พายเรือคายัคเล่นที่สมุทรสงคราม - Kimu
ช่วงโควิดที่ผ่านมา รู้สึกว่าเหมือนเราไม่ได้ออกไปทำอะไรได้เต็มที่เท่าไหร่เลย ตอนเรียนก็เรียนออนไลน์อยู่บ้าน พอเรียนจบก็อยู่บ้านต่อหางานทำยาวๆไปอีก ด้วยความที่อยู่แต่บ้านพอเบื่อๆก็เล่น Instagram นั่งปัดดู reel ไปเรื่อยๆ จนไปหยุดอยู่ที่ reel ของคุณคนนึง เขามาพายเรือคายัคที่สมุทรสงคราม “อ้าวเขามาเที่ยวบ้านเรานี่ บ้านเรามีที่เที่ยวแบบนี้ด้วยหรอ”
ความคิดหลังจากนั้นคือต้องชวนเพื่อนแถวบ้านไปเที่ยวด้วยกันซักหน่อย ถือโอกาสได้เจอหน้ากันหลังจากที่ไม่ได้เจอกันเลยช่วงโควิดบวกกับเป็นสิ่งที่เราอยากจะทำมากที่สุดในปี 2021 ก็คือการพายเรือคายัค แล้วเพื่อนก็สานฝันให้เราสำเร็จ วางแผนวันเวลากันเรียบร้อย แต่…เราไม่เคยพายคายัคมาก่อนเลยน่ะสิ จะพายรอดมั้ยเนี่ย ส่วนเพื่อนเคยพายมาแล้วครั้งนึง แต่เพื่อนก็ออกตัวว่าพายไม่เก่งขนาดนั้น แต่มันพายไม่ยากหรอก ในเมื่อเพื่อนบอกไม่ยากก็ต้องลองดู
เพื่อนขับมอเตอร์ไซต์พาไปโรงเรียนป่าชายเลน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที ถือว่าไม่ไกลเท่าไหร่ เพราะเป็นจังหวัดเล็กๆ ไปไหนมาไหนก็ดูใกล้ไปหมด พอถึงโรงเรียนป่าชายเลนข้างหน้าเป็นลานโล่งๆ แต่พอมองเข้าไปตรงทางเข้าก็รู้สึกเย็นตาขึ้นมาทันที มีทั้งต้นโกงกาง ต้นลำพู และต้นไม้ที่ขึ้นในป่าชายเลนที่ไม่รู้จักชื่อขึ้นหนาแน่นจนเป็นแบคกราวน์สีเขียว ผู้ใหญ่แดง ซึ่งเป็นไกด์และครูสอนพายคายัคเดินออกมาทักทายแล้วเดินนำทางเข้าไป ระหว่างทางมีน้องลิงแสมนั่งต้อนรับกึ่งเป็นมิตรกึ่งศัตรู แต่วันนั้น มีแค่พวกเราสองคนที่มาพายเรือ ไม่ได้ร่วมทริปเป็นกลุ่มกับคนอื่น ก็เลยต้องรับบทเป็นคนลากเรือไปที่ท่าเรือเองด้วย ตอนแรกคิดว่าเรือคายัคคงเบาๆแหละ แต่ที่จริงแล้วเรือคายัคหนักมาก ลากไม่ไหวจนกระแทกหน้าแข้งไปทีนึงขึ้นเป็นวงสีเขียวเลย แต่ยังมีสถานีต่อไปรออยู่นะ เธอยังต้องพายเรืออีก!
ตอนเอาเรือลงน้ำผู้ใหญ่แดงเป็นคนเอาลงให้ คอยจับมือให้พวกเราลงเรือโดยสวัสดิภาพ พายจ้วงน้ำไปสองที เอ๊ะทำไมพายแล้ววนเป็นวงกลม? คลื่นก็แรงแบบไม่ปราณีกันเลย ผู้ใหญ่เลยสอนพายเรือแบบง่ายๆภายใน 1 นาที ตอนแรกๆพายไปก็ยังควบคุมทิศทางเรือไม่ได้ แต่พอพายไปได้ซักระยะทางหนึ่งก็เริ่มเข้าที่เข้าทางขึ้น ซึ่งระยะทางที่พวกเราจะพายไปจนวนกลับมาที่เดิมนั้นทั้งหมด 7 กิโลเมตร คงไม่ใช่เรื่องยากอะไร อารมณ์เหมือนเดินทางไกลค่ายลูกเสือ(นึกในใจ) สองข้างทางมีต้นโกงกางขนาบไปตามสายน้ำ ถึงแม้บางช่วงจะมีขยะที่ลอยมาจากทะเลไหลไปตามสายน้ำ ผู้ใหญ่บอกพวกเราว่าเป็นเรื่องที่แก้ไขไม่จบ เก็บเท่าไหร่ก็ยังมีอยู่เพราะทะเลจะพัดพาขยะเหล่านี้ที่คนอีกที่หนึ่งทิ้งไว้ไหลมาเรื่อยๆ ซึ่งตอนนั้นพวกเราก็ไม่มีอุปกรณ์มาเก็บขยะเลย จึงทำได้แค่รับฟังและตระหนักถึงปัญหานี้อยู่ในใจ
พายมาได้ซักพักหนึ่งก็มาถึงจุดไฮไลท์ที่อยู่ข้างหน้าคือ “อุโมงค์โกงกาง” เป็นคลองสายเล็กๆที่ต้นโกงกางแผ่กิ่งจนมาประสานกันเป็นทางลอดยาวไปเรื่อยๆ ตอนนั้นตื่นเต้นมาก เพราะอยู่จังหวัดนี้มาตั้งแต่เด็กไม่เคยมีประสบการณ์หรือเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน ใกล้ชิดกับป่าชายเลนมากที่สุดตอนเด็กคือโรงเรียนพามาปลูกต้นโกงกาง แต่พอมาเห็นธรรมชาติสวยๆกับตาตัวเองแบบนี้ก็ตื่นเต้นจนไม่ได้ถ่ายรูปเก็บเอาไว้ มาถ่ายอีกทีตอนสุดปลายทางอุโมงค์แล้ว
พวกเราพายไปเรื่อยๆโดยไม่รู้ว่าตอนนี้พายมาระยะทางที่เท่าไหร่แล้ว จนมาถึงทางแยกซึ่งผู้ใหญ่บอกว่า ”พายเหนื่อยหน่อยนะ พายทวนน้ำขึ้นไปน่ะ เดี๋ยวก็ถึง” พวกเราก็อึดใจช่วยกันจ้วงช่วยกันพายเพราะผู้ใหญ่บอกว่าอีกเดี๋ยวก็ถึง แต่พายมาช่วงหนึ่งก็ยังไม่เห็นปลายทาง พอเข้าเส้นทางที่เป็นชุมชนริมน้ำที่ทำประมงจับปลาทู ผู้ใหญ่ก็พาแวะร้านขายของชำเลี้ยงน้ำพวกเราคนละขวด นั่งพักจนหายเหนื่อยหลังจากนั้นก็พายต่อไปเรื่อยๆ ส่วนผู้ใหญ่ก็ได้พบปะชาวบ้านไปในตัว และแล้วก็เห็นปากทางออกอยู่ข้างหน้า มองเห็นปากอ่าวอยู่ไกลสุดลูกหูลูกตา ในที่สุดก็จะถึงจุดหมายแล้ว แต่พายขากลับนั้นไม่ง่ายเลย คลื่นลูกใหญ่ซัดเรือแรงมากจนเราเมาเรือ เพื่อนเลยช่วยพายเรือแทนช่วงนึง แล้วพวกเราก็พายเรือจนมาถึงท่าเรืออย่างภาคภูมิใจว่าถึงซักที!
ประสบการณ์การพายเรือคายัคครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จไปหนึ่งอย่างในเป้าหมายที่จะทำในปี 2021 และได้รู้ว่าการพายเรือ 7 กิโลเมตรไม่ง่ายเหมือนตอนเดินทางไกลค่ายลูกเสือเลย เหนื่อยกว่ามาก ร้อนกว่ามาก แต่ก็รู้สึกสนุกมาก ได้ท้าทายกำลังแขนของตัวเอง ได้เที่ยวเชิงธรรมชาติในรอบหนึ่งปี ได้เจอเพื่อน ได้รู้จักจังหวัดตัวเองมากขึ้นว่ามีธรรมชาติสวยๆอยู่ตรงนี้ และทำให้ชอบจังหวัดสมุทรสงครามมากขึ้นกว่าเดิม ก่อนจะแยกย้ายผู้ใหญ่ยังชวนพวกเรามาเป็นไกด์พายเรือนำเที่ยวด้วย ซึ่งก็ตอบรับไปว่าถ้ามีช่วงที่ว่างๆพวกเราเต็มใจมากที่จะมาเป็นไกด์อาสาช่วยผู้ใหญ่อีกแรง และครั้งหน้าตั้งใจว่าจะมาช่วยเก็บขยะด้วย