Manosphere : อาณาจักรออนไลน์ของผู้ชายที่เกลียดชังผู้หญิง และเชื่อว่าตัวเอง ‘ตื่นรู้’ ถึงความเป็นจริงกว่าชาวโลก
การที่เด็กชายวัย 13 สักคนหนึ่งจะลุกขึ้นมาฆ่าเพื่อนผู้หญิงนั้นเกิดจากปัจจัยอะไรได้บ้าง? สิ่งที่ซีรีส์ชื่อดังอย่าง Adolescence นำเสนอ ได้สร้างข้อถกเถียงในวงกว้าง และหลายคนก็เห็นตรงกันว่านอกจากการพูดถึงอันตรายของโซเชียลมีเดียแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยที่เฉพาะเจาะลงลงไปอีกก็คือ ‘Manosphere’ ที่ผู้ปกครองหลายคนกำลังกังวลว่าลูกชายของพวกเขานั้นเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนเหล่านี้อยู่หรือเปล่า?
Manosphere มาจาก Man และ Sphere มีความหมายตรงตัวว่ามันคือพื้นที่สำหรับผู้ชายในการแชร์มุมมอง ทัศนคติ และความเชื่อในแบบของพวกเขา และแม้จะเกลียดคำว่า woke แต่เหล่าสมาชิก Manosphere ก็ใช้คอนเซปต์เรื่องการ ‘ตื่นรู้’ มาเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่ม คำที่แพร่หลายใน Manosphere ก็คือ ‘red pill’ หรือยาเม็ดสีแดงที่มาจากหนังเรื่อง The Matrix เมื่อใครได้กินแล้วก็จะได้ตื่นรู้ถึงความจริง ซึ่งความจริงสำหรับพวกเขาก็คือ ผู้ชายนั้นดีอยู่แล้ว พวกเขามักจะเชิดชูผู้ชายด้วยกันอย่างเช่น Andrew Tate รวมถึงร่วมกันยืนยันในสิทธิของผู้ชายที่พวกเขาเชื่อว่าถูกริดรอนไปโดยการเรียกร้องความเท่าเทียมทางเพศ อีกทั้งยังเชื่อว่าอย่างไรเสีย ผู้ชายก็ควรได้รับสิทธิอย่างที่พวกเขาเคยได้รับมาตลอด เพราะนั่นคือเรื่องปกติของโลก ขณะที่ผู้หญิงและรวมถึงเพศอื่นๆ ที่เรียกร้องความเท่าเทียมนั้นก็ทั้งเอาแต่ใจ ขี้ดราม่า และน่ารังเกียจ ☕️
การที่ผู้ชายหลายคนมารวมตัวกันใน Manosphere นั้นอาจเกิดจากหลายปัจจัย บางคนอึดอัดกับการถูกตีตราเรื่อง Toxic Masculinity บางคนเชื่อในกรอบบทบาททางเพศแบบดั้งเดิม หรือเชื่อในในการมองโลกตาม “ลักษณะทางกายภาพ” บางคนมีอคติหรือเปราะบางต่อคำว่าความเท่าเทียมทางเพศ ขณะที่บางคนสุดโต่งกว่านั้นคือเป็น Incels หรือผู้ชายที่ผิดหวังจากผู้หญิงจนพาลเกลียดผู้หญิง เมื่อรวมตัวกันจนกลายเป็นชุมชนแน่นหนา ไปๆ มาๆ Manosphere ก็กลายเป็นแหล่งบ่มเพาะความคิดเหยียดเพศ ซึ่งเมื่อแต่ละคนในชุมชนนั้นๆ ยิ่งช่วยกันสุมไฟ ความเกลียดชังต่อผู้หญิงก็จะยิ่งเข้มข้นขึ้น
เรามักได้เห็นว่าเหล่านักรบจาก Manosphere บางส่วนพร้อมสู้เพื่อประกาศศักดาเสมอ ตามเพจหรือโพสต์ต่างๆ ที่ว่าด้วยประเด็นความเท่าเทียมทางเพศ เราก็มักจะได้เห็นบางคนที่พร้อมเข้าไปกดขำ ล้อเลียน เหยียดหยาม หรือกระทั่งสาบแช่งให้คนที่พูดเรื่องความเท่าเทียมไปตาย ทั้งที่การแสดงความคิดเห็นต่างอย่างเป็นมิตรก็เป็นสิ่งที่ทำได้ แต่จากท่าทีและน้ำเสียงที่พวกเขาแสดงออก ก็สะท้อนถึงความเกลียดชังที่คุกรุ่นอยู่ภายในได้เป็นอย่างดี แม้จะมาด้วยท่าทีขำๆ เล่นมีม หรือพยายามแสดงท่าทีเหนือกว่าเพื่อยั่วโมโหอีกฝ่ายก็ตาม
และคนที่อินมากๆ หรือขาดภูมิคุ้มกัน ก็อาจก่อความรุนแรงขึ้นมาได้ อย่างเช่นชายเกาหลีใต้ที่เข้าไปต่อยผู้หญิงแปลกหน้าเพียงเพราะเธอตัดผมสั้นซึ่งทำให้เขามองว่าเธอเป็นเฟมินิสต์ ที่สะท้อนชัดเจนว่าตัวเขาไม่สามารถควบคุมความเกลียดชังในตัวเองได้ จนถึงขั้นต้องก่อความรุนแรงกับคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
อันที่จริง สิ่งที่คนในอาณาจักร Manosphere อาจจะยังเข้าใจผิดไปนั่นก็คือ การเรียกร้องความเท่าเทียมทางเพศ ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความเกลียดชังผู้ชาย เพียงแต่มองว่าทุกคนควรมีสิทธิเสรีภาพเท่ากันในฐานะมนุษย์ และการตั้งคำถามถึง Toxic Masculinity ก็ไม่ใช่เพียงเพราะผู้หญิงหรือเพศอื่นๆ ได้รับพิษภัยจากความเป็นชายเหล่านั้นที่สุดโต่ง แต่ผู้ชายด้วยกันเองหลายคนก็กำลังถูกกดทับจาก Toxic Masculinity ที่มักมาพร้อมการจัดลำดับขั้นผู้ชายและแข่งขันกันเป็นชนชั้นจ่าฝูงไม่ต่างจากเหล่าหมาป่า ผู้ชายหลายคนต้องเผชิญความคาดหวังว่าพวกเขาต้องเก่งกาจ หุ่นล่ำ หรือประสบความสำเร็จ ทั้งที่จริงผู้ชายทุกคนก็ล้วนแต่เป็นมนุษย์เท่ากันและไม่มีใครควรต้องรู้สึกด้อยกว่าเพียงเพราะไม่ใช่อัลฟ่าหรือซิกม่าอย่างที่เขาว่ากันเลยจริงๆ
และท้ายที่สุด การเกลียดอะไรบางอย่างมากเกินไปก็ย่อมไม่เฮลตี้ต่อสุขภาพจิตด้วยประการทั้งปวง ลำพังแค่ปล่อยให้ความเกลียดกัดกินตัวคุณเองก็แย่แล้ว หากปล่อยให้มันออกมาคุกคามหรือกระทั่งกระทำความรุนแรงต่อคนอื่นอีกก็ดูจะยิ่งไม่เวิร์กไปกันใหญ่
อ้างอิง