โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นักวิทย์ เผยงานวิจัย พืชที่ควรปลูกมากสุด ช่วยให้ไม่อดตาย ถ้าเกิดวันสิ้นโลก?

อีจัน

อัพเดต 13 พ.ค. 2568 เวลา 12.47 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2568 เวลา 05.47 น. • อีจัน

เคยคิดเล่นๆ กันมั้ยคะ ถ้าถึงวันโลกาวินาศ หรือวันสิ้นโลก เราจะใช้ชีวิต หรือรับมือกันยังไง?

งานนี้นักวิทย์เอาจริง คิดค้นจนพบ “พืชที่ควรปลูกมากสุด” หากเกิดหายนะ ทำลายล้างโลก

8 พ.ค.68 ที่ผ่านมา ทาง livescience เว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานผลการศึกษาใหม่ที่บ่งชี้ว่า พืชชนิดใดควรปลูกมากสุด เพื่อให้มนุษย์ดำรงอยู่ได้ หากเกิดภัยพิบัติ ทำลายล้างโลกกะทันหัน ที่อาจส่งผลให้ผู้คนนับล้านอาจต้องอดอาหารตาย

ตามการศึกษาใหม่ ตีพิมพ์ในวารสาร PLOS One เมื่อวันพุธ ที่ 7 พ.ค.68 พบว่า การปลูกผักโขม ชูการ์บีต ข้าวสาลี และแครอทในเขตเมือง และบริเวณชานเมือง ซึ่งอาจช่วยเลี้ยงประชากรในเมืองในโลกหลังหายนะ อย่าง สงครามนิวเคลียร์ โรคระบาดร้ายแรง หรือพายุสุริยะได้

โดยการศึกษาวิจัยนี้ ได้พิจารณาสถานการณ์ 2 สถานการณ์ หากเกิดภัยพิบัติต่างๆ สิ่งที่ควรปลูกในและรอบเมืองภายใต้สภาพภูมิอากาศปกติ และสิ่งที่ควรปลูกในกรณีที่เกิดฤดูหนาวนิวเคลียร์ พืชที่เหมาะแก่การปลูกในเมืองที่มีอากาศอบอุ่นภายใต้สภาวะปกติ คือ พืชตระกูลถั่ว โดยถั่วเป็นอาหารที่มีโปรตีนสูงเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมทางการเกษตรในเมือง แต่ถั่วจะไม่ทนต่อน้ำค้างแข็ง หากเกิดฤดูหนาวนิวเคลียร์ ซึ่งอาจเกิดจากสงครามนิวเคลียร์การระเบิดของภูเขาไฟขนาดใหญ่ หรือการพุ่งชนของดาวเคราะห์น้อยครั้งใหญ่ แสงแดดจะถูกบดบัง สังเคราะห์แสงได้น้อยลง ในสถานการณ์เช่นนั้น นักวิจัยพบว่า การผสมผสานผักโขมกับชูการ์บีตที่มีความทนทานจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

นอกจากนี้ จากการศึกษาพบว่า มันฝรั่งเป็นพืชที่เหมาะสำหรับสภาพภูมิอากาศปกติในพื้นที่นอกเมือง

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่เกิดฤดูหนาวนิวเคลียร์ การปลูกข้าวสาลี 97% และแคร์รอต 3% ถือเป็นอัตราส่วนที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากสามารถทนต่ออุณหภูมิที่เย็นกว่าได้ดีกว่า

ทั้งนี้ งานวิจัยดังกล่าวไม่ได้คาดหวังว่า ผู้คนจะกินถั่วตลอดทั้งปี หากเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ การปลูกพืชที่มีประสิทธิภาพสูงสุดจะช่วยลดปริมาณพื้นที่ที่จำเป็นสำหรับการเลี้ยงประชากรลงได้ค่ะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...