โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ตำรวจ LA - FBI ผนึกกำลังหาตัว หัวขโมยปล้นเงินสดกว่าพันล้านบาท หนีลอยนวล

MATICHON ONLINE

อัพเดต 05 เม.ย. 2567 เวลา 03.28 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. 2567 เวลา 03.28 น.
AP

ตำรวจ LA – FBI ผนึกกำลังหาตัว หัวขโมยปล้นเงินสดกว่าพันล้านบาท หนีลอยนวล

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ตำรวจของนครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐ และเจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) กำลังสอบสวนการปล้นเงินสดมูลค่าเกือบ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,104 พันล้านบาท หลังคนร้ายได้งัดหลังคาคลังเก็บเงินในย่านซิลมาร์ ของนครลอสแอนเจลิส ก่อนที่จะพังตู้เซฟเพื่อนำเงินออกไปได้

เจ้าหน้าที่ตำรวจของลอสแอนเจลิส ระบุว่า การปล้นดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา คนร้ายสามารถหลบเลี่ยงระบบแจ้งเตือนของอาคารได้ โดยการเข้าไปในอาคารผ่านทางหลังคาเพื่อเข้าไปยังห้องนิรภัย ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ ลอสแอนเจลิส ไทม์ ซึ่งบอกอีกว่านี่เป็นการปล้นของคนร้ายที่มีประสบการณ์ และเจ้าหน้าที่ค้นพบว่าเงินสดได้หายไปอีก 1 วันต่อมาหลังมีเจ้าหน้าที่ไปเปิดห้องนิรภัย

พนักงานคนหนึ่งของอาคารดังกล่าว บอกกับสถานีโทรทัศน์ เอบีซี นิวส์ ว่า ขณะนี้มีคำถามเยอะมากว่า เงิน 30 ล้านดอลลาร์หายไปได้อย่างไร มันเป็นฝีมือของคนในหรือไม่ ผู้ก่อเหตุมีคนเดียวหรือหลายคน

นี่ถือเป็นหนึ่งในการปล้นเงินสดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของนครลอสแอนเจลิส โดยก่อนหน้านี้การปล้นเงินสดครั้งใหญ่ที่สุดของลอสแอนเจลิสเกิดขึ้นในปี 1997 หลังเงินสด 18.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเป็นเงินไทยราว 696 ล้านบาท ถูกขโมยออกไปจากคลังเก็บเงินที่ติดอาวุธ แต่ตำรวจสามารถจับผู้ร้ายได้ในเวลาต่อมา

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตำรวจ LA – FBI ผนึกกำลังหาตัว หัวขโมยปล้นเงินสดกว่าพันล้านบาท หนีลอยนวล

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...