โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

รถไฟฟ้าความเร็วสูงอยุธยา : ทำไมต้องเลือก ในเมื่อความเจริญ และการอนุรักษ์ไปด้วยกันได้

TODAY

อัพเดต 01 ต.ค. 2566 เวลา 14.36 น. • เผยแพร่ 20 ก.ย 2566 เวลา 07.15 น. • workpointTODAY

หากถามว่าราชธานีแห่งแรกของไทยคืออะไร

หลายคนอาจจะตอบว่า ‘สุโขทัย’

ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะหน้าหนังสือประวัติศาสตร์สอนเราให้เชื่อเช่นนั้น

แต่เมื่อไม่นานมานี้ มีหลักฐานและข้อมูลมากมายชี้ให้เห็นว่า ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังมีราชธานีที่เก่าแก่กว่าสุโขทัยนั่นคือ ‘เมืองอโยธยาศรีรามเทพนคร’ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเมืองประวัติศาสตร์ที่สำคัญ เพราะเป็นเมืองต้นกำเนิดอยุธยา และเป็นเมืองต้นกำเนิดคนไทย

แต่คนไทยกลับแทบไม่รู้ที่มาและความเป็นไปของอโยธยา และอาจไม่มีโอกาสได้รู้ไปมากกว่านี้ เพราะการมาของรถไฟฟ้าความเร็วสูง เส้นกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการ ถูกกำหนดให้วิ่งพาดผ่านเส้นทางที่ครั้งนึงเคยเป็นที่ตั้งของเมืองอโยธยา

นั่นหมายความว่า หากรถไฟความเร็วสูงเส้นนี้สร้างเสร็จ และเปิดให้ใช้บริการเมื่อไหร่ เสาอิฐปูน ตอม่อ และแรงสั่นสะเทือนที่เป็นผลพลอยได้จากการสร้าง จะทำให้หลักฐานและวัตถุโบราณต่างๆ ที่ยังฝังอยู่ใต้ผืนดินได้รับความเสียหายจนไม่อาจประเมินค่า และอาจทำให้เราพลาดโอกาสที่จะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์สำคัญยุคหนึ่งของประเทศเรา

ผลกระทบทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานี้ยังไม่รวมถึงโอกาสที่อยุธยาจะโดนถอดออกจากเมืองมรดกโลก คำถามคือ ความสูญเสียขนาดนี้ เราจะยอมแลกกันได้หรือไม่?

ภาพแสดงเส้นทางรถไฟที่พาดผ่านพื้นที่ที่เคยเป็นที่ตั้งเมืองอโยธยา

รถไฟความเร็วสูงมาจากไหน?

โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่ว่านี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างไทย-จีน เป็นโครงการที่ผ่านมือมา 3 รัฐบาล ตั้งแต่ยุคนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มารัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จนเกิดรัฐประหาร และเปลี่ยนรัฐบาลมาเป็นพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งใช้ ม.44 เร่งรัดให้เกิดโครงการนี้

นับตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ การใช้ ม.44 มารวบตึงโครงการ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลัดขั้นตอน ยกเว้นกฎระเบียบบางอย่างที่เป็นอุปสรรค หรือการเปิดช่องโหว่ไม่ให้มีการตรวจสอบ แต่ถึงเช่นนั้น โครงการก็ยังคงเดินหน้าก่อสร้างต่อ

สำหรับโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงไทย-จีน จะแบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะแรก กรุงเทพฯ-นครราชสีมา เดินทางผ่านกรุงเทพฯ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี และนครราชสีมา

ส่วนระยะที่ 2 ขอนแก่น-หนองคาย เดินทางผ่านขอนแก่น อุดรธานี และหนองคาย รวมทั้งหมด 607 กิโลเมตร ปัจจุบันอยู่ระหว่างสร้างระยะแรก โดยโครงการคืบหน้าไป 24% ติดปัญหาที่สถานีพระนครศรีอยุธยา เนื่องจากอาจกระทบกับฐานะมรดกโลก

ตรงจุดของ ‘สถานีอยุธยา’ ที่ยังเป็นประเด็น ไม่ได้ตั้งอยู่ในพื้นที่แหล่งมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา แต่ตั้งอยู่ห่างจากพื้นที่ดังกล่าวประมาณ 1.5 กิโลเมตร ซึ่งก่อนหน้านี้ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) บอกว่าได้มีการทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment-EIA) ผ่านไปแล้วตั้งแต่ปี 2560

แต่ต่อมา ในเดือนกันยายน 2563 ศูนย์มรดกโลกแสดงความกังวลว่าการสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงในเส้นทางดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่มรดกโลก และแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยทำรายงานประเมินผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลก (Heritage Impact Assessment-HIA) ซึ่งถือเป็นการทำ HIA ครั้งแรกในไทยด้วย

ซึ่งกระบวนการทำ HIA จะมีทั้งการพิจารณาในไทยและต่างประเทศ โดยร่าง HIA ที่ทาง รฟท. มอบหมายให้คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นผู้จัดทำ จะต้องนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก แล้วส่งต่อไปศูนย์มรดกโลกที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส พิจารณาว่าขัดต่อเกณฑ์การเป็นมรดกโลกหรือไม่

เสริมเพิ่มเติม ตามกฎหมายแล้ว การก่อสร้างขนาดใหญ่ต้องทำการประเมิน EIA จึงจะก่อสร้างได้ แต่ HIA จะศึกษาเฉพาะในพื้นที่มรดกโลก และหากไม่ผ่านการประเมินดังกล่าว สิ่งก่อสร้างยังเดินหน้าโครงการต่อไปได้ ไม่จำเป็นต้องถูกรื้อถอน แต่จะถูกถอดถอนฐานะมรดกโลก ซึ่งเคสดังๆ ที่โดนถอดออกจากมรดกโลกก็คือ เขตเมืองเก่า Dresden ของเยอรมนี ถูกถอดออกเพราะการก่อสร้างสะพานวัลท์ชเลิสเชิน (Waldschlösschen)

รถไฟความเร็วสูงจะมาพร้อมอะไรบ้าง?

รฟท. ระบุว่าการสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงจะช่วยพัฒนาพื้นที่ กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงาน-สร้างอาชีพให้กับประชาชน นอกจากนี้ยังยกระดับขีดความสามารถในด้านการแข่งขันของประเทศ ซึ่งจะสร้างประโยชน์ต่อพื้นที่ที่รถไฟความเร็วสูงวิ่งผ่านในระยะยาว

หากว่ากันตามจริง การสร้างเส้นทางขนส่งที่มีประสิทธิภาพ และสร้างประโยชน์ให้กับประเทศเช่นนี้ย่อมไม่มีใครอยากปฏิเสธ เช่นเดียวกับนักวิชาการ และนักอนุรักษ์กลุ่ม Save อโยธยา ที่เปิดเผยกับสำนักข่าว TODAY ว่า พวกเขาเองเห็นประโยชน์ของการสร้างรถไฟความเร็วสูง และไม่ได้ต้องการที่จะขัดขวางโครงการ แต่ที่ออกมาตั้งคำถามถึงการดำเนินการ และเสนอแนะข้อมูลต่างๆ เพื่อให้โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงก่อสร้างขึ้นโดยสร้างประโยชน์ให้กับทุกฝ่าย และไม่สูญเสียอัตลักษณ์ใดอัตลักษณ์หนึ่งไป เพียงเพราะไม่ได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วน

กณวรรธน์ ราษฎรนิยม สมาชิกเครือข่าย Save อโยธยา

กณวรรธน์ ราษฎรนิยม หนึ่งในสมาชิกเครือข่าย Save อโยธยา บอกว่า แท้จริงแล้วการพัฒนากับการอนุรักษ์สามารถทำควบคู่กันได้ “คนส่วนใหญ่มองแต่มูลค่าด้านวัฒนธรรม แต่ไม่เอาเรื่องนี้มาเป็นมูลค่าด้านเศรษฐกิจ ถ้าจะให้จับต้องได้ ต้องเป็นเรื่องเดียวกัน”

พื้นที่เมืองอโยธยา และนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เป็นพื้นที่ที่มีคุณค่าใช้เชิงประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ซึ่งนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาในฐานะเมืองมรดกโลก สามารถต่อยอดและสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนชาวอยุธยาและประเทศได้อีกมาก โดยเฉพาะในด้านการสร้าง Soft Power ที่สามารถทำให้แข็งแรงขึ้น และชุมชนมีส่วนร่วม เพื่อการกระจายรายได้อย่างเท่าเทียม แต่นี่เป็นจุดที่ภาครัฐอาจจะยังไม่ได้ส่งเสริมมากพอ และการมาของรถไฟความเร็วสูงที่พาดผ่านพื้นที่ประวัติศาสตร์อาจส่งผลกระทบทางลบต่อโอกาสที่ไทยมีตรงนี้

กลุ่ม Save อโยธยา จึงมีข้อเสนอให้ย้ายเส้นทางรถไฟความเร็วสูงไปอยู่บริเวณถนนสายเอเชีย ซึ่งเป็นเส้นทางที่สามารถรองรับการขยายตัวของเมืองในอนาคต อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของกลุ่มอุตสาหกรรมโรจนะ และใช้โอกาสนี้ต่อยอดด้วยการทำบริการระบบขนส่งเสริม (Feeder System) เพื่อยกระดับการคมนาคมในต่างจังหวัด ซึ่งเป็นจุดที่กลุ่ม Save อโยธยาอยากผลักดันให้ภาครัฐดำเนินการ ไม่ใช่แค่ในอยุธยา แต่ในพื้นที่ต่างจังหวัดอื่นๆ เพื่อให้ทั่วประเทศมีระบบขนส่งที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน

กณวรรธน์พูดถึงการดำเนินการอนุมัติการสร้างรถไฟความเร็วสูงด้วยว่า ที่ผ่านมาชุมชนในพื้นที่อยุธยา รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างรถไฟความเร็วสูงน้อยมาก โดยเฉพาะทางเลือกอื่นๆ ที่รถไฟสามารถวิ่งผ่านได้โดยไม่กระทบแหล่งโบราณสถาน และอาจสร้างประโยชน์ได้มากกว่าเส้นทางนี้ ซึ่งเป็นเส้นทางเดิมของรถไฟที่สร้างตั้งแต่สมัย ร.5

ช่องโหว่ด้านข้อมูลตรงนี้ ส่วนหนึ่งกณวรรธน์มองว่าเกิดจากปัญหาการใช้กฎหมาย ม.44 ที่ลัดยกเว้นกฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง 7 ฉบับ ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้ ทั้งที่เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับประชาชนจำนวนมาก “การใช้กฎหมาย ม.44 มันซุกปัญหาไว้ใต้พรมจำนวนมาก มันละเลยการตรวจสอบ และการศึกษาของความเป็นปกติของสังคม ซึ่งรัฐละเลยตรงนี้มาก”

“ให้ตอบตรงๆ ว่าสิ่งที่เราเรียกร้อง มันเป็นยอดภูเขาน้ำแข็งที่โผล่มาไหม

เรามองว่า ใช่ มันเป็นปัญหาที่มันแดงออกมา และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการศึกษา

ได้รับการพูดถึง เราจึงจำเป็นต้องทำตรงนี้

แต่ว่ามันยังมีปัญหาอีกมากมายตลอดเส้นทางการสร้างทางรถไฟ

มันมีมากมาย ที่ตัวโคราชเอง เราก็เคยเรียกร้องเหมือนกัน

อันนั้นก็ถูก Save ไว้แล้ว มีการจัดการที่ดี

แต่อยุธยา เราคิดว่า เราอยากมีความหวังกับมัน ให้มันสำเร็จและถูกรักษาไว้ได้”

ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ นักวิชาการ อาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี

ปัญหา ม.44 เป็นหนึ่งในข้อน่ากังวลที่ อ.ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ นักวิชาการ อาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี เองก็พูดถึง โดย อ.ศิริพจน์ ตั้งข้อสังเกตว่าโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงริเริ่มมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่ถูกตีตกไป จนในสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้นำโครงการกลับมาและใช้ ม.44 ตัดกระบวนการที่ทำให้โครงการล่าช้า และอนุมัติการสร้างอย่างรวดเร็ว แถมยังตัดโอกาสในการตรวจสอบเรื่องที่ควรตรวจสอบ

แต่นอกจากความน่ากังวลในเรื่อง ม.44 อีกหนึ่งประเด็นที่ อ.ศิริพจน์ ตั้งคำถามคือเรื่องการทำ HIA อาจารย์ระบุว่า หลังจาก UNESCO ตรวจพบว่าการสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงสถานีอโยธยาอาจขัดต่อเกณฑ์ความเป็นมรดกโลก จึงมีการทำจดหมายไปถึงรัฐบาลให้ตรวจสอบเรื่องนี้ พร้อมเสนอแนะให้ทำ HIA

ซึ่งผู้จัดทำ HIA คือ รฟท. โดย รฟท. จ้างคณะโบราณคดีให้เป็นผู้ทำ HIA ซึ่งนี่เป็นจุดที่น่ากังวล ข้อแรก รฟท.อยู่ในฐานะคู่กรณีของ UNESCO ดังนั้น รฟท. ไม่ควรเป็นผู้จัดทำ HIA แต่ควรเป็นหน่วยงานอื่นๆ ของรัฐ เช่น กระทรวงวัฒนธรรม หรือรัฐบาล

ข้อสอง คณะโบราณคดี และ รฟท.ทำงานกันในฐานะลูกจ้าง-นายจ้าง หากคณะโบราณคดีทักท้วง และทำ HIA ไม่เป็นไปตามกรอบของ รฟท. – รฟท.ในฐานะนายจ้างก็สามารถไม่ให้ HIA ผ่าน และส่งกลับไปแก้ไขจนกว่าจะตรงความต้องการ ซึ่ง HIA ดังกล่าวอาจไม่ได้รับการยอมรับโดย UNESCO และลงเอยด้วยการที่อยุธยาโดนถอดถอนออกจากมรดกโลก

นอกจากประเด็นเรื่อง HIA การทำ EIA ซึ่งมีผลทางกฎหมายก็มีจุดที่น่าสังเกตหลายข้อ โดยเฉพาะส่วนที่ข้อมูลทางโบราณคดีคลาดเคลื่อน ที่แม้จะเป็นจุดเล็กๆ แต่ก็แสดงให้เห็นว่าการทำ EIA นั้นมีช่องโหว่ และมีข้อผิดพลาด แต่ปัจจุบัน การทำ EIA ก็ได้รับการอนุมัติไปแล้ว

ทั้งนักวิชาการและเครือข่าย Save อโยธยา ต่างยืนยันว่าพวกเขาไม่ได้ขัดขวางการสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูง แต่ ‘ความผิดปกติ’ ต่างๆ เหล่านี้ทำให้พวกเขาไม่อาจเพิกเฉย เพราะอาจทำให้ประชาชนอีกมากมายเสียโอกาสไปโดยที่ยังไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และพวกเขาหวังว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะทบทวนการดำเนินการโครงการรถไฟความเร็วสูงในพื้นที่อยุธยาอีกครั้ง

อ.ศิริพจน์ ยังเปิดเผยด้วยว่าอนาคตของอยุธยาในฐานะเมืองมรดกโลกจะเป็นอย่างไรต่อไปนั้นขึ้นอยู่กับการให้ความสำคัญของคนไทยว่าจะให้คุณค่ากับแหล่งโบราณสถานนี้หรือไม่ พร้อมแนะนำว่าเราไม่ควรมองพื้นที่ตรงนี้ในฐานะเมืองเก่าอย่างเดียว แต่ให้มองเป็น Soft Power มองเป็นพลัง ที่สามารถต่อยอดไปใช้ประโยชน์ได้อีกมหาศาล

พร้อมหน่วยงานรัฐและรัฐบาลที่ดูแลเรื่องนี้ไว้ว่า “เมืองอโยธยาคือรากเหง้าของกลุ่มคนที่พูดภาษาไทย ที่เราเรียกตอนหลังว่าคนไทย มันเป็นหลักฐานที่น่าจะเก่าที่สุดว่ามันมีคนไทย ถ้าพูดถึงคุณค่าในแง่ประวัติศาสตร์มันสำคัญมาก มันสำคัญมากสำหรับคนไทยทุกคน”

“ปัญหาอยู่ที่รัฐบาลที่บอกจะใช้ Soft Power สามารถที่จะเอาคุณค่าทางประวัติศาสตร์มาทำให้เกิดมูลค่า มาทำให้ชาวบ้านสามารถได้ประโยชน์จากตรงนั้นหรือเปล่า ซึ่งผมเชื่อว่ารัฐบาลคุณเศรษฐาที่โปรโมทเรื่อง Soft Power หนักมากจะเห็น”

“อย่างน้อยที่สุดเราน่าจะสามารถทำมันออกมาให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดได้”

อ้างอิงจาก

https://prachatai.com/journal/2023/04/103862

https://siamrath.co.th/n/447409

https://www.isranews.org/article/isranews-other-news/121282-isranews-1000-463.html

https://www.matichonweekly.com/column/article_667006

https://www.matichon.co.th/prachachuen/news_2775539

https://www.thairath.co.th/news/974158

https://www.matichon.co.th/columnists/news_4148724

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...