โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ดัชนีหุ้นล่วงหน้า (Future) ในสหรัฐดำดิ่งรุนแรงรับจีนขึ้นภาษีตอบโต้สูงอีก 50% รวมเป็น 84% กับสหรัฐ ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ -700 จุด เอสแอนด์พี 500 -84 จุด นาสแดค -240 จุด

BTimes

อัพเดต 09 เม.ย. 2568 เวลา 18.45 น. • เผยแพร่ 09 เม.ย. 2568 เวลา 11.22 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

ตลาดหลักทรัพย์ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา รายงานว่า วันนี้ 9 เมษายน 2025 เวลา 7.20 น. (ตามเวลาในสหรัฐ) ซึ่งตรงกับเวลา 18:20 น. ตามเวลาไทย พบว่า ดัชนีหุ้นล่วงหน้า (Future) ในตลาดหุ้นนิวยอร์กดำดิ่งลง ดังนี้ ดาวโจนส์ล่วงหน้าเคลื่อนไหวที่ระดับ 37,160 จุด -702 จุด หรือ -1.85% ดัชนีหุ้นเอสแอนด์พี 500 ล่วงหน้า เคลื่อนไหวที่ระดับ 4,936 จุด -84 จุด หรือ -1.67% และดัชนีหุ้นนาสแดคล่วงหน้า เคลื่อนไหวที่ 17,012 จุด -231 จุด หรือ -1.34%

สาเหตุจากนายหลาน โฟอัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประเทศจีน แถลงประกาศใช้มาตรการอัตราภาษีนำเข้าสูงขึ้น 50% จากเดิมที่ได้ประกาศไปให้ขึ้น 34% รวมเป็นขึ้นภาษี 84% กับสินค้าทุกชนิดที่นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา เพื่อเป็นการตอบโต้หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ประกาศขึ้นภาษีต่างตอบแทน หรือ Reciprocal Tariifs สูงขึ้นอีก 50% ส่งผลให้อัตราภาษีรวมขึ้นถึง 104% กับสินค้าที่นำเข้าจากประเทศจีนทั้งนี้มาตรการตอบโต้ของกระทรวงการคลังจีนจะมีผลตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2025 เป็นต้นไป

ในคืนผ่านมา วันที่ 8 เมษายน 2025 ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ปิดที่ระดับ 37,645 จุด -320 จุด หรือ -0.84% ดัชนีหุ้นเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ระดับ 4,982 จุด -79 จุด หรือ -1.57% และดัชนีหุ้นนาสแดค ปิดที่ 15,267 จุด -335 จุด หรือ -2.15% ส่งผลให้ดัชนีหุ้นสำคัญทั้ง 2 แห่ง ปิดดำดิ่งลงเหวถึง 4 วันติดกันรวม -4,579 จุด และ -686 จุด ตามลำดับ

สาเหตุจากนางแคโรไลน์ ลีวิทท์ โฆษกทำเนียบขาว สหรัฐอเมริกา เปิดแถลงว่า อัตราภาษีต่างตอบแทน หรือ Reciprocal Tariffs ให้เก็บเพิ่มขึ้นอีก 50% กับสินค้าทุกชนิดจากประเทศจีน รวมอัตราภาษีดังกล่าวเป็น 104% มีผลบังคับใช้วันนี้ 8 เมษายน 2025 ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ตามเวลาของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยจะเริ่มเก็บรายได้จากอัตราภาษีดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2025 เวลา 00.01 น. เป็นต้นไป เนื่องจากรัฐบาลจีนไม่ยกเลิกมาตรการเก็บภาษีตอบโต้ในอัตราเพิ่มขึ้น 34% กับสินค้าสหรัฐอเมริกาตามระยะเวลาที่ประธานาธิบดีสหรัฐกำหนดไว้ภายในวันที่ 8 เมษายน 2025 ตามเวลาสหรัฐ

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าหากจีนไม่ถอนการตอบโต้ด้วยการเก็บภาษีสูง 34% กับสหรัฐภายในวันที่ 8 เมษายน สหรัฐจะขึ้นภาษีนำเข้าสูงอีก 50% กับจีน ให้มีผลวันที่ 9 เมษายนนี้

ตลาดหลักทรัพย์ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา รายงานว่า เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2025 (ตามเวลาในสหรัฐ) ดัชนีหุ้นเอสแอนด์พี 500 ซึ่งเป็นดัชนีที่จดทะเบียนบริษัทที่มีขนาดใหญ่ 500 อันดับแรกของประเทศสหรัฐอเมริกานั้น ปิดที่ระดับ 4,982 จุด -79 จุด หรือ -1.57% ทำให้ ดัชนีหุ้นดังกล่าวปิดระดับ 5,000 จุด เป็นครั้งแรกในรอบปีนี้

นอกจากนี้ ยังส่งผลให้ดัชนีหุ้นดังกล่าวปิดดำดิ่งลงเหวถึง 4 วันติดกัน -686 จุด ไม่เพียงทำให้มูลค่าตลาดหุ้นนิวยอร์กสหรัฐเสียหายใน 4 วันทำการติดกันรวมกันถึง 5.83 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 201.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ยังทำสถิติความเสียหายของดัชนีหุ้นดังกล่าวปิดดำดิ่งลงเหวถึง 4 วันติดกันนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งและใช้ดัชนีหุ้นเอสแอนด์พี 500 ในเดือนมีนาคมปี 1957 หรือในรอบ 68 ปีผ่านมา

ที่สำคัญ ในแง่เปอร์เซ็นต์ของดัชนีหุ้นดังกล่าวดำดิ่งลงนั้น ปรากฏว่า ดัชนีหุ้นเอสแอนด์พี 500 ดำดิ่งอย่างรุนแรงใน 4 วันทำการติดต่อกันรวมกว่า -12% นับตั้งแต่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศอัตราภาษีต่างตอบแทนหรือ Reciprocal Tariffs ตั้งแต่เมื่อช่วง 4 วันที่ผ่านมา นั่นหมายถึงทำสถิติส่วนต่างดัชนีในแง่เปอร์เซ็นต์ทรุดหนักรุนแรงในรอบ 5 ปี หรือนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์โรคระบาดโควิด-19 เป็นต้นมา

ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นเอสแอนด์พี 500 ปิดตลาดในคืนผ่านมาที่ระดับ 4,982 จุด ทำให้กำลังเข้าใกล้สู่ภาวะตลาดหมี หรือ Bear Market เนื่องจากดัชนีดำดิ่งสะสมรวมมาถึง -19% เมื่อเทียบกับค่าดัชนีดังกล่าวที่ปิดสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ในช่วงที่ผ่านมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...