โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ก.ล.ต. ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 1 ราย กรณีซื้อหุ้น SVI โดยอาศัยข้อมูลภายใน

Wealthy Thai

อัพเดต 01 มิ.ย. 2568 เวลา 07.01 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2568 เวลา 11.11 น.

ก.ล.ต. เปิดเผยการดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งกับนายพงษ์ศักดิ์ โล่ห์ทองคำ ผู้กระทำความผิดกรณีซื้อหุ้นบริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน) (SVI) โดยเป็นบุคคลซึ่งรู้หรือครอบครองข้อมูลภายใน และให้ชำระเงินตามมาตรการลงโทษทางแพ่งรวม 123,337,594 บาท พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในปี 2565 และตรวจสอบเพิ่มเติมพบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า นายพงษ์ศักดิ์ ซึ่งในขณะเกิดเหตุเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เกินกว่าร้อยละ 50 และดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาของ SVI ทำหน้าที่กำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจและได้เข้าร่วมประชุมที่สำคัญของ SVI เป็นบุคคลซึ่งรู้หรือครอบครองข้อมูลภายในเกี่ยวกับผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 3 ปี 2564 ของ SVI ที่มีกำไรสุทธิ 520.52 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าของปีเดียวกัน และงวดเดียวกันของปี 2563 อันเป็นข้อมูลที่ส่งผลกระทบด้านบวกต่อราคาหุ้น SVI โดยนายพงษ์ศักดิ์ได้ซื้อหุ้น SVI ก่อนที่ SVI จะเปิดเผยข้อมูลภายในดังกล่าวต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2564 เวลา 19.09 น. ทำให้นายพงษ์ศักดิ์ได้รับผลประโยชน์จากมูลค่าหุ้น SVI ที่มีราคาเพิ่มขึ้นภายหลังจากที่ SVI ได้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ
การกระทำของนายพงษ์ศักดิ์เป็นความผิดฐานซื้อหลักทรัพย์โดยเป็นบุคคลซึ่งรู้หรือครอบครองข้อมูลภายในตามมาตรา 242(1) ประกอบมาตรา 243(1) มาตรา 243(2) และมาตรา 243(3) ซึ่งมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 296 มาตรา 296/2 และมาตรการลงโทษทางแพ่งตามมาตรา 317/4 และมาตรา 317/5 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535
คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) มีมติให้นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับ* กับนายพงษ์ศักดิ์ โดยให้นายพงษ์ศักดิ์ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 123,337,594 บาท และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 29 เดือน
มาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด จะมีผลนับตั้งแต่วันที่ผู้กระทำความผิดลงนามในบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด หากผู้กระทำความผิดไม่ยินยอม ก.ล.ต. จะมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลแพ่งเพื่อกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งในอัตราที่อัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติโดยไม่ต่ำกว่าอัตราที่ ค.ม.พ. กำหนด
ทั้งนี้ เงินค่าปรับทางแพ่งและเงินค่าชดใช้คืนผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการกระทำความผิดเป็นรายได้แผ่นดินที่นำส่งกระทรวงการคลัง


หมายเหตุ : * มาตรา 317/1 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2559 ให้การกระทำความผิดอาญาตามบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวดำเนินมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิดได้
อ่านรายละเอียด “การดำเนินมาตรการลงโทษทางแพ่ง (Civil Sanctions)” ได้ที่ https://www.sec.or.th/TH/Pages/LawandRegulations/CivilPenalty.aspx

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...