โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

กองทุน DIF จ่ายปันผลงวด Q4/67 อัตรา 0.2222 บาทต่อหน่วย รับเงิน 7 มี.ค.

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 มี.ค. 2568 เวลา 10.37 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. 2568 เวลา 03.37 น.

กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน DIF จ่ายปันผลงวด Q4/67 อัตรา 0.2222 บาทต่อหน่วย หนุนผลตอบแทนตลอดปี 67 อยู่ที่ 0.8888 บาทต่อหน่วย รับเงิน 7 มี.ค.นี้

นางทิพาพรรณ ภัทรวิกรม Executive Director, ผู้บริหารกลุ่มการลงทุนอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน บลจ.ไทยพาณิชย์ ในฐานะผู้จัดการกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล (DIF) เปิดเผยว่า จากปัจจัยการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและสภาวะเศรษฐกิจไทยที่ผันผวน

ประกอบกับภาวะนโยบายการเงินจากธนาคารกลางทั้งในประเทศและนอกประเทศยังมีแนวโน้มตึงตัว ทำให้ภาพรวมการลงทุนตลาดหุ้นไทยในปีนี้ยังเป็นความท้าทายสำหรับนักลงทุน

อย่างไรก็ดี ท่ามกลางความเสี่ยงของการลงทุนในตลาดทุนไทยที่ยังผันผวน การลงทุนในกองทุนโครงสร้างพื้นฐานและกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และรีทส์ ยังเป็นช่องทางที่สร้างโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดทุนไทยได้ดี

โดยล่าสุด คณะกรรมการพิจารณาการลงทุนฯ มีมติอนุมัติให้กองทุน DIF เตรียมจ่ายผลผลประโยชน์ตอบแทนให้กับผู้ถือหน่วยกองทุน สำหรับรอบไตรมาส 4/2567 จากงวดผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2567 - 31 ธันวาคม 2567 ในอัตรา 0.2222 บาท/หน่วย

ทำให้ปี 2567 กองทุนสามารถจ่ายผลประโยชน์ตอบที่รวมทั้งสิ้น 0.8888 บาท/หน่วย กำหนดจ่ายให้ผู้ถือหน่วยในวันที่ 7 มีนาคม 2568

กองทุนDIF เป็นกองทุน Flagship ที่อยู่ภายใต้การบริหารของ บลจ. ไทยพาณิชย์ เป็นหนึ่งในกองทุนโครงสร้างพื้นฐานที่มีปัจจัยพื้นฐานกองทุนที่แข็งแกร่ง จากการลงทุนในกรรมสิทธิ์ของสินทรัพย์ด้านโทรคมนาคม ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นหัวใจสำคัญของระบบสื่อสารในประเทศ

โดยกองทุนมีรายได้ที่มั่นคงจากสัญญาเช่าระยะยาวที่เกิดจากการให้เช่าทรัพย์สินเสาโทรคมนาคม และสายใยแก้วนำแสง (FOC; Fiber Optic Cable) กับกลุ่มบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ทำให้เป็นกองทุนที่มีเสถียรภาพและสามารถรักษาระดับการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง

กองทุน มีอายุสัญญาให้เช่ากับผู้เช่าหลัก 9 ปี ซึ่งด้วยโลกปัจจุบันที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีที่มากขึ้น กองทุนคาดว่ามีโอกาสที่จะได้รับการต่อสัญญาเช่าต่อไป ในอนาคต กองทุนDIF จึงเป็นกองทุนที่สามารถตอบสนองความต้องการของนักลงทุนที่มองหาการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงไม่สูงมากและมีโอกาสสร้างกระแสเงินสดจากผลตอบแทนระยะยาวให้กับพอร์ตลงทุน

ทั้งนี้ จากการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้กองทุนDIF มีต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น และทำให้มูลค่าจากการประเมินมูลค่าทรัพย์สินลดลง รวมถึงกำไรงวดปี 2567 ที่ลดลงจากการประเมิน ซึ่งเป็นรายการขาดทุนสุทธิที่ยังไม่เกิดขึ้นจากเงินลงทุน

อย่างไรก็ดี จากมูลค่าการประเมินทรัพย์สินที่เปลี่ยนแปลงเป็นเพียงผลของการบันทึกทางบัญชีที่สะท้อนถึงต้นทุนทางการเงินที่นำมาใช้ประกอบการประเมินมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนเท่านั้น ไม่ได้มีผลกระทบต่อรายได้ กระแสเงินสด หรือความสามารถในการดำเนินงานของกองทุนแต่อย่างใด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ กองทุน - การลงทุน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...