“การที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมกับผู้นำอาเซียน เป็นภาพสะท้อนถึงทัศนคติของสหรัฐฯ ที่มีต่อเอเชีย แม้ว่าบรรดาผู้นำสหรัฐฯ มักจะเน้นย้ำว่าภูมิภาคอาเซียนมีความสำคัญต่อพวกเขาอยู่เสมอ” รศ.ดร. ปณิธาน วัฒนายากร นักวิเคราะห์การเมืองและอดีตที่ปรึกษารัฐบาล “สหรัฐฯ ไม่ได้ให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสหรัฐฯ พยายามผลักดันให้อาเซียนมีบทบาทในเชิงยุทธศาสตร์” รศ.ดร. ปิติ ศรีแสงนาม อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการบริหาร ASEAN FOUNDATION
ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ไม่เข้าร่วมการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (East Asia Summit) และการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐฯ (ASEAN-U.S. Summit) เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ที่มีต่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
รศ.ดร. ปณิธาน วัฒนายากร นักวิเคราะห์การเมือง และอดีตที่ปรึกษารัฐบาล มองว่า “การที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมกับผู้นำอาเซียน เป็นภาพสะท้อนถึงทัศนคติของสหรัฐฯ ที่มีต่อเอเชีย แม้ว่าบรรดาผู้นำสหรัฐฯ มักจะเน้นย้ำว่าภูมิภาคอาเซียนมีความสำคัญต่อพวกเขาอยู่เสมอ”
“เมื่อพิจารณาถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 5 พ.ย. ผู้นำเอเชียส่วนใหญ่จะเข้าใจถึงเหตุผลของการขาดหายไปของไบเดน อย่างไรก็ตาม หลายคนจะยังคงตั้งคำถามถึงบทบาทของสหรัฐฯ ในเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดมากขึ้นกับจีน”รศ.ดร. ปณิธาน กล่าวกับ Radio Free Asia
รศ.ดร. ปิติ ศรีแสงนาม นักวิชาการจากสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่า เมื่อ 8 ปีที่แล้ว ตอนที่ลาวเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกในฐานะประธานอาเซียน ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ได้สร้างประวัติศาสตร์ ปธน.สหรัฐคนแรกที่เดินทางเยือนเวียงจันทน์ ดังนั้น ประธานาธิบดีไบเดนจึงไม่สามารถใช้การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง มาเป็นข้ออ้างในการไม่เข้าร่วมการประชุมสุดยอดในปีนี้ได้
“นั่นหมายความว่าคุณไม่ได้ให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณพยายามผลักดันให้อาเซียนมีบทบาทในเชิงยุทธศาสตร์”รศ.ดร. ปิติ ศรีแสงนาม กล่าว
นอกจากนี้ ระดับของผู้แทนสหรัฐฯ ยังถูกปรับลดจากรองประธานาธิบดีกมลา แฮร์ริส ในปี 2023 เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ แอนโทนี บลิงเคน ในปีนี้ด้วย
ด้านโจแอนน์ หลิน สถาบันเอเชียอาคเนย์ศึกษา ยูซุฟ อิสฮัค (ISEAS-Yusof Ishak Institute) ประเทศสิงคโปร์ ระบุว่า สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มว่า สหรัฐฯ มองว่าอาเซียนไม่ได้มีบทบาทหลักในการวางกลยุทธ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ของตน
ในทางตรงกันข้าม “จีนมีความกระตือรือร้นอย่างสม่ำเสมอที่จะเชื่อมสัมพันธ์ทางการทูตในภูมิภาคอาเซียน ขณะที่สหรัฐเสี่ยงต่อการสูญเสียสถานะและบทบาทในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” หลิน กล่าว