โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สภาพัฒน์ หั่นจีดีปีนี้เหลือ 1.8% เหตุหนี้ " ครัวเรือน-ธุรกิจ" ยังสูง แนะรัฐเร่งเบิกจ่ายงบ

Khaosod

อัพเดต 19 พ.ค. 2568 เวลา 07.21 น. • เผยแพร่ 19 พ.ค. 2568 เวลา 06.16 น.

สภาพัฒน์ หั่นจีดี ปีนี้เหลือ 1.8% เหตุหนี้ " ครัวเรือน-ธุรกิจ" ยังสูง แนะรัฐเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 1 ของปี 2568 และแนวโน้มปี 2568 ว่า ในไตรมาสที่ 1 ปี 2568 ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP ของไทย ขยายตัว 3.1% ต่อเนื่องจากการขยายตัว 3.3% ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2567 และเมื่อปรับผลของฤดูกาลออกแล้ว เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปี 2568 ขยายตัวจากไตรมาสที่ 4 ของปี 2567 0.7%

ปัจจัยหลักมาจากการผลิตภาคนอกเกษตรชะลอลง ขณะที่การผลิตภาคเกษตรเร่งขึ้น ด้านการใช้จ่าย การ ใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคขั้นสุดท้ายของเอกชนการ ใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคขั้นสุดท้ายของรัฐบาล การนำเข้า สินค้าและบริการ และการสะสมทุนถาวรเบื้องต้นชะลอ ลง ขณะที่การส่งออกสินค้าและบริการขยายตัวเร่งขึ้นนายดนุชา กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2568 คาดว่าจะขยายตัว 1.3 - 2.3% ค่ากลางการประมาณการ อยู่ที่ 1.8% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของรายจ่ายลงทุนภาครัฐ สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้น ของกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568

รวมทั้งการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของ การบริโภคภาคเอกชน ท่ามกลางอัตราการว่างงานและอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ และการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ของภาคการท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวเนื่อง อย่างไรก็ดี การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยทั้งปียังมีข้อจำกัด จากภาระหนี้สินครัวเรือนและภาคธุรกิจที่อยู่ในระดับสูง และมีแนวโน้มชะลอตัวลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2568

ตามแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลก และผลกระทบจากการดำเนินมาตรการ ทางการค้าของสหรัฐฯ รวมทั้งความเสี่ยงจากความผันผวนในภาคเกษตร ทั้งนี้ คาดว่าการอุปโภคบริโภค จะขยายตัว 2.4% และการลงทุนภาคเอกชนลดลง 0.7% ขณะที่มูลค่าการส่งออกในรูปดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 1.8% อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยอยู่ในช่วง 0.0 - 1.0% และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 2.5% ของ จีดีพี

นายดนุชา กล่าวว่า แนวทางบริหารนโยบายเศรษฐกิจมหภาคในช่วงที่เหลือของปี 2568 ควรให้ความสำคัญ ดังนี้

1.การเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ โดย มุ่งเน้นการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายลงทุนปี 2568 และงบประมาณกันไว้เบิดเหลื่อมปี ไม่ต่ำกว่า 70% และ 90% ตามลำดับ โดยเฉพาะโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ควบคู่กับการเพิ่มศักยภาพทางการคลังเพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก

2.รับมือมาตรการกีดกันทางการค้า ทั้งดำเนินการเจรจาการค้าและการลงทุนกับสหรัฐฯ ลดการเกินดุลการค้า ส่งเสริมการส่งออกสินค้าที่มีศักยภาพ ขยายตลาดใหม่ เร่งเจรจา FTA และดึงดูดการลงทุนโดยเน้นการร่วมลงทุนและการถ่ายทอดองค์ความรู้ พร้อมทั้งส่งเสริมการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ

3.ปกป้องภาคการผลิตจากการทุ่มตลาดและการใช้นโยบายการค้าที่ไม่เป็นธรรม โดยปรับปรุงการตรวจสอบสินค้านำเข้าให้เข้มงวด เพิ่มมาตรฐานผลิตภัณฑ์และบทลงโทษ ปราบปรามการลักลอบนำเข้า ตรวจสอบการทุ่มตลาดและมาตรการทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม

สนับสนุนช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ สามารถเข้าถึงกระบวนการยื่นคำขอและไต่สวนการใช้มาตรการภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด การอุดหนุน และมาตรการปกป้องจากการนำเข้า (AD/CVD/AC) และป้องกันการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้า

4.ช่วยเหลือ SMEs โดย เน้นการสร้างรายได้ ยกระดับศักยภาพการผลิต ควบคู่กับการสร้างความตระหนักรู้มาตรการช่วยเหลือหนี้สิน เพื่อให้ SMEs สามารถปรับโครงสร้างหนี้ได้

5.ดูแลภาคเกษตร ทั้งเตรียมมาตรการรองรับผลผลิต สนับสนุนการบริหารจัดการน้ำ การฟื้นฟูแหล่งน้ำ และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลิตภาพ

6.สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว เน้นการสร้างความปลอดภัย เตรียมความพร้อมด้านสนามบิน การตรวจคนเข้าเมือง โครงสร้างพื้นฐาน และการจัดการสิ่งแวดล้อม

นายดนุชา กล่าวว่า จากสถานการณ์เศรษฐกิจในปีนี้ยังมีความไม่แน่นอนเรื่องของการเจรจาการค้าหลังสหรัฐฯขึ้นภาษี การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน รวมทั้งเศรษฐกิจของประเทศเกิดใหม่ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ขณะที่ในประเทศมีความเสี่ยงจากเรื่องของหนี้ครัวเรือน คุณภาพสินเชื่อต้องจับตาและต้องมีการแก้ปัญหาเพื่อไม่ให้มีการเพิ่ม NPL

ภาคเกษตรยังคงเจอกับความไม่แน่นอนเรื่องของสภาพอากาศที่อาจจะมีปัญหาในแง่ของรายได้ภาคเกษตรมากขึ้น ดังนั้น แนะนำ ให้ ภาคธุรกิจ และ ประชาชนต้องมีการปรับตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์มากขึ้น รวมถึงการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สภาพัฒน์ หั่นจีดีปีนี้เหลือ 1.8% เหตุหนี้ " ครัวเรือน-ธุรกิจ" ยังสูง แนะรัฐเร่งเบิกจ่ายงบ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...