โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โอน LTF ไป Thai ESGX อย่างไรไม่ให้เสียสิทธิ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 30 พ.ค. 2568 เวลา 15.14 น. • เผยแพร่ 30 พ.ค. 2568 เวลา 08.14 น.

มี LTF และสนใจอยากสับเปลี่ยนไป Thai ESGX จะทำยังไงให้ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี คนที่ถือหน่วยลงทุน LTF ที่ต้องการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการโอนไป Thai ESGX ต้องปฏิบัติทุกข้อดังต่อไปนี้

  • ไม่ขายและไม่สับเปลี่ยนหน่วย LTF (ไม่ว่าจะเป็นสับเปลี่ยนไปยัง LTF อื่น ทั้งภายใต้ บลจ. เดียวกัน หรือข้าม บลจ.) ตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. 68 เป็นต้นไป
  • ต้องสับเปลี่ยนหน่วย LTF ที่ถือครองทั้งหมดของทุกกอง ทุก บลจ. ไป Thai ESGX ทั้งหมด ภายใน
    พ.ค. - มิ.ย. 68
  • ถือครองหน่วย 5 ปี วันชนวัน นับแต่วันที่สับเปลี่ยนหน่วย LTF ไป Thai ESGX

ลองมาดูวิธีคิดภาษีง่าย ๆ ที่จะได้รับลดหย่อนกัน

สมมติว่านาย ก มีเงินได้สุทธิ 1,000,000 บาท (หลังหักค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อนอื่น ๆ แล้ว) และกำลังตัดสินใจว่าจะโอน LTF ไป Thai ESGX ดีหรือไม่

กรณีที่ 1 : ไม่โอน LTF ไป Thai ESGX ทำให้ไม่ได้สิทธิลดหย่อนทางภาษี 5 ปี

นาย ก มีเงินได้สุทธิ 1,000,000 บาท จะเสียภาษีแบบขั้นบันได (0-20% ของเงินได้สุทธิแต่ละขั้น) คิดเป็นภาษีที่ต้องเสีย 115,000 บาท และหากนาย ก มีเงินได้สุทธิเท่าเดิมเป็นเวลา 5 ปี จะเสียภาษีทั้งสิ้น 115,000 x 5 = 575,000 บาท

กรณีที่ 2 : นาย ก ต้องการโอนกองทุน LTF ไปยัง Thai ESGX โดยปฏิบัติตามเงื่อนไขข้างต้นทุกข้อ

เงื่อนไขการหักลดหย่อนภาษี คือ จะได้สิทธิลดหย่อนภาษี 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน ในระยะเวลา 5 ปี โดยปีแรก จะหักลดหย่อนได้ไม่เกิน 300,000 บาท และปีที่ 2-5 จะหักลดหย่อนได้ไม่เกินปีละ 50,000 บาท

ถ้านาย ก มีกองทุน LTF มูลค่า 750,000 บาท และสับเปลี่ยนมา Thai ESGX ทั้งก้อน จะสามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนสูงสุด 500,000 บาท (อีก 250,000 บาทที่เหลือไม่ได้รับสิทธิในการหักลดหย่อน)

โดยปีแรก (2568) นาย ก จะหักลดหย่อนได้ 300,000 บาท จำนวนเงินได้สุทธิที่นำมาคำนวณภาษี คือ 1,000,000 - 300,000 = 700,000 บาท ดังนั้น นาย ก จะเสียอัตราภาษีแบบขั้นบันได (0-15% ของเงินได้สุทธิแต่ละขั้น) คิดเป็น 57,500 บาท ประหยัดภาษีไปได้ 57,500 บาท (115,000 - 57,500)

ปีที่ 2-5 (2569-2572) นาย ก สามารถหักลดหย่อนได้ปีละ ไม่เกิน 50,000 บาท เนื่องจาก นาย ก มีสิทธิลดหย่อนคงเหลือ 200,000 บาท ดังนั้น นาย ก จะหักลดหย่อนได้ปีละ 50,000 บาท เงินได้สุทธิที่จะนำมาคำนวณภาษีในแต่ละปี คือ 1,000,000 - 50,000 = 950,000 บาท นาย ก จะเสียอัตราภาษีแบบขั้นบันได (0-20% ของเงินได้สุทธิแต่ละขั้น) คิดเป็น 105,000 บาทต่อปี หากนาย ก มีเงินได้สุทธิเท่าเดิมเป็นเวลา 4 ปี นาย ก จะเสียภาษีทั้งสิ้น 105,000 x 4 =420,000 บาท

สำหรับกรณีนี้ นาย ก จะประหยัดภาษีไปได้ทั้งสิ้น 97,500 บาท (ภาษีที่ต้องจ่าย 575,000 บาท – (ปีที่ 1 ประหยัดภาษีได้ 57,500 บาท + ปีที่ 2-5 ประหยัดภาษีรวม 40,000 บาท)) คิดเป็นประมาณ 17% ของภาษีทั้งหมดที่ต้องชำระสำหรับกรณีไม่ลดหย่อน Thai ESGX ในระยะเวลา 5 ปี

กรณีที่ 3 : แต่ถ้า นาย ก มีกองทุน LTF ที่มีมูลค่า 400,000 บาท

ปีแรก จะคำนวณเหมือนกรณีที่ 2 คือ หักลดหย่อนได้ 300,000 บาท จำนวนเงินได้สุทธิที่นำมาคิดภาษี คือ 700,000 บาท

แต่สิ่งที่ต่างกันคือ ในปีที่ 2-5 นาย ก มีสิทธิลดหย่อนคงเหลืออยู่ที่ 100,000 บาท ดังนั้น ในปีที่ 2-5 นาย ก จะต้องหักลดหย่อนเฉลี่ย ปีละ 25,000 บาท เงินได้สุทธิที่จะนำมาคิดภาษีในแต่ละปี จะเป็น 1,000,000 - 25,000 = 975,000 บาท นาย ก จะเสียอัตราภาษีแบบขั้นบันไดที่อัตรา 20% คิดเป็น 110,000 บาทต่อปี

หากนาย ก มีเงินได้สุทธิเท่าเดิมเป็นเวลา 4 ปี นาย ก จะเสียภาษีทั้งสิ้น 110,000 x 4 =440,000 บาท

สำหรับกรณีนี้ นาย ก จะประหยัดภาษีไปได้ 77,500 บาท (ภาษีที่ต้องจ่าย 575,000 บาท – (ปีที่ 1 ประหยัดภาษีได้ 57,500 บาท + ปีที่ 2-5 ประหยัดภาษีรวม 20,000 บาท) คิดเป็นประมาณ 13% ของภาษีทั้งหมดที่ต้องชำระสำหรับกรณีไม่ลดหย่อน Thai ESGX ในระยะเวลา 5 ปี

**ทั้งนี้ นี่เป็นเพียงตัวอย่างการคำนวณสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ได้จากการโอน LTF ไปยัง ThaiESGX เท่านั้น ผู้ลงทุนจะต้องพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ ประกอบด้วย

ที่มา : สำนักงาน ก.ล.ต.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ กองทุน - การลงทุน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...