โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จีนแห่เลี้ยงหมา-แมว ปี'67 ตลาดโต 4.1 หมื่นล้านเหรียญ พณ.แนะเจาะกลุ่มอาหารสัตว์พรีเมียม

MATICHON ONLINE

อัพเดต 19 ก.พ. 2568 เวลา 02.31 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. 2568 เวลา 02.31 น.
แฟ้มภาพมติชน

ชาวจีนนิยมเลี้ยงหมา-แมวเพิ่มขึ้น ปี’67 ตลาดโตถึง 41,900 ล้านเหรียญสหรัฐ พณ.แนะเจาะกลุ่มพรีเมียมควบราคาประหยัด

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ น.ส.สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่างๆ ทำการสำรวจลู่ทางการค้า และโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศที่ประจำอยู่ ตามนโยบายนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ล่าสุดได้รับรายงานจาก น.ส.นันท์นภัส งามแม้น ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน สาธารณรัฐประชาชนจีน ถึงภาพรวมตลาดสัตว์เลี้ยงของจีน และโอกาสในการส่งออกสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงของไทย เพื่อป้อนความต้องการของผู้เลี้ยงสัตว์ที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น

ทูตพาณิชย์ได้ให้ข้อมูลว่า ในปี 2024 ตลาดผู้บริโภคสัตว์เลี้ยง (สุนัขและแมว) ในจีนมีมูลค่าสูงถึง 41,900 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 7.5% โดยตลาดของสุนัข เพิ่มขึ้น 4.6% และตลาดแมว เพิ่มขึ้น 10.7% และอาหารสัตว์เลี้ยง เป็นกลุ่มตลาดที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยง คิดเป็นสัดส่วน 52.8% ของการบริโภคทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงในปี 2024 ขณะที่สหรัฐยังคงเป็นซัพพลายเออร์อาหารสัตว์เลี้ยงรายใหญ่ที่สุดในจีน ครองส่วนแบ่งตลาดกว่า 69% สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวจีนยังคงนิยมอาหารสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียมจากสหรัฐ

สำหรับอาหารสัตว์เลี้ยงเฉลี่ยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พบว่า อาหารสัตว์เลี้ยง รวมถึงอาหารแห้ง อาหารกึ่งชื้น ขนม และอาหารเสริม มีสัดส่วนเฉลี่ย 56.1% ของโครงสร้างตลาด และเฉพาะปี 2024 ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงมีมูลค่า 22,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 9.2% แต่ถ้าดูตั้งแต่ปี 2013-2024 ตลาดนี้มีอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปี ที่ 22.4%

นอกจากนี้ ยังพบว่าในปี 2023 เจ้าของสัตว์เลี้ยงในจีนมีจำนวนถึง 106 ล้านคน ส่วนใหญ่มาจากเมือง First Tier City และ Third Tier City ลงไป สัดส่วนเจ้าของสัตว์เลี้ยงในเมือง First Tier City อยู่ที่ 29% ขณะที่ในเมือง Third Tier City ลงไปอยู่ที่ 30% โดย “ปักกิ่ง” และ “เซี่ยงไฮ้” เป็นเมืองที่มีสัดส่วนเจ้าของสัตว์เลี้ยงประเภทสุนัขสูงที่สุด ขณะที่ “กว่างโจว” และ “ปักกิ่ง” มีสัดส่วนเจ้าของแมวสูงที่สุด และจำนวนสัตว์เลี้ยงทั้งหมดในจีน ในปี 2024 อยู่ที่ 124.1 ล้านตัว โดยหลักๆ แบ่งเป็นแมว 71.5 ล้านตัว เพิ่มขึ้น 2.5% และสุนัข 52.6 ล้านตัว เพิ่มขึ้น 1.6%

ส่วนการบริโภคอาหารสัตว์พบว่า การบริโภคอาหารแมวเริ่มมีจำนวนมากกว่าอาหารสุนัข สะท้อนว่าผู้บริโภคจีนให้ความนิยมกับการเลี้ยงแมวเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมองว่าแมวต้องการการดูแลกลางแจ้งน้อยกว่าและเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนในเมือง ซึ่งต้องเผชิญข้อจำกัดด้านเวลาทำงานและพื้นที่อยู่อาศัย และความนิยมอาหารสัตว์ กลุ่มเจ้าของสุนัข นิยมอาหารแห้งอบ อาหารแช่แข็ง และอาหารสดเพิ่มขึ้น และกลุ่มเจ้าของแมวนิยมอาหารแห้งอบ และอาหารสด เพิ่มขึ้น

ขณะที่ความนิยมในอาหารแช่แข็งและอาหารที่ผ่านการอัดขึ้นรูปลดลง โดยผู้บริโภคได้พัฒนาไปสองขั้ว คือ ตลาดอาหารสัตว์ระดับพรีเมียม เพราะตระหนักถึงโภชนาการและสุขภาพของสัตว์เลี้ยง และราคาประหยัด เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงสัตว์ แต่ยังต้องการอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพ รวมทั้งนิยมซื้ออาหารสัตว์ผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น เช่น Taobao, Tmall และ JD.com แต่ TikTok ก็มีอัตราการเติบโตมากขึ้น

“จากแนวโน้มการเติบโตของผู้เลี้ยงสัตว์และตลาดอาหารสัตว์ในจีนดังกล่าวถือเป็นโอกาสดีของผู้ผลิตและผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงของไทย ทั้งการเจาะกลุ่มอาหารสัตว์พรีเมียม หรือกลุ่มอาหารสัตว์ราคาประหยัด โดยต้องพัฒนานวัตกรรมการผลิตและมาตรฐานของสินค้าให้ตอบสนองความต้องการ ซึ่งมั่นใจว่าจะขยายตลาดได้เพิ่มมากขึ้น เพราะปัจจุบันไทยส่งออกอาหารสัตว์ไปจีนติด Top 3 และยังเป็นสินค้าที่มีแนวโน้มขยายตัวได้ดี

โดยผู้ประกอบการนอกจากผลิตสินค้าให้ดี มีมาตรฐานแล้ว ควรพิจารณากลยุทธ์ที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับคุณภาพสินค้าในกลุ่มราคาประหยัด หรือการเน้นเรื่องความแตกต่างในตลาดพรีเมียม และใช้ช่องทางออนไลน์ในการทำตลาด ก็จะทำให้ขยายการส่งออกได้มากขึ้น” น.ส.สุนันทากล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จีนแห่เลี้ยงหมา-แมว ปี’67 ตลาดโต 4.1 หมื่นล้านเหรียญ พณ.แนะเจาะกลุ่มอาหารสัตว์พรีเมียม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...