โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นักลงทุนเทขายพันธบัตรทั่วโลก “บอนด์สหรัฐ-ญี่ปุ่น-เยอรมนี” พุ่งสูงสุดในรอบหลายปี หวั่นปัญหาการคลังสหรัฐ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 22 พ.ค. 2568 เวลา 17.18 น. • เผยแพร่ 22 พ.ค. 2568 เวลา 10.18 น.

แรงเทขายในพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกเร่งตัวขึ้น หลังภาษีทรัมป์-เครดิตสหรัฐสั่นคลอนความเชื่อมั่น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ-ญี่ปุ่น-เยอรมนีพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี

วันที่ 22 พฤษภาคม 2568 เวลา 16.28 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า Rong Ren Goh ผู้จัดการพอร์ตลงทุนตราสารหนี้จาก Eastspring Investments กล่าวว่า การปรับลดอันดับเครดิตหรือการออกงบประมาณที่เสี่ยงจะขาดดุลเพิ่มเติม มักทำให้นักลงทุนวิตกเกี่ยวกับสถานะการคลัง และต้องประเมินความเสี่ยงของตราสารหนี้ระยะยาวใหม่

แม้ประธานาธิบดีทรัมป์จะไม่สามารถโน้มน้าวสมาชิกพรรครีพับลิกันที่ไม่เห็นด้วยให้สนับสนุนร่างกฎหมายภาษีฉบับใหญ่ ซึ่งอาจทำให้หนี้สาธารณะของสหรัฐเพิ่มขึ้นถึง 3-5 ล้านล้านดอลลาร์ แต่ร่างกฎหมายนี้ก็ดูเหมือนจะกระตุ้นให้เกิดแรงเทขายในตลาดพันธบัตรทั่วโลก

Vishnu Varathan กรรมการผู้จัดการ Mizuho Securities กล่าวว่า “ตลาดไม่ได้มองว่า ‘บิลภาษีสุดงดงาม’ ของทรัมป์นั้นงดงามเลย …พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (USTs) ถูกเทขายอย่างรุนแรง”

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ทะลุระดับ 5% เป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2566 และขณะนี้อยู่ที่ 5.088% ขณะที่พันธบัตรอายุ 10 ปี ก็ปรับตัวขึ้นมากกว่า 0.15% ตั้งแต่ต้นสัปดาห์

แรงเทขายในพันธบัตรสหรัฐเกิดขึ้นต่อเนื่องจากการไหลออกของนักลงทุนจากสินทรัพย์อเมริกันในเดือนเมษายน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะ ความเชื่อมั่นที่ลดลงในความน่าเชื่อถือของสินทรัพย์สหรัฐ ครั้งก่อน นักลงทุนขายพันธบัตรสหรัฐ และหันไปถือพันธบัตรของญี่ปุ่นและเยอรมนี แต่ครั้งนี้เกิดแรงเทขายพร้อมกันในหลายตลาดหลักทั่วโลก

ทั้งนี้แรงเทขายพันธบัตรระยะยาวในแต่ละประเทศเกิดจากปัจจัยเฉพาะ แต่มีจุดร่วมคือ ความกังวลต่อเส้นทางการคลังที่เลวร้ายลง Rong Ren Goh กล่าวว่า “นักลงทุนเริ่มประเมินเบี้ยความเสี่ยง (term premium) ใหม่ในการถือพันธบัตรระยะยาว”

  • พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 40 ปี ให้ผลตอบแทนแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.689%
  • ส่วนพันธบัตรอายุ 30 ปี อยู่ใกล้ระดับสูงสุดเช่นกันที่ 3.187%
  • และพันธบัตรอายุ 10 ปี ก็ปรับขึ้น 9 จุดเบส เป็น 1.57% ตั้งแต่ต้นสัปดาห์

Bank of America ระบุว่า สาเหตุหลักของการปรับขึ้นในญี่ปุ่นเป็นเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทประกันชีวิตที่เคยซื้อพันธบัตรระยะยาวจำนวนมากเพื่อให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ด้านความมั่นคงทางการเงิน ขณะนี้ได้หยุดซื้อไป เพราะบรรลุเป้าหมายตามกฎระเบียบแล้ว

นอกจากนี้แนวโน้มที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะขึ้นดอกเบี้ย ท่ามกลางปัญหาการคลังของประเทศ ก็เป็นอีกปัจจัยที่เร่งแรงเทขาย Varathan กล่าวเสริมว่าการเทขายในพันธบัตรญี่ปุ่นยังส่งผลต่อพันธบัตรสหรัฐโดยเมื่อพันธบัตรญี่ปุ่นให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจขึ้น ก็ทำให้นักลงทุนญี่ปุ่นยิ่งถอนเงินจากพันธบัตรสหรัฐ

โดยพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนี (Bunds) ก็เผชิญแรงขายเช่นกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี เพิ่มขึ้นกว่า 0.12% และพันธบัตรอายุ 10 ปี ขึ้นมากกว่า 0.06%

Philip McNicholas, นักกลยุทธ์ประจำ Robeco กล่าวว่า “การยกเลิกกฎเบรกหนี้ของเยอรมนี (debt brake) พร้อมกับท่าทีเดินหน้าสร้างกองทัพในยุโรป สะท้อนถึงการสิ้นสุดของยุคเข้มงวดด้านการคลัง และมุมมองใหม่ต่อการเติบโตของภูมิภาค เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้เกิดแรงเทขายในตลาด”

Varathan จาก Mizuho Securities กล่าวเสริมว่าเยอรมนีเผชิญปัญหาการขาดดุลงบประมาณ ในเชิงโครงสร้าง ซึ่งกดดันพันธบัตรระยะยาวต่อเนื่อง

Steve Sosnick, หัวหน้านักกลยุทธ์ Interactive Brokers กล่าวว่า “ตอนนี้นักลงทุนไม่ค่อยสนใจพันธบัตรระยะยาวเท่าไรเลย” โดยเสริมว่า ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อโลก ก็เป็นตัวทำลายความน่าสนใจของตราสารหนี้ระยะยาวอีกด้วย โดยทั่วไปพันธบัตรระยะสั้นจะได้รับอิทธิพลจากนโยบายธนาคารกลาง ส่วนพันธบัตรระยะยาวถูกกำหนดโดยความคาดหวังของนักลงทุนต่อเศรษฐกิจในอนาคต

อย่างไรก็ตามพันธบัตรของบางประเทศตลาดเกิดใหม่กลับไม่เป็นไปตามกระแสนี้ โดยผลตอบแทนกลับลดลง พันธบัตรรัฐบาลอินเดียและจีนอายุ 10 ปี มีผลตอบแทนลดลงเล็กน้อย เนื่องจากตลาดเหล่านี้มีลักษณะพึ่งพาภายในประเทศสูง และมี การควบคุมเงินทุน (capital controls)

Philip McNicholas กล่าวว่า “ปัจจัยภายนอกและนักลงทุนต่างชาติมีผลต่อเส้นอัตราผลตอบแทน (yield curve) ของจีนและอินเดียน้อยกว่าประเทศอื่น โดยอินเดีย พันธบัตร 10 ปี ลดลงประมาณ 0.02% ด้านจีน พันธบัตร 10 ปี ลดลงเล็กน้อยเช่นกัน”

อ้างอิง : cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...