โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“เอเซียพลัส” คาด SET ปี 68 แตะ 1,376 จุด รับกำไรบจ.โต- ฟันด์โฟลว์ไหลเข้า ชู 6 หุ้นใหญ่น่าลงทุน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 16.05 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 09.05 น.

บล.เอเซีย พลัส คาดดัชนี SET ปลายปี 68 แตะ 1,376 จุด รับปัจจัยลบเริ่มผ่อนคลาย หลังคาดช่วงครึ่งปีหลังกำไรบจ.โตเด่นและมีทิศทางฟันด์โฟลว์ทยอยไหลเข้า แนะ 6 หุ้นใหญ่น่าลงทุน รับอานิสงส์ปันผลสูง-กำไรเติบโต พร้อมคาดผู้ว่า ธปท. คนใหม่มีโอกาสปรับลดดอกเบี้ยสูง

22 กรกฎาคม 2568 นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม กรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) กล่าวในงาน “นักวิเคราะห์พบสื่อ ประจำไตรมาส 3/68” ว่า เป้าหมายดัชนีหุ้นไทย (SET INDEX) ช่วงปลายปี 2568 ที่ 1,376 จุด ภายใต้ EPS ปีนี้ที่ 86 บาทต่อหุ้น, อัตราดอกเบี้ยนโยบาย 1.75% อิง MEYG 4.50% (+1 SD) โดยทำให้มีอัพไซด์เปิดจากระดับดัชนีในปัจจุบันที่อยู่ในช่วง 1,140-1,170 จุด พอสมควร

ทั้งนี้ประเมินว่าปัจจัยลบที่เคยกดดันตลาดหุ้นไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 เริ่มผ่อนคลายลง อาทิ สงครามในตะวันออกกลางสงบลงชั่วคราว,ปัจจัยการเมืองที่ไม่น่ากระทบการจัดทำ พรบ.งบประมาณฯปี 2569 และปัญหาระหว่างไทยและกัมพูชาที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยไม่ค่อยมากนัก จึงไม่น่ามีผลกระทบต่อดัชนีฯในช่วงครึ่งปีหลังมากแล้ว

ขณะที่ในความกังวลที่เหลืออยู่คือการเจรจาภาษีนำเข้ากับสหรัฐฯ ซึ่งหากประเทศไทยยังโดนเรียกเก็บที่ระดับ 36% มีความเสี่ยงกระทบต่อกำไรบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) เพียงสัดส่วน 1% อย่างไรก็ตามหากถูกเก็บที่ระดับลดลงจากเดิมคาดว่ามีโอกาสที่ตลาดจะปรับตัวเพิ่มขึ้นได้มีสูงขึ้น

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไรบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) ในช่วงครึ่งปีหลังอยู่ที่เฉลี่ย 262,550 ล้านบาทต่อไตรมาส ซึ่งเติบโตอย่างโดดเด่นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากฐานที่ต่ำในปีก่อน โดยประเมินกำไรทั้งปี 1.06 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 86 บาท/หุ้น เติบโต 17% จากปีก่อนที่ 73.5 บาท/หุ้น

ซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้และถือว่า CONSERVATIVE กว่า BLOOMBERG CONSENSUS ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมที่กำไรเติบโตต่อเนื่องและมักจะปรับตัวขึ้นได้ดีในช่วงไตรมาสที่ 3 มีจำนวน 5 กลุ่ม ได้แก่ การเงิน,ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์,โรงพยาบาล,อสังหาฯ และขนส่ง

ส่วนแนวโน้มฟันด์โฟลว์ต่างชาติคาดจะทยอยเข้ามาในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากปัจจุบันราคาหุ้นไทยมีราคาถูก จึงทำให้อาจมีแรงซื้อเข้ามาทยอยสะสมแบบช้าๆ ประกอบกับคาดว่าช่วงไตรมาส 3/68 แรงขายจากนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนต่างชาติจะเบาลง ตามยอดเม็ดกองทุน LTF ที่อยู่เพียง 1.17 แสนล้านบาท ซึ่งลดลงมา 1.02 แสนล้านบาทนับตั้งแต่ช่วงต้นปี (YTD) และสัดส่วนต่างชาติถือหุ้นไทยทางตรงที่น้อยลงเรื่อยๆ จนล่าสุดอยู่ระดับ 24.2%

โดยปัจจุบันดัชนี SET มี VALUATION ถูก มี PBV ปี 2568 ต่ำกว่า 1.0 เท่า (-2SD) ต่ำสุดเป็นอันดับต้นๆของโลก (MSCI ACWI มี PBV 3.0 เท่า) และ SET มี DIVIDEND YIELD ปี 68 สูงระดับ 4.8% (+1SD) ซึ่งถือว่าสูงเป็นอันดับต้นๆของโลกเช่นกัน

ส่วนด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำหุ้นใหญ่กระจายหลายอุตสาหกรรมและมี High Dividend Yield หรือ Profit Growth ปี 68 เติบโตอย่าง PTT, SCC, CPALL, BDMS, TRUE และ PLANB

นายเทิดศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับทิศทางดอกเบี้ยไทยในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568 มีโอกาสลดดอกเบี้ยอีก 1-2 ครั้ง ราว 0.25-0.50% สะท้อนผ่านตราสารหนี้ไทยอายุน้อยกว่า 7 ปีที่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ย ขณะที่นโยบายการคลังน่าจะมีมาตรการกระตุ้นออกมาในช่วงครึ่งปีหลังตามการเบิกจ่ายงบประจำปี 2569 ที่ยังคงกรอบเวลาเดิม หากกระบวนการของสภายังคงอยู่และไม่มีการยุบสภาในเร็ววัน

ส่วนกรณีที่ ครม.มีการแต่งตั้งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่นั้น เชื่อว่าจะสภาพแวดล้อมด้านเศรษฐกิจมีโอกาสที่จะมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายสูงขึ้นไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าฯ ธปท. คนปัจจุบันหรือคนใหม่ คาดว่านโยบายการเงินที่ผ่อนคลายจะมีผลต่อตลาดทุน เนื่องจากดอกเบี้ยที่ลดลงจะกดดันบอนด์ยิลด์ให้ลดลงตามไปด้วย ซึ่งจะส่งผลให้มีโอกาสที่จะเกิดการย้ายเม็ดเงินจากพันธบัตรมาที่ตลาดหุ้น อย่างไรก็ตามปัจจุบันตลาดเริ่มสะท้อนภาพโอกาสการลดดอกเบี้ยสูงแล้ว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...