจริงๆ คนที่เขาพร้อมตายเพื่ออุดมการณ์ อย่าคิดว่าเราสู้เพื่อตัวเอง เพื่อผลประโยชน์ แต่เราสู้เพื่อทุกคนจริงๆ เหมือนลุงนวมทอง รวมถึง พี่บุ้ง เนติพร เสน่ห์สังคม เมื่อก้าวขาเข้าเรือนจำ เราเหลือเพียงชีวิต

“แน่นอนว่า การต่อสู้ของพี่บุ้งก็โดนคำสบประมาทมากมาย เหมือนลุงนวมทอง ตอนที่อดอาหารในเรือนจำ เราเองก็โดนว่าเดี๋ยวก็แอบกิน ไม่ตายหรอก แต่เรารู้อยู่แก่ใจ ในช่วงที่หัวใจเต้นผิดจังหวะ อยากบอกทุกคนว่า ไม่อยากให้มีใครต้องสูญเสียอีกแล้ว” น.ส.ทานตะวันกล่าว

น.ส.ทานตะวันกล่าวต่อว่า การนิรโทษกรรมประชาชนเป็นการแก้ปัญหาที่ดี แต่ท้ายที่สุดแล้วข้อเรียกร้องของ บุ้ง เนติพร ‘ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม’ ก็ยังสำคัญ ถ้ายังไม่เกิดขึ้น ยังมีแต่อำนาจแต่ไม่มีความกล้า เราก็จะกลับมายังจุดดิม เรียกร้องให้นิรโทษกรรมกันเหมือนเดิม
ขอให้ผู้ใหญ่มีความกล้ามากพอ เหมือนกับลุงนวมทอง ต่อให้เราโดนทำร้ายมาแค่ไหน แต่ก็ยังมีพื้นที่และผู้ใหญ่ที่ใจดีอยู่

ต่อมาเวลา 17.05 น. นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย กล่าวว่า ประโยคสุดท้ายของลุงนวมทอง ลูกเมียภูมิใจในตัวพ่อคือ ชาติหน้าหวังว่าจะไม่เจอการรัฐประหารอีก

“ผมอยากคุยกับลุงนวมทอง วิญญาณอยู่ไม่ไกล ชาตินี้ชาติหน้ากินเวลาเท่าไหร่ไม่ทราบ แต่ผ่านมาแล้ว 18 ปี ก็คิดว่าลุงนวมทองคงยังไปเกิดไม่ได้ เพราะวันนี้ผ่านไป 18 ปี ก็ยังไม่มีประชาธิปไตย

หลังจากรัฐประหารปี 2549 ก็มีรัฐประหารปี 2557 เรายืนหยัดต่อสู้กับอีก 3 ลุง แล้วก็หวังว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาจะกำจัด 3 ลุงและอำนาจนั้นให้หมดไป หวังว่าจะมีพรรคมีพรรคการเมืองของประชาชนที่จะมีความมุ่งมั่น จริงใจ สานต่อภารกิจต้านรัฐประหาร แต่สุดท้ายแล้วไม่เป็นเช่นที่หวัง

สิ่งที่ลุงนวมทองบอกว่าฆ่าได้แต่หยามไม่ได้ บุ้ง เนติพร ก็เหมือนกัน ถูกหาว่าอดจริงหรือไม่ ถ้าอดจริงคงตายไปแล้ว เขาก็เลยตอบสนองแบบเดียวกัน

“อีกลุงที่เสียสละคือ ลุงสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ ซึ่งป้าน้อย ภรรยาของลุงสุรชัย มานั่งฟังด้วยวันนี้ ลุงสุรชัยก็ควรจะได้ความยุติธรรมเช่นกัน” นายสมยศชี้

นายสมยศกล่าวต่อว่า ขอฝากความหวังไว้กับพรรคประชาชน ‘นิรโทษกรรมให้คนเป็น คืนความเป็นธรรมให้คนตาย’

“คนที่อยากเจอ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ วันนี้ไม่เจอผิดหวังมาก อีกคนคือ วรชัย เหมะ เพราะผมมาทุกปี เว้นแต่ปีที่อยู่ในคุก ออกมาก็มาร่วมงานตลอด

ผมพบว่าบนเส้นทาง 18 ปีนี้มีคนต่อสู้จนต้องไปอยู่ในคุก ขอเอ่ยนาม อานนท์ นำภา ผมเคยเจอเขาตั้งแต่ต่อต้านรัฐประหารปี 57 ยังเรียนอยู่แค่ปี 4 ม.รามคำแหง ตอนนี้เขาได้รับโทษจำคุกถึง 14 ปี รวมถึง ขนุน (สิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ) และเก็ท (โสภณ สุรฤทธิ์ธำรง) คนเหล่านี้เป็นสายธารประวัติศาสตร์ ต่อเนื่องจากลุงนวมทอง” นายสมยศกล่าว และว่า

ที่เจ็บใจมากคือคนในสภาขอเน้น โดยเฉพาะ เพื่อไทย ผิดหวังมากที่สุด เรื่องนิรโทษกรรม ที่มองว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน

นายสมยศกล่าวอีกว่า ตนมาจากพรรคเพื่อไทย สู้ให้ นายทักษิณ ชินวัตร กลับบ้าน วันนี้เกิดขึ้นแล้ว แต่เพื่อนเรายังติดคุก

“ผมขอส่งสัญญาณ 12 ธันวาคม จะมีการเปิดประชุมสภา หวังว่าจะมีการพูดถึงร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม พรรคเพื่อไทยจะทบทวน มิเช่นนั้นเรื่องนิรโทษกรรมจะเป็นฟางเส้นสุดท้าย หมายความว่าเราจากกัน จะไม่พูดว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคประชาธิปไตยอีกต่อไป

ลุงนวมทองครับ เรายังมีความหวังอยู่ ผมเป็นคนหนึ่งที่จะเดินหน้าสานต่อภารกิจต้านรัฐประหาร ความจริงแล้ว การยุบพรรค คือการรัฐประหารรูปแบบหนึ่ง หวังว่าบรรดา ส.ส.นักการเมืองทั้งหลาย จะมุ่งมั่น ตั้งใจเด็ดเดี่ยว ที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ

ถ้าไม่ทำสิ่งเหล่านี้ หมายความว่าเราจะต้องทนทุกข์กับระบอบเผด็จการต่อไปอีก เราจะยึดถือจิตใจแบบลุงนวมทอง เดินหน้าเพื่อความเป็นธรรม ขอสดุดีอีกกลุ่มคือยืนหยุดขัง” นายสมยศกล่าว

จากนั้น เวลา 17.22 น. ผู้ร่วมกิจกรรมร่วมชู 3 นิ้วร่วมร้องเพลง ‘นักสู้ธุลีดิน’ ต่อด้วย อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ กล่าวส่งท้าย ก่อนยุติการจัดการงาน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สมยศ วัดใจพท. ฟางเส้นสุดท้ายคือ ‘นิรโทษกรรม’ มายด์-ตะวัน อยากเห็นผู้ใหญ่ ‘กล้ามากพอ’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...