โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาหาร

“ขนมปังถั่วแดง” ขนมคู่ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น แม้กระทั่งสมเด็จพระจักรเมจิยังทรงโปรด!!

conomi

อัพเดต 20 ก.ค. 2568 เวลา 08.54 น. • เผยแพร่ 13 ม.ค. 2568 เวลา 12.00 น. • conomi.co

“ขนมปังถั่วแดง” หรือที่หลายคนรู้จักและเรียกกันในชื่อของ “อันปัง” (Anpan = あんパン) เป็นขนมปังหวานจากประเทศญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมชมชอบจากผู้คนทุกเพศทุกวัย รสสัมผัสนุ่มนิ่มของเนื้อแป้งขนมปังด้านนอก ผสมผสานลงตัวกันได้เป็นอย่างดีไปกับไส้ถั่วแดงกวนที่สอดไส้ห่ออยู่ด้านใน เมื่อหั่นหรือฉีกแป้งขนมปังออกมา กลิ่นหอมหวานของถั่วแดงก็จะส่งกลิ่นหอมลอยแตะจมูก ไม่ว่าใคร ๆ ก็คงอดใจที่จะไม่ลองกินไปไม่ได้

ขนมปังถั่วแดง

ทั้งนี้ ขนมปังถั่วแดงก็ยังสามารถแยกออกไปได้อีกหลายแบบขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็นแบบเนื้อถั่วแดงเนียนละเอียด แบบที่เนื้อถั่วแดงยังเป็นแบบเม็ดอยู่ หรือขนมปังหวานอื่น ๆ ที่ถูกจัดว่าเป็นเครือญาติกับขนมปังถั่วแดง เช่น “ขนมปังไส้ถั่วขาว” รวมไปถึง “ขนมปังไส้ถั่วแดงและมาการีน” (Ogura Margarine = 小倉マーガリン) อาหารเช้ายอดนิยมจากเมืองไอจิ จังหวัดนาโกย่า และ “ขนมโดรายากิไส้ถั่วแดงและเนย” (Butter Dorayaki = バターどら焼き) เป็นต้นค่ะ

(ตัวอย่าง) ขนมโดรายากิไส้ถั่วแดงและเนย (Butter Dorayaki = バターどら焼)

ขนมปังถั่วแดงเกิดขึ้นมาได้อย่างไร?

eat doll

ในปัจจุบัน ขนมปังถั่วแดงนอกเหนือไปจากรูปแบบทรงกลมที่เราคุ้นชินกันเป็นอย่างดีแล้ว ยังมีรูปร่างแปลกใหม่อีกมากมาย เช่น รูปทรงเกลียวขดไปมา รูปทรงสามเหลี่ยม เป็นต้น ว่าแต่ขนมปังถั่วแดงที่ถูกอกถูกใจผู้คนนี้ มีที่มาที่ไปอย่างไรกันนะ? หลายคนก็คงอยากรู้กันใช่ไหมคะ? วันนี้ทางเราจะมาเล่าอธิบายให้ฟังกันค่ะ

ที่มาที่ไปของขนมปังถั่วแดง สามารถย้อนประวัติเท้าความกลับไปได้ถึงช่วงยุคเมจิ (ปี ค.ศ. 1868 – ปี ค.ศ. 1912) ซึ่งเป็นช่วงที่ญี่ปุ่นเปิดประเทศยอมรับวัฒนธรรมจากชาติตะวันตกเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นทั้งในเรื่องของเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายรวมไปถึงอาหารการกิน ซึ่ง “ขนมปัง” ก็เป็นหนึ่งสิ่งที่เข้ามาในสมัยนั้นค่ะ โดยเมื่อปีเมจิที่ 2 (ปี ค.ศ. 1869) นายคิมูระ ยะสุเบะเอะ (Kimura Yasubee = 木村安兵衛) เจ้าของร้านขนมปังถั่วแดงคิมูระยะ ที่ตั้งอยู่ในย่านกินซ่า กรุงโตเกียว (แต่เดิมร้านตั้งอยู่บริเวณชิบะฮิกาเกะโจซึ่งคือบริเวณสถานีรถไฟชิมบาชิในปัจจุบัน) ได้มีความคิดที่อยากจะให้ขนมปังเป็นที่รู้จักกันไปอย่างแพร่หลายในหมู่ชาวญี่ปุ่น จึงได้ดัดแปลง “ขนมมันจู” (Manju = 饅頭) หรือ “ขนมหมั่นโถวญี่ปุ่น” ออกมาวางจำหน่าย พร้อมทั้งพัฒนาปรับเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ จนในสมัยปีเมจิที่ 7 (ปี ค.ศ. 1874) จึงได้ออกมาเป็นขนมปังถั่วแดงในรูปทรงและรสชาติแบบที่เราเห็นกันในปัจจุบันนี้ค่ะ (ทั้งนี้ ร้านคิมูระยะ เป็นร้านดังที่ออกทีวีรวมถึงนิตยสารกูร์เมต์ดัง ๆ ทั้งของญี่ปุ่นและต่างประเทศอยู่เป็นประจำ)

(ตัวอย่าง) ขนมปังถั่วแดงและขนมปังไส้อื่น ๆ จากร้านคิมูระยะในปัจจุบัน
(ตัวอย่าง) “ขนมมันจู” (Manju = 饅頭) หรือ “ขนมหมั่นโถวญี่ปุ่น”

การผสมผสานระหว่าง “วัฒนธรรมการกินขนมปัง” ที่ถูกนำเข้ามาจากต่างประเทศ กับ “ถั่วแดง” ที่เป็นไส้ขนมที่คนญี่ปุ่นชอบและคุ้นชินกันมาตั้งแต่สมัยอดีตนั้นถือเป็นการ “ผสมผสานเกิดเป็นสิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน” ได้อย่างลงตัว แต่ทุกคนทราบกันไหมคะว่า “วิธีการนำไส้มาใส่ลงไปในแป้งแล้วห่อนำมาทำเป็นของกิน” นั้นเป็นวิธีการที่ญี่ปุ่นได้รับวัฒนธรรมความคิดอิทธิพลมาจากประเทศจีนค่ะ โดยเข้ามาในสมัยยุคอาสึกะ (ปี ค.ศ. 552 – ปี ค.ศ. 645) ซึ่งแต่เดิมเวลาทำขนมญี่ปุ่น ไส้ส่วนใหญ่จะทำมาจาก “เนื้อ” ตามแบบจีน แต่ต่อมาในปี ค.ศ. 646 ในสมัยของจักรพรรดิโคโตกุ ได้มีประกาศห้ามให้ประชาชนบริโภคเนื้อหมู และในปี ค.ศ. 675 ในสมัยของจักรพรรดิเทนมู ที่ได้มีการประกาศเข้มงวดในการห้ามบริโภคเนื้อสัตว์ชนิดต่างๆ เพิ่มมากขึ้นจึงทำให้ “ไส้เนื้อ” ต้องถูกดัดเปลี่ยนเป็นการใช้ไส้อื่น ๆ เข้ามาใส่แทน เช่น “ไส้เนื้อผลไม้” หรือ “ไส้งา” เป็นต้น จนถึงในช่วงสมัยยุคคามาคุระ (ปี ค.ศ. 1192 – ปี ค.ศ. 1333) จึงได้มีการนำ “ถั่วแดง” มากวนบดเนื้อให้ละเอียดแล้วนำมาใส่ลงไปในขนมญี่ปุ่นแทน เกิดเป็น “ไส้ถั่วแดง” ขึ้นค่ะ

red bean

ว่าแต่แล้วทำไมถึงต้องเป็นถั่วแดง? ก็เพราะจากความเชื่อที่ว่า “สีแดง คือ สีโชคดี และยังเป็นสีที่เชื่อว่ามีพลังสามารถปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไปได้” รวมทั้งถั่วแดงยังถูกจัดและถือให้เป็นของที่มักนำไปถวายเทพเจ้า รวมถึงเป็นหนึ่งในบรรดาของบรรณาการที่มักจะถูกนำไปถวายให้แก่ผู้สูงศักดิ์อยู่เป็นประจำ

ในด้านของรสชาติ ขนมญี่ปุ่นในช่วงสมัยนั้นใช้เกลือเป็นส่วนประกอบจึงทำให้ขนมมีรสชาติออกไปทางเค็มมากกว่าที่จะมีรสชาติหวาน จนในสมัยช่วงยุคมุโรมาจิ (ปี ค.ศ. 1336 – ปี ค.ศ. 1573) ที่ได้มีการนำเข้า “น้ำตาล” จากโปรตุเกสเข้ามาในญี่ปุ่น “ไส้ถั่วแดงเค็ม” จึงได้เปลี่ยนไปเป็น “ไส้ถั่วแดงหวาน” แบบที่เราคุ้นชินกันในปัจจุบันค่ะ แต่ผู้อ่านบางคนอาจสงสัยว่าแต่ญี่ปุ่นก็มี “น้ำหวานอามาสึระ” ซึ่งเป็นน้ำหวานที่ได้จากการต้มยางไม้เลื้อย ซึ่งมีรสชาติหวานเหมือนน้ำผึ้งมาตั้งแต่อดีตแล้วไม่ใช่หรือ? แล้วทำไมถึงไม่ถูกนำมาใช้? ก็เพราะว่าน้ำหวานอามาสึระ มิได้เป็นของที่หาได้ทั่วไป จะมีแต่บรรดาขุนนางหรือผู้มีอำนาจซึ่งมีฐานะร่ำรวยสามารถจับต้องและเข้าถึงได้เท่านั้นค่ะ

red bean

อย่างไรก็ตาม เรื่อยมาจนมาถึงสมัยช่วงยุคเอโดะ ( (ปี ค.ศ. 1603 – ปี ค.ศ. 1868) “ถั่วแดงกวนเนื้อเนียนละเอียด” ก็ยังถือเป็นว่าเป็นของกินที่มีราคาแพงอยู่ดี กว่าที่จะมีราคาถูกลงมาก็เป็นช่วงเข้าสู่ยุคสมัยเมจิเป็นต้นไปแล้ว เนื่องจากได้มีการผลิตเครื่องจักรที่ใช้สำหรับปอกเปลือกและแยกเปลือกถั่วออกจากกันอย่างอัตโนมัติเกิดขึ้น จึงทำให้สามารถผลิตถั่วแดงกวนออกมาได้มากขึ้น ราคาจึงถูกลง ประชาชนทั่วไปจึงเริ่มหาซื้อได้ค่ะ

วันขนมปังถั่วแดงคือวันที่เท่าไร? ขนมปังถั่วแดงได้รับความนิยมเพราะสมเด็จพระจักรพรรดิเมจิ?

sakura anpan

ทราบกันไหมคะว่าที่ญี่ปุ่นมีวันขนมปังถั่วแดงด้วย? วันขนมปังถั่วแดง คือ วันที่ 4 เมษายน ของทุกปี ส่วนที่ว่าขนมปังถั่วแดงได้รับความนิยมเป็นเพราะสมเด็จพระจักรพรรดิเมจิ ก็เพราะว่าขนมปังถั่วแดงที่แต่งหน้าด้วยกลีบดอกซากุระหมักเกลือ (เป็นกลีบดอกซากุระสายพันธุ์ยะเอะซากุระ จากภูเขาโยชิโนะ จังหวัดนารา ซึ่งเป็น 1 ในสถานที่ซึ่งมีชื่อเสียงในการชมดอกซากุระของญี่ปุ่น) หรือที่เรียกกันว่า “ซากุระอังปัง” ได้ถูกนำไปถวายให้แด่สมเด็จพระจักรเมจิ ในงานชมดอกซากุระที่มีจัดขึ้นในวันที่ 4 เมษายน 1875 ซึ่งขนมดังกล่าวเป็นที่ถูกอกถูกใจทั้งสมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีเป็นอย่างมาก ขนาดมีรับสั่งให้นำมาถวายต่อไปเรื่อย ๆ อีกด้วย จากเหตุการณ์ดังกล่าวขนมปังถั่วแดงจึงได้รับความนิยมไปทั่วประเทศญี่ปุ่นนั้นเองค่ะ

girl

“การเปิดรับวัฒนธรรมใหม่” “การดัดแปลงไส้ให้เข้ากับสถานการณ์และยุคสมัย” “การถูกนำไปถวายให้แก่สมเด็จพระจักรพรรดิ” จากเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ทำให้เราเห็นและเป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีได้ว่า ขนมปังถั่วแดงถือเป็นขนมปังหวานที่อยู่เคียงคู่กับประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นมาโดยตลอด ถ้าใครยังไม่เคยได้ลองเจ้าขนมปังแห่งประวัติศาสตร์นี้ ผู้เขียนแนะนำให้ลองหามาซื้อชิมกันดูนะคะ เชื่อได้เลยว่าจะต้องถูกอกติดใจ ยกให้เป็น 1 ในบรรดาขนมหวานในดวงใจของหลาย ๆ คนเป็นแน่แท้ค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก : mag.japaaan และ kimuraya-sohonten.co.jp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...