โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

Put Options เทคนิคป้องกันพอร์ตลงทุนช่วงตลาดผันผวน

The Bangkok Insight

อัพเดต 17 เม.ย. 2568 เวลา 04.58 น. • เผยแพร่ 17 เม.ย. 2568 เวลา 04.58 น. • The Bangkok Insight

Put Options เทคนิคป้องกันพอร์ตลงทุนช่วงตลาดผันผวน

ดร.รัฐศรัณย์ ธนไพศาลกิจ ผู้อำนวยการอาวุโส บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า ช่วง 2 เดือนแรกของปี 2568 ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ปรับตัวลดลงเกือบ 200 จุด เช่นเดียวกับดัชนี SET50 ที่เป็นตัวแทนของหุ้นชั้นนำขนาดใหญ่ในตลาดหุ้นไทยก็ปรับลดลงเช่นเดียวกัน ภาพดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าหุ้นขนาดใหญ่มีการปรับตัวลดลงมากกว่าหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก

ภาพดังกล่าวอาจดูไม่ค่อยสดใสนักสำหรับนักลงทุนในตลาดหุ้นไทย แม้ว่าภาครัฐจะพยายามออกมาตรการหลายอย่างเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและหนุนภาคตลาดทุน รวมถึงเรียกความเชื่อมั่นต่อผู้ลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น การแจกเงินดิจิทัล การออกกองทุนวายุภักษ์ การผลักดันโครงการ Jump+ หรือการเสนอแปลงกองทุน LTF เป็นกองทุน Thai ESGx เป็นต้น หรือแม้แต่ธนาคารแห่งประเทศไทยที่ได้ออกโครงการคุณสู้เราช่วย ร่วมกับภาครัฐ เพื่อพยุงเศรษฐกิจฐานราก ตลอดจนกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายการเงินด้วยการเซอร์ไพรส์ตลาดจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง

อย่างไรก็ดี สำหรับนักลงทุนในหุ้นไทอาจแยกแยะปัจจัยที่ควบคุมได้กับควบคุมไม่ได้ออกจากกัน เช่น เรื่องภาวะเศรษฐกิจ การซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติ ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน หรือทิศทางของราคาหุ้นนั้น เป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยาก แต่ในขณะเดียวกันสิ่งที่ควบคุมได้ คือ การเลือกลงทุนในตลาดหุ้นที่มองว่ามีแนวโน้มสดใส หุ้นที่มีแนวโน้มเติบโตที่ดี หรืออาจรอจังหวะที่ตลาดหุ้นกลับมาสดใสอีกครั้ง หรือเมื่อเห็น Valuation ของหุ้นที่กำลังสนใจถูกกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตและคุ้มค่าในการเข้าไปลงทุน

นอกจากประเด็นดังกล่าว นักลงทุนสามารถเลือกเครื่องมือในการลงทุนได้ด้วยเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในโลกยุคปัจจุบัน โดยที่ในตลาดหุ้นไทยสามารถเลือกลงทุนได้ผ่านเครื่องมืออื่น ๆ หลากหลายเครื่องมือ ไม่ว่าจะเป็น DR, DW, ETFs, REIT หรือแม้แต่ Futures หรือ Options ผ่านตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX)

Put Options ป้องกันพอร์ตลงทุน ช่วงตลาดขาลง

โดยหากมีการถือหุ้นไทยอยู่ในพอร์ตอยู่แล้วและต้องการคุ้มครองพอร์ตลงทุนในช่วงสภาวะที่ตลาดเป็นขาลง เครื่องมือ Options ในน่าจะตอบโจทย์ คล้ายกับการซื้อประกันพอร์ต โดยตัวเลือกที่นิยมนั่นคือ การซื้อ Put Options ซึ่งเป็นการจ่ายเงินค่าพรีเมี่ยมที่ราคาหนึ่ง คล้ายกับการจ่ายค่าเบี้ยประกันนั่นเอง

Options คือ ตราสารที่ให้สิทธิแก่ผู้ซื้อในการซื้อหรือขายสินทรัพย์อ้างอิงในระยะเวลาและราคาที่กำหนดไว้ (Strike Price) โดยแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ Call Options (สิทธิในการซื้อ) และ Put Options (สิทธิในการขาย) โดยผู้ซื้อสามารถเลือกใช้สิทธิหรือไม่ก็ได้

ปัจจุบัน TFEX ได้เปิดให้ซื้อขาย Options โดยมีดัชนี SET50 เป็นสินค้าอ้างอิง หรือที่เรียกว่า SET50 Index Options ดังนั้น หากนักลงทุนต้องการคุ้มครองพอร์ตหรือป้องกันความเสี่ยงสามารถใช้การซื้อ Put Options เพื่อสร้างกลยุทธ์ช่วงตลาดขาลง

เพียงจ่ายค่าพรีเมี่ยม ก็ได้รับสิทธิในการขายตามราคาที่กำหนดไว้สำหรับล็อคกำไรหากตลาดมีการปรับตัวลง และที่สำคัญ คือ ในขณะเดียวกันหากตลาดปรับตัวขึ้น นักลงทุนก็สามารถเลือกที่จะไม่ใช่สิทธิ Put Options ดังกล่าวได้ โดยนักลงทุนจะขาดทุนจำกัดเพียงแค่ค่าพรีเมี่ยม คล้ายกับค่าเบี้ยประกันที่จ่ายไปก่อนหน้าแล้ว

ตัวอย่างการใช้ Put Options ในตลาดขาลง

หากดัชนี SET50 ในปัจจุบันอยู่ที่ราว 760 จุด นักลงทุนกังวลว่าดัชนี SET50 มีโอกาสปรับลดลงไปต่ำกว่า 700 จุดในอนาคตอันใกล้ จึงเลือกซื้อ Put Options ตัว S50H25P750 ซึ่งจะหมดอายุเดือนมีนาคม 2568 โดยจ่ายค่าพรีเมี่ยมที่ 14.8 จุด เพื่อรับสิทธิในการขายที่ 750 จุด โดยหากดัชนี SET50 ปรับลดลงไปตามที่คาดจริงก็สามารถใช้สิทธิดังกล่าวเพื่อเป็นการคุ้มครองพอร์ตไว้ได้

ในขณะที่หากดัชนีปรับตัวขึ้นสวนทาง นักลงทุนก็สามารถเลือกไม่ใช้สิทธิ ซึ่งจะเท่ากับนักลงทุนขาดทุนจำกัดตามค่าพรีเมี่ยมที่จ่ายไป (ข้อสังเกตว่า Options ในปัจจุบันจะมีช่วงห่างของราคาใช้สิทธิที่ 25 จุด) ทั้งนี้ เนื่องจาก Options มีวันหมดอายุ จึงควรพิจารณาเลือก Options รุ่นที่เหมาะกับเวลาที่ต้องการป้องกันความเสี่ยงของพอร์ต เช่น รุ่น H25 จะหมดอายุในเดือนมีนาคมนี้ หรือรุ่น M25 จะหมดอายุในเดือนมิถุนายนนี้ รวมถึงพิจารณาสภาพคล่องของ Options รุ่นดังกล่าวประกอบด้วย

จากภาพข้อมูลการซื้อขาย SET50 Index Options จากเว็บไซต์ TFEX จากตัวอย่าง Put Options เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับนักลงทุนในการคุ้มครองพอร์ตการลงทุนในช่วงตลาดขาลง โดยที่สามารถกำหนดจุดป้องกันความเสี่ยงได้ตามต้องการผ่านการเลือก Strike Price ที่เหมาะสม

และที่สำคัญ คือ การขาดทุนที่จำกัดเพียงค่าพรีเมี่ยมที่จ่ายไป ทำให้ไม่ว่าตลาดจะผันผวนรุนแรงเพียงใด นักลงทุนก็ยังคงมีเพดานความเสียหายที่ชัดเจน นอกจากนี้ความยืดหยุ่นของ Options ที่สามารถเลือกใช้สิทธิหรือไม่ก็ได้ ทำให้ยังคงมีโอกาสรับผลตอบแทนเต็มที่หากตลาดกลับมาเป็นขาขึ้น เปรียบเสมือนการจ่ายเบี้ยประกันในจำนวนที่จำกัดเพื่อคุ้มครองมูลค่าการลงทุนทั้งพอร์ตการลงทุน

ขอบคุณ : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...