รมว.คลัง เผยคาดไว้แล้ว สหรัฐฯ จะเลื่อนเก็บภาษี 90 วัน
รมว. คลัง เผย คาดไว้แล้วว่า สหรัฐฯ จะเลื่อนเก็บภาษีตอบโต้ 90 วัน เพื่อเปิดทางให้เจรจา ชี้ไม่กระทบแนวทางเจรจาที่ได้กำหนดไว้แล้ว ยันนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ไม่กระทบเกษตรกรและผู้ประกอบการในประเทศ เพราะนำเข้าแค่สินค้าที่บริโภคในประเทศไม่พอและนำมาแปรรูปเพื่อส่งออกเท่านั้น
10 เม.ย. 2568 นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีที่ สหรัฐฯ เลื่อนกำหนดการบังคับใช้มาตรการภาษีตอบโต้ออกไป 90 วัน ว่า เชื่อว่าทั่วโลกต่างแปลกใจ เพราะยากที่จะเดาทิศทางของสหรัฐฯ ได้ถูกต้อง อย่างไรก็ตามรัฐบาลได้คาดเดาแล้วว่าสุดท้ายแล้วสถานการณ์จะออกมาในลักษณะนี้ เนื่องจากมองว่าเป็นไปไม่ได้ที่สหรัฐจะปรับขึ้นภาษีในอัตราสูงตามที่ประกาศออกมาในครั้งแรก เพราะจะสร้างความเสียหายต่อทุกประเทศ รวมถึงสหรัฐฯ เองด้วย
“เราเดาไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ เพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะขึ้นภาษีแล้วกระทบเกิดผลเสียหายกับคนทั่วโลกรวมทั้งสหรัฐฯ ด้วย ดังนั้นการเลื่อนเวลาออกไปจะทำให้ทุกฝ่ายมีเวลามานั่งพูดคุยกันเพื่อหาทางแก้ปัญหา ซึ่งคือการสร้างสมดุลทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศต่างๆ เพราะแน่นอนว่าโลกนี้อยู่ไม่ได้ถ้ามีใครเสียเปรียบ"
อย่างไรก็ตามการเลื่อนใช้มาตรการภาษีตอบโต้ออกไป 90 วัน ไม่ได้ทำให้แผนการดำเนินงานหลักๆ ของไทยที่ได้วางเอาไว้เปลี่ยนแปลง แต่ต้องอาจต้องมีการปรับบางเรื่องให้เหมาะสมมากขึ้นเนื่องจากสหรัฐฯ ไมได้เลื่อนเก็บภาษีตอบโต้ทั้งโลกแต่เลื่อนให้บางกลุ่มประเทศ
“ในส่วนของไทยก็ต้องมาดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับส่วนที่ไม่ได้ถูกเลื่อน ซึ่งการเดินทางเพื่อไปเจรจากับสหรัฐฯ คงไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว โดยเบื้องต้นจะนัดพูดคุยกับสำนักผู้แทนการค้าสหรัฐฯ หรือ USTR ก่อน ซึ่งเป็นฝ่ายปฏิบัติ เพื่อดูทิศทางว่าไทยจะสามารถดำเนินการตามข้อเสนอได้หรือไม่ หากคุยกับระดับนโยบายเร็วเกินไป จะทำให้กลับตัวไม่ทัน ดังนั้นจึงต้องทำให้มั่นใจก่อนว่าสิ่งที่รัฐบาลเตรียมจะนำไปเสนอจะสามารถปฏิบัติได้จริงและเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์กับทั้ง 2 ฝ่าย”
ส่วนกรณีที่มีความกังวลว่าการนำเข้าสุกรจากสหรัฐฯ จะกระทบกับเกษตรกรในประเทศ นายพิชัย เปิดเผยว่า แนวทางของรัฐบาลไม่ได้จะมีแค่การนำเข้าสุกรเพิ่มเท่านั้นแต่มีสินค้าอื่นๆ ที่นำเข้าด้วย โดยยืนยันว่าเป็นการนำเข้าในสิ่งที่ไม่เพียงพอต่อการบริโภคในประเทศและเพื่อนำมาแปรรูปเพื่อส่งออกเท่านั้น ซึ่งเป็นไปตามแนวทางเจรจาเพื่อทำให้เกิดสมดุลการค้าและให้ทั้ง 2 ฝ่ายได้ประโยชน์
"ไม่ใช่แค่กรณีสุกร แต่สิ่งที่เราแก้ปัญหาคือทั้ง 2 ฝ่ายต้องได้ประโยชน์ และสิ่งสำคัญคือต้องปกป้องผลประโยชน์ของผู้ประกอบการในประเทศด้วย เช่น กรณีสุกรก็ต้องมาดูว่าในประเทศมีการเลี้ยงและบริโภคเท่าไร ถ้าเหลือถึงเป็นการส่งออก ส่วนการนำเข้าอะไรที่เราไม่ขาดเราก็ไม่นำเข้า เราจะนำเข้าในกรณีเดียวคือไม่เพียงพอต่อการบริโภคหรือนำเข้ามาเพื่อแปรรูปเพื่อส่งออก ยืนยันว่าแนวทางเรื่องการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ จะไม่ส่งผลกระทบกับเกษตรกร หรือผู้ประกอบการในประเทศอย่างแน่นอน"
สำหรับมาตรการดูแลเศรษฐกิจจากผลกระทบจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ นายพิชัย เปิดเผยว่า วิกฤตเกิดขึ้นแล้วต้องเร่งหาทางแก้ไขเนื่องจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ กระทบกับทุกประเทศแต่กระทบมากหรือน้อยแตกต่างกัน ดังนั้นต้องหาวิธีแก้ไขให้เหมาะสมกับประเทศตัวเอง โดยมีทั้งการดูแลผลกระทบจากความร่วมมือระดับภูมิภาคอาเซียนและการดูแลเฉพาะของแต่ละประเทศ
“ไทยเป็นประเทศที่เป็นแหล่งผลิตภาคเกษตรและผู้นำการส่งออก ดังนั้นเรื่องนี้จึงอาจมีผลกับภาคการผลิตและการจ้างงานค่อนข้างมาก ซึ่งเป็นหน้าที่ของแต่ละประเทศที่จะต้องหาวิธีแก้ไขตามบริบทของตัวเอง ยืนยันว่าไทยมีวิธีที่ชัดเจนแล้วในการแก้วิกฤติครั้งนี้”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รมว. คลัง เร่งเจรจาสหรัฐ รับมือ มาตรการภาษี ทรัมป์ ชี้หากไม่ทำอะไรเลยกระทบจีดีพีไทย 1%