โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เร่งคัดแยก 119 คนไทยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “สมัครใจหรือโดนหลอก”

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 02 มี.ค. 2568 เวลา 14.04 น. • เผยแพร่ 02 มี.ค. 2568 เวลา 06.15 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

2 มี.ค. – ผบช.สอท. เผยเร่งคัดแยกแก๊งคอลเซ็นเตอร์คนไทย 119 คน ว่าเป็นเหยื่อถูกหลอกไปทำงาน หรือสมัครใจไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ก่อนพิจารณาดำเนินคดี

จากกรณีมีการรับตัวแก๊งคอลเซ็นเตอร์คนไทย 119 คน จากทางการกัมพูชา หลังมีการกวาดล้างในฝั่งปอยเปต เข้ามายัง จ.สระแก้ว ส่งให้ทางการไทยกลับมาดำเนินคดีนั้น

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนกลไกการส่งต่อระดับชาติ หรือ NRM (National Referral Mechanism การบริหารจัดการคดีและการช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์และการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ) เพื่อคัดแยกระหว่างเหยื่อที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกไปทำงาน กับผู้ที่สมัครใจไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยมีตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว, ตำรวจภูธรภาค 2, บก.ปคม., สตม. และ บช.สอท. ร่วมสอบสวน

จากการตรวจสอบเบื้องต้นจากระบบ crime และ Thaipolice online ในจำนวนนั้นมีถูกออกหมายจับ 7 ราย 11 หมายจับ มีคดียาเสพติด และคดีฉ้อโกงประชาชนอาชญากรรมออนไลน์ นอกจากนี้ยังพบว่ามีอีก 10 ราย ที่มีการแจ้งความในระบบ Thaipolice online 46 คดี ซึ่ง 10 รายนี้ มีบุคคลคนเดียวกันกับที่ถูกออกหมายจับใน 7 ราย ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างขั้นตอนการคัดแยก หากพบว่าเข้าข่ายเป็นผู้กระทำความผิดจะถูกดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงประชาชน และข้อหาเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งการเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ เข้าหลักเกณฑ์ พ.ร.บ.ฟอกเงิน ที่จะต้องสืบสวนเส้นทางการเงิน เพื่อให้ ปปง. ยึดทรัพย์ จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการเฉลี่ยทรัพย์ให้แก่ผู้เสียหายต่อไปในอนาคต

เบื้องต้นมีการนำโทรศัพท์ จำนวน 121 เครื่อง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของคนไทยที่ถูกส่งกลับมาด้วย ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบข้อมูลเพื่อนำมาขยายผลต่อ เพราะช่วงที่ทางการกัมพูชาเข้าไปปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีฐานอยู่ที่ปอยเปต ซึ่งอยู่กันเป็นพันคน ทั้งคนไทยและคนชาติอื่น มีแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลบหนีไปได้เป็นจำนวนมาก

จากการที่ทางการกัมพูชาได้ออกแถลงการณ์ว่าทั้ง 119 คนนั้น สมัครใจไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่เพื่อความเป็นธรรมจะต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อพิสูจน์ว่าใครเป็นเหยื่อ หรือใครจงใจไปทำงาน

จากภาพที่ปรากฏในสื่อมวลชนที่ทางการกัมพูชาได้ระดมกวาดล้างจับกุม จะเห็นว่ามีความพยายามที่จะหลบหนี ไม่ได้เข้ามาขอความช่วยเหลือกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งผิดวิสัยของเหยื่อ ถ้าถูกหลอกไปทำงานควรจะวิ่งเข้าหาเจ้าหน้าที่เพื่อขอความช่วยเหลือ อีกทั้งใน 119 คนที่ส่งตัวกลับมาทุกคนมีโทรศัพท์มือถือใช้ หากเป็นเหยื่อที่ถูกหลอกจะไม่สามารถใช้โทรศัพท์มือถือได้ จึงบ่งชี้ได้ว่าส่วนใหญ่เป็นผู้สมัครใจไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์

อย่างไรก็ตาม หลังจากสิ้นสุดกระบวนการคัดแยก หรือ NRM จะควบคุมตัวผู้ที่เข้าข่ายกระทำความผิดมาดำเนินคดี โดย บช.สอท. เป็นแม่งานทำคดี ซึ่งหลังจากแจ้งข้อกล่าวหาจะควบคุมตัวผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ฝากขังต่อไป.-414-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...