โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

TOP ดีดกลับ 4% โบรกอัพเป้า 63.50 บ. คาดกำไรปี 65 แตะ 1.5 หมื่นลบ. รับดีมานด์ฟื้น

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 09 มี.ค. 2565 เวลา 03.59 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (9 มี.ค.2565) ราคาหุ้นบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ณ เวลา 10:57 น. อยู่ที่ระดับ 50.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท หรือ 3.59% โดยทำจุดสูงสุดที่ 51.00 บาท และทำจุดต่ำสุดที่ 49.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 789.38 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ (8 มี.ค.2565) โดย EIA คาดอุปสงค์น้ำมันดิบตลาดโลกปี 2565 เพิ่มขึ้น 3.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน อยู่ที่ 100.50 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่อุปทานเพิ่มขึ้น 6 ล้านบาร์เรลต่อวัน อยู่ที่ 101.50 ล้านบาร์เรล ซึ่งการเพิ่มขึ้นของปริมาณน้ำมันจะอยู่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 จากการผลิตเพิ่มขึ้นของสหรัฐเป็นหลักซึ่งคาดจะเพิ่มเป็น 12 ล้านบาร์เรล ต่อวันเพิ่มขึ้น 7% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ส่วนกลุ่มโอเปกการขยายกำลังการผลิตยังเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ขณะที่อุปสงค์การใช้น้ำมันสำเร็จรูปทั้งแก๊สโซลีนและดีเซลปัจจุบันได้กลับสู่ภาวะปกติก่อนเกิด COVID-19 แล้วหลังการคลายล็อกดาวน์ในประเทศต่างๆ

ขณะที่ในส่วนน้ำมันเครื่องบิน (Jet) คาดจะกลับสู่ภาวะปกติได้ราวครึ่งปีหลัง 2566 ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างรัสเซียและยูเครนส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการที่รัสเซียเป็นผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มโอเปกที่มีกำลังการผลิตราว 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน และมีการส่งออกราว 5% ของอุปทานน้ำมันในตลาดโลก รวมถึงการผลิตแก๊สธรรมชาติเพื่อส่งออกไปยุโรปด้วย โดยตลาดส่งออกหลักคือจีนและยุโรป คาดความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปปรับขึ้นได้จากการที่ยุโรปแบนการนำเข้าน้ำมันดิบจากรัสเซียด้วย

สำหรับแผนการปรับโครงสร้างการเงินของบริษัทฯ นั้นจะทำโดย (1) ขายหุ้น GPSC ที่สัดส่วน 10.78% (304.1 ล้านหุ้น) ให้กับกลุ่ม PTT และ TOP จะรับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุนและกำไรจากการเปลี่ยนแปลงเงินลงทุนใน GPSC ราว 11,000 ล้านบาทคาดจะรับรู้รายการดังกล่าวในไตรมาส 2/2565 นี้ (2) เพิ่มทุนโดยจัดสรรหุ้นจำนวนสูงสุดที่ 275.12 ล้านหุ้นรวมการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (Green shoe) จำนวน 35.90 ล้านหุ้น แต่การจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 239.20 ล้านหุ้นนั้นเป็นการเสนอขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิมในสัดส่วน 80% และส่วนที่เหลือ 20% จะจัดสรรให้กับนักลงทุนทั่วไป ซึ่งหากพิจารณาจากจำนวนเงินที่ต้องการเพิ่มทุน และจำนวหุ้นที่จะเสนอขายนั้นทางฝ่ายวิจัยคาดอัตราส่วนการเพิ่มทุนสำหรับผู้ถือหุ้นเดิมจะอยู่ที่ราว 8 หุ้น เดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ในส่วนราคาเสนอขายนั้นคาดไม่ต่ำกว่า 48-50 บาท/หุ้นและเกิด dilution ราว 12% จากการเพิ่มทุนซึ่งคาดกระบวนการเพิ่มทุนจะแล้วเสร็จภายในปีนี้

ทั้งนี้คาดการดำเนินงานกลุ่มอะโรเมติกส์, กลุ่มน้ำมันหล่อลื่น, โอเลฟินส์คาดจะอ่อนลงตามส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ลดลงจากอุปทานที่จะเพิ่มขึ้นหลังโรงกลั่นส่วนใหญ่กลับมาผลิตอีกครั้ง รวมถึงการเริ่มทยอยผลิตเพิ่มขึ้นจากความล่าช้าที่เกิดขึ้นจาก COVID-19 ที่เกิดขึ้น ในทางกลับกันคาดธุรกิจในส่วนโรงกลั่นการดำเนินงานจะฟื้นตัวต่อหลังจากเห็นการฟื้นตัวตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2564 แล้วจากอุปสงค์การใช้ที่กลับมาก่อน COVID-19 แล้วทั้งในส่วนแก๊สโซลีนและดีเซล ทางฝ่ายวิจัยได้ปรับประมาณการผลการดำเนินงานปี 2565 ขึ้นจากเดิมแม้คาดระยะสั้นจะได้รับผลจากต้นทุน crude premium ที่สูงขึ้น จากอุปทานที่ตึงตัว แต่จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ยังดีทำให้ GRM ยังยืนได้ในระดับสูง ทั้งนี้ทางฝ่ายปรับประมาณการกำไรสุทธิเป็น 14,717 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 17% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ปรับสมมติฐาน GRM เป็น 6.30 เหรียญ/บาร์เรล น้ำมันดิบดูไบ 90 เหรียญ/บาร์เรล

อย่างไรก็ดีทางฝ่ายวิจัยยังมีมุมมองบวกต่อการดำเนินงานกลุ่มโรงกลั่นจากอุปสงค์ฟื้นตัว ยังคงแนะนำ “ซื้อ” ปรับ ราคาพื้นฐานขึ้นเป็น 63.50 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...