นักวิทย์ เผยงานวิจัย พืชที่ควรปลูกมากสุด ช่วยให้ไม่อดตาย ถ้าเกิดวันสิ้นโลก?
เคยคิดเล่นๆ กันมั้ยคะ ถ้าถึงวันโลกาวินาศ หรือวันสิ้นโลก เราจะใช้ชีวิต หรือรับมือกันยังไง?
งานนี้นักวิทย์เอาจริง คิดค้นจนพบ “พืชที่ควรปลูกมากสุด” หากเกิดหายนะ ทำลายล้างโลก
8 พ.ค.68 ที่ผ่านมา ทาง livescience เว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานผลการศึกษาใหม่ที่บ่งชี้ว่า พืชชนิดใดควรปลูกมากสุด เพื่อให้มนุษย์ดำรงอยู่ได้ หากเกิดภัยพิบัติ ทำลายล้างโลกกะทันหัน ที่อาจส่งผลให้ผู้คนนับล้านอาจต้องอดอาหารตาย
ตามการศึกษาใหม่ ตีพิมพ์ในวารสาร PLOS One เมื่อวันพุธ ที่ 7 พ.ค.68 พบว่า การปลูกผักโขม ชูการ์บีต ข้าวสาลี และแครอทในเขตเมือง และบริเวณชานเมือง ซึ่งอาจช่วยเลี้ยงประชากรในเมืองในโลกหลังหายนะ อย่าง สงครามนิวเคลียร์ โรคระบาดร้ายแรง หรือพายุสุริยะได้
โดยการศึกษาวิจัยนี้ ได้พิจารณาสถานการณ์ 2 สถานการณ์ หากเกิดภัยพิบัติต่างๆ สิ่งที่ควรปลูกในและรอบเมืองภายใต้สภาพภูมิอากาศปกติ และสิ่งที่ควรปลูกในกรณีที่เกิดฤดูหนาวนิวเคลียร์ พืชที่เหมาะแก่การปลูกในเมืองที่มีอากาศอบอุ่นภายใต้สภาวะปกติ คือ พืชตระกูลถั่ว โดยถั่วเป็นอาหารที่มีโปรตีนสูงเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมทางการเกษตรในเมือง แต่ถั่วจะไม่ทนต่อน้ำค้างแข็ง หากเกิดฤดูหนาวนิวเคลียร์ ซึ่งอาจเกิดจากสงครามนิวเคลียร์การระเบิดของภูเขาไฟขนาดใหญ่ หรือการพุ่งชนของดาวเคราะห์น้อยครั้งใหญ่ แสงแดดจะถูกบดบัง สังเคราะห์แสงได้น้อยลง ในสถานการณ์เช่นนั้น นักวิจัยพบว่า การผสมผสานผักโขมกับชูการ์บีตที่มีความทนทานจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
นอกจากนี้ จากการศึกษาพบว่า มันฝรั่งเป็นพืชที่เหมาะสำหรับสภาพภูมิอากาศปกติในพื้นที่นอกเมือง
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่เกิดฤดูหนาวนิวเคลียร์ การปลูกข้าวสาลี 97% และแคร์รอต 3% ถือเป็นอัตราส่วนที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากสามารถทนต่ออุณหภูมิที่เย็นกว่าได้ดีกว่า
ทั้งนี้ งานวิจัยดังกล่าวไม่ได้คาดหวังว่า ผู้คนจะกินถั่วตลอดทั้งปี หากเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ การปลูกพืชที่มีประสิทธิภาพสูงสุดจะช่วยลดปริมาณพื้นที่ที่จำเป็นสำหรับการเลี้ยงประชากรลงได้ค่ะ