โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

MTIฝ่าปัจจัยลบเดินหน้าโต เคลมแผ่นดินไหวสำรองพอ

ทันหุ้น

อัพเดต 22 พ.ค. 2568 เวลา 01.30 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. 2568 เวลา 12.35 น.

#MTI #ทันหุ้น - MTI เปิดงบไตรมาส 1 ภายใต้มาตรฐานบัญชีใหม่ มีกำไร 191.92 ล้านบาท ลดลง 55%ต้นเหตุหลักมาจากสินไหมเหตุการณ์แผ่นดินไหว ที่มีการตั้งสำรอง และทำประกันภัยต่อไว้ มั่นใจมูลค่าเพียงพอต่อการจ่ายเคลม ขณะที่ภาพรวมธุรกิจยังเผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจ แต่มั่นใจว่าจะเติบโตต่อได้ในปี 2568

นางปุณฑริกา ใบเงิน กรรมการผู้จัดการ และผู้บริหารสูงสุดด้านการเงิน บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ MTI เผยถึงผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2568 ภายใต้มาตรฐานบัญชีใหม่ TFRS 17 ว่า บริษัทมีกำไรสุทธิ 191.92 ล้านบาท (รวมงบการเงินบริษัทร่วม) กำไรสุทธิลดลงจากงวดเดียวกันปีก่อน 55%ซึ่งเป็นผลมาจาก ค่าใช้จ่ายในการบริการประกันภัยและค่าใช้จ่ายด้านสินไหมทดแทนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายสินไหมที่เกี่ยวกับสินไหมในเหตุการแผ่นดินไหวในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาที่อยู่มในระดับสูงซึ่งบริษัทได้มีการตั้งสำรองสินไหมดังกล่าวไว้แล้ว

ทั้งนี้บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง โดยได้มีการทำประกันภัยต่อไว้ ดังนั้นค่าสินไหมที่ต้องจ่ายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทั้งจากที่ตั้งสำรอง และรับจากบริษัทประกันภัยต่อนั้นจึงเพียงพอต่อมูลค่าความเสียหายที่บริษัทได้ประเมินไว้

โดยสะท้อนจากตัวเลขงบการเงินไตรมาส 1/2568 ในรายการรายรับสุทธิจากเอาประกันภัยต่อที่ถือไว้ 3,039 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 1,988% จากการที่ MTI มีการเอาประกันภัยต่อ ทำให้สามารถเรียกเก็บสินไหมรับคืน จากบริษัทประกันภัยต่อได้

ขณะที่รายได้จากการรับประกัน (Insurance service Revenue) อยู่ที่ 4,744 ล้านบาท โต 4.6% สอดคล้องกับเบี้ยประกันภัยรับที่เติบโตขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว ทางด้านค่าใช้จ่าย (Insurance Service Expense) อยู่ที่ 7,521 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 96.96% โดยผลกระทบหลักๆ ที่ทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาจากสินไหมแผ่นดินไหว ส่งผลให้ผลการดำเนินงานจากการรับประกันภัย (Total Insurance Service Result) ของ MTI อยู่ที่ 262 ล้านบาท ลดลง 52%

ทั้งนี้ MTI ยังได้จัดทำผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2568 ในรูปแบบมาตรฐานบัญชีแบบเดิมคือ TFRS 4 นั้น MTI มีเบี้ยประกันภัยรับรวม งวด 3 เดือนแรก อยู่ที่ 5,101.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 261.09 ล้านบาท หรือ 5.39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่เบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 4,840.45 ล้านบาท

ในส่วนของเบี้ยประกันที่ถือเป็นรายได้สุทธิ อยู่ที่ 2,908.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.67% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน อัตราสินไหมสุทธิ (หักค่าสินไหมทดแทนที่ได้รับคืนจากประกันภัยต่อ) ต่อเบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้สุทธิอยู่ที่ 54.89% ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 58.27% ส่งผลให้กำไรก่อนหักภาษีเพิ่มขึ้น 12.14%

ทางด้าน นายวาสิต ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ และผู้บริหารสูงสุดด้านการขายและการตลาด การเงิน บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ MTI กล่าวว่า MTIยังเชื่อว่าจะสามารถสร้างการเติบโตได้ไม่น้อยกว่า หรือใกล้งเคียงกับอุตสาหกรรมประกันวินาศภัย แม้สถานการณ์ปัจจุบันจะเห็นถึงการชะลอตัวของตัวเลขยอดขายรถใหม่ ความเข้มงวดในการปล่อนยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ที่สะท้อนการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ

“จากสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันเราจึงเน้นเรื่องการควบคุมต้นทุน พร้อมกับให้ความระมัดระวังเรื่องการบริหารความเสี่ยง หลังจากต้นปีเราเผชิญกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวในไทย ทำให้เราต้องเตรียมความพร้อมในการบริหารความเสี่ยงผ่านการทำประกันภัยต่อให้เพียงพอ”

สำหรับตัวเลขจากสมาคมประกันวินาศภัย คาดว่า ปี 2568 อุตสาหกรรมประกันวินาสภัยมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นราว 1.5- 2.5% จากปี 2567 ด้วยตัวเลขเบี้ยรับตรงที่ประมาณ 291,240-294,100 ล้านบาท

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...