โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เหตุผลที่เราควรส่งคลิปสัตว์น่ารักๆให้กันและกัน เพราะความน่ารักสามารถ 'ฮีล' คุณได้จริงๆ

Environman

เผยแพร่ 11 มี.ค. 2568 เวลา 13.00 น.

‘แม้ไม่ใช่ยาจริงแต่ความน่ารักนี้ก็สามารถฮีลคุณได้’ ทำไมการดูคลิปสัตว์น่ารัก ๆ จึงเป็นประโยชน์ต่อสมองของเราเองและยังทำให้ความรักดีขึ้นได้ด้วย

เมื่อ Olav Krigolson นักประสาทวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยวิกตอเรีย ได้ดูคลิปลูกสุนัขจากเพื่อนร่วมงานของเขาที่ส่งให้ การกระดิกหางของหมาน้อยก็เข้าโจมตี Krigolson จนรู้สึกว่าเขาต้องเป็นเจ้าของลูกสุนัขสักตัว ความตะมุตะมิเหล่านั้นไม่เพียงแต่ทำให้รู้สึกดีแค่เล็กน้อยเท่านั้น แต่ยังอาจช่วยรักษาสมองของเราได้อีกด้วย

“คุณไม่ได้คาดหวังว่าจะเห็นอะไรน่ารักน่ากอด แต่สมองก็รับรู้ในทันทีว่านั่นคือรางวัล” Krigolson บอก “ไม่ต้องสงสัยเลยว่าความสุขจะพุ่งขึ้นในระยะสั้น ซึ่งน่าจะทำให้การทำงานของสมองดีขึ้นในระยะสั้น และการจ้องมองสิ่งน่ารักก็ช่วยกระตุ้นอะมิกดาลากับบริเวณอื่น ๆ ของสมอง ซึ่งช่วยกระตุ้นระบบความคิดอื่น ๆ”

“ดังนั้นมันจึงมีประโยชน์ สิ่งที่ทำให้สิ่งนี้ทรงพลังเป็นพิเศษก็คือ การตอบสนองทางอารมณ์และรางวัลมารวมตัวกัน” เขาเสริม

#เหตุผลที่ควรส่งคลิปสัตว์น่ารักให้กันและกัน

ลูกสุนัขขนฟู ลูกแมวขี้แย แม่นแคระที่ม้วนตัว และควอกกาผู้ยิ้มแย้มต่างเป็นคอนเทนต์ที่ชาวอินเตอร์เน็ตนิยมมาตลอดไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไหร่ คลิปเจ้าเหมียวเอาแต่ใจและเจ้าหมาเอาแต่อ้อนก็ยังทำให้เรายิ่มได้เสมอ ซึ่งวิทยาศาสตร์กล่าวว่าเนื้อหาเหล่านี้มีผลมากมายต่อร่างกายของเรา รวมถึงความสัมพันธ์ของ

ในงานวิจัยที่นำโดยศาสตราจารย์ Jim McNulty จากมหาวิทยาลัยรัฐฟลอริดาเมื่อปี 2017 เผยให้เห็นว่ารูป/คลิปสัตว์น่ารัก ๆ อาจช่วยเพิ่มความพึงพอใจในชีวิตคู่ได้ โดยพบว่าคู่รักที่ได้ชมภาพสัตว์น่ารัก ๆ นั้นมีการตอบสนองเชิงบวกต่อคู่สมรสตัวเองมากขึ้น รวมถึงมีคะแนนความพึงพอใจในความสัมพันธ์เพิ่มขึ้นไปตาม

Krigolson กล่าวว่าสิ่งเหล่านี้เป็นผลจากสารสื่อประสาทที่ถูกกระตุ้นออกมา โดยชี้ให้เห็นหลักฐานเพิ่มเติมจากงานวิจัยในช่วงทศวรรษ 1950 ภาพน่ารักเหล่านี้จะทำให้ ‘โดปามีน’ หลั่งออกมาเล็กน้อยซึ่งเป็นเหมือนการให้รางวัลกับสมอง มันทำให้เราเล่นคลิปนั้นซ้ำก่อนที่เราจะรู้ตัวว่าอยากดูอีกรอบด้วยซ้ำ

นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นให้ฮอร์โมนออกซิโทซินหลั่งด้วย ซึ่งสารสื่อประสาทนี้ได้รับฉายาว่าเป็น ‘สารเคมีแห่งความรัก’ มันช่วยทำให้เกิดความรู้สึกอบอุ่น ผูกพัน และมีความสุข จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยหากคลิปน่ารักเหล่านี้ทำให้ความรักของหลาย ๆ คู่รู้สึกผูกพันกันมากขึ้น

“หากคุณพบสิ่งที่น่ารัก ร่างกายของคุณจะตอบสนองในลักษณะที่เราคิดว่าเป็นสากลในทุกวัฒนธรรม” Joshua Dale นักวิชากรจากซีแอตเทิล กล่าว “มันไม่ใช่ยาจริง แต่ก็สามารถทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นได้เพราะมันจะปลดปล่อยสารเคมีในสมอง ทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นได้จริง ความน่ารักนั้นเยียวยาคุณได้”

#แถมยังอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ด้วย

การศึกษที่นำโดย Hiroshi Nittono นักวิจัยชาวญี่ปุ่นชี้ให้เห็นว่า ผู้เข้าร่วมการทดลองที่ดูรูปสุนัขหรือวิดีโอ Grumpy Cat หรือดูช่องแพนด้า มีประสิทธิภาพในการทำงานบางอย่างดีขึ้น

ทีมวิจัยได้ทดลองโดยการให้ผู้เข้าร่วมทำงานหลายอย่างที่ต้องใช้ทักษะและสมาธิทั้งก่อนและหลังดูรูปลูกสัตว์ (จัดอยู่ในประเภทน่ารัก) สัตว์โตเต็มวัย (จัดอยู่ในประเภทน่ารักน้อยกว่า) และสิ่งของที่เป็นกลางเช่นอาหาร

ทีมวิจัยพบว่าผู้ที่ดูภาพสัตว์น่ารักนั้นมีประสิทธิภาพการทำงานดีกว่ากลุ่มอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด แม้จะยังไม่ชัดเจนว่าทำไมหรือเพราะอะไร แต่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าน่าจะเป็นเพราะ ‘ความน่ารัก’ เหล่านั้นช่วยดึงความสนใจกลับมา หรือพูดง่าย ๆ ว่ามันดึงสติของคุณให้กลับมามีสมาธิในจุดจุดเดียว ซึ่งนำไปสู่การทำงานที่มีสมาธิมากขึ้น

ดังนั้นหากวันใดที่ทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยล้าหรือโลกใจร้ายกับคุณ ลองเปิดคลิปเจ้าเหมียวนอนกางพุง หรือน้องหมาที่กำลังเถียงกับเจ้าของอย่างกระตือรือร้นดู บางทีมันอาจช่วยเยียวยาวเราอย่างคาดไม่ถึง

ว่าแต่วันนี้คุณส่งคลิปน่ารัก ๆ ให้เพื่อนแล้วรึยัง?

ที่มา

https://journals.plos.org/plosone/article?id=10.1371/journal.pone.0046362

https://psycnet.apa.org/doiLanding?doi=10.1037%2Femo0000035

https://psycnet.apa.org/doiLanding…

https://journals.sagepub.com/doi/10.1177/0956797617702014

https://www.verywellmind.com/stress-relieving-benefits-of…

https://www.cbc.ca/…/cuteness-cute-kawaii-power…

https://edition.cnn.com/…/watching-cute…/index.html

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...