โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

แชร์ประสบการณ์โดนชนมือถือร่วง ตกไปบนรางบีทีเอส ชาวเน็ตเสียงแตกสมควรเล่นมั้ย

Khaosod

อัพเดต 27 ก.พ. 2568 เวลา 13.23 น. • เผยแพร่ 27 ก.พ. 2568 เวลา 09.22 น.

แชร์ประสบการณ์โดนชนมือถือร่วงจากมือ จนตกไปบนรางบีทีเอส เจ้าหน้าที่ช่วยเก็บขึ้นมาได้ ชาวเน็ตเสียงแตกสมควรเล่นมั้ย หลังมีคนดูหลักล้าน

จากกรณี ผู้ใช้ติ๊กต็อก @todd.chulava ได้โพสต์คลิปวิดีโอที่มีโทรศัพท์มือถือ ตกลงไปบนรางบีทีเอส แชร์ประสบการณ์วิธีการเก็บโทรศัพท์ขึ้นมาของเจ้าหน้าที่ พร้อมระบุแคปชั่นว่า "ทำงานเหนื่อยทั้งวันไม่พอ ต้องมาลุ้นว่าต้องซื้อโทรศัพท์ใหม่ไหม"

เมื่อเวลา 12.45 น.วันที่ 27 ก.พ.2568 คุณทศ เจ้าของโพสต์ดังกล่าว ได้เปิดใจกับ 'ข่าวสดออนไลน์' ระบุว่า เมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. วันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา ระหว่างที่ตนกำลังกลับบ้านหลังเลิกงาน ตนได้ขึ้นบีทีเอสตามปกติ ในช่วงเวลาที่คนค่อนข้างเยอะ จากนั้นตนได้ยืนตรงบริเวณใกล้ๆทางฝั่งขวาของประตูทางเข้าออกของขบวน ระหว่างนั้นตนก็เล่นโทรศัพท์ไปด้วย แต่ตนดันกำโทรศัพท์ไม่แน่น

พอถึงสถานีนานา ซึ่งเป็นสถานีที่คนขึ้นลงเยอะอยู่แล้ว มีผู้ชายคนหนึ่งเป็นคนญี่ปุ่น เผลอเดินชนต้นแขนของตนพอดี ทำให้โทรศัพท์หลุดออกจากมือ จากนั้นตนก็ค่อยๆเห็นภาพโทรศัพท์ตัวเองหล่นลงไปตามช่องว่างระหว่างขบวนกับสถานี ณ ตอนนั้นตนก็ไม่ได้ตกใจอะไร แต่คนญี่ปุ่นที่ชนตนกลับตกใจมากกว่าตนอีก พร้อมก้มขอโทษตนยกใหญ่บอกว่า "ขอโทษนะครับ ขอโทษ ขอโทษ"

หลังจากที่โทรศัพท์ของตนตกลงไป ตนก็รอให้ขบวนรถออกไปก่อน จากนั้นก็เรียกรปภ.มา บอกว่ามีโทรศัพท์ตกลงไปในราง ทางรปภ.จึงทำการ ว. หาออฟฟิศข้างล่างตรงที่ขายตั๋ว ออฟฟิศเลยให้ตนลงไปติดต่อข้างล่าง เพื่อกรอกเอกสารขอของคืน และเจ้าหน้าที่ก็จะทำการดูกล้องวงจรปิดก่อนว่า โทรศัพท์อยู่ในที่ที่สามารถเก็บได้เลยหรือไม่ หรือต้องรอให้รถไฟหยุดวิ่งก่อนแล้วค่อยมาเอาโทรศัพท์คืนพรุ่งนี้

พอทำการเช็กจุดที่โทรศัพท์ตกลงไปแล้ว เจ้าหน้าที่ก็ทำการคอนเฟิร์มกับรปภ.ที่อยู่ข้างบนอีกทีว่าสามารถเก็บได้จริงๆไหม พอคอนเฟิร์มเรียบร้อยแล้วก็มาแจ้งตนว่า โอเค สามารถเก็บได้เลย
จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็เอาอุปกรณ์ ซึ่งเป็นไม้แท่งยาวๆ ติดเทปไว้ตรงปลายเพื่อให้โทรศัพท์ติดกับไม้หยิบ พร้อมพาตนขึ้นไปเก็บโทรศัพท์ด้วย โดยในระหว่างที่ทำการเก็บโทรศัพท์นั้น ทางบีทีเอสก็ไม่ได้หยุดให้รถไฟวิ่งแต่อย่างใด แต่รอจังหวะที่ขบวนล่าสุดเพิ่งออกไป จะมีเวลาประมาณ 5-6 นาที ก่อนขบวนคันต่อไปจะมา

ซึ่งในการเก็บโทรศัพท์ของตน เจ้าหน้าที่ใช้เวลานานพอสมควร เนื่องจากต้องค่อยๆเก็บ พอเก็บมาแล้วรอบแรกก็ตกไปใหม่ เพราะว่าโทรศัทพ์ไม่ติดเทปดี รอบที่สองเจ้าหน้าที่ก็หยิบขึ้นมาจนได้และมอบโทรศัพท์คืนให้แก่ตน

โดยระหว่างที่ตนรอตรวจสอบกล้องวงจรปิดอยู่นั้น ด้านคนญี่ปุ่นที่ชนตน ก็เข้ามาขอโทษพร้อมก้มโค้งกับตนตลอดเวลา เดินตามติดตน จนตนก็บอกว่าไม่เป็นไรและให้เขากลับไปก่อนได้ เพราะตนเกรงใจเขา ตนมองว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นจังหวะที่คนเบียดกันพอดี ตอนที่โทรศัพท์ตนตกลงไป ตนแทบไม่มีรีแอ๊กชั่นอะไรเลย ตนตกใจแต่ว่าแสดงออกมานิ่งมา แค่รับรู้ว่ามันตกลงไปแล้ว มีความกลัวว่าจะได้คืนไหม จะพังหรือไม่มากกว่า

ซึ่งพอเก็บโทรศัพท์คืนมาได้ โทรศัพท์ของตนไม่มีรอยร้าว เคสก็ไม่มีรอยแตกอะไรเลย สามารถใช้งานเล่นได้ตามปกติ ตอนแรกตนคิดว่าโทรศัพท์น่าจะพังแล้วเพราะตอนตกลงไป ตนชะโงกหน้าลงไปดูเห็นว่าฝั่งที่เป็นกล้องหล่นโดนพื้น ถ้าฝั่งกล้องแตกจะซ่อมแพงกว่าหน้าจอ ตนเลยเป็นห่วงแค่นั้น แต่พอเห็นว่าไม่แตกก็โอเคแล้ว

ทั้งนี้ ถ้าตนยืนอยู่ใกล้ประตูทางเข้าออก ปกติตนจะไม่ค่อยเล่นโทรศัพท์ แต่วันนี้ตนดันเล่นเช็กงานที่ทำงาน เลยทำโทรศัทพ์ตกลงไป ด้านคนญี่ปุ่นที่มาชนตน ตนก็โกรธไม่ลงเพราะว่าเป็นความผิดของตนด้วยที่ถือโทรศัพท์ไม่แน่นเอง และเขาก็ไม่ได้ตั้งใจอยู่แล้ว เขาก็เดินออกตามปกติ ทั้งยังแสดงความรับผิดชอบก้มโค้ง 90 องศาขอโทษตนตลอดเวลา

หลังจากลงคลิปนี้ไป ตนก็งงว่าทำไมมีคนดูเป็นล้าน มีชาวเน็ตเข้ามาถกเถียงกันว่าควรเล่นโทรศัพท์หรือไม่ ซึ่งตนมองว่า ถ้าใครจะเล่นมือถือบนบีทีเอสก็เล่นได้ แต่ก็ต้องระมัดระวังหน่อยโดยเฉพาะเวลาเข้าออกขบวน เพราะเดี๋ยวนี้จะเห็นคนก้มหน้าเล่นโทรศัพท์จนเดินชนคนอื่น พร้อมฝากถึงคนญี่ปุ่นคนนั้นว่า โทรศัพท์ตนโอเคไม่เป็นไร และขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนมากๆที่ให้ความช่วยเหลือตนในครั้งนี้

@todd.chulava ทำงานเหนื่อยทั้งวันไม่พอต้องมาลุ้นว่าต้องซื้อโทรศัพท์ใหม่ไหม ☠️ . . . . . . #bts #รถไฟฟ้า #โทรศัพท์ #คอนเท้นคอนใจ ♬ เสียงต้นฉบับ - todd.chulava

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แชร์ประสบการณ์โดนชนมือถือร่วง ตกไปบนรางบีทีเอส ชาวเน็ตเสียงแตกสมควรเล่นมั้ย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...