โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาหารแช่แข็ง...แรงไม่ตก ค่ายใหญ่-แบรนด์ใหม่ ดาหน้าบุก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 เม.ย. 2565 เวลา 04.13 น. • เผยแพร่ 06 เม.ย. 2565 เวลา 04.13 น.

คอลัมน์ : จับกระแสตลาด

ยังเป็นสินค้าที่เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสวนกระแสกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ไม่สดใสนัก สำหรับกลุ่มอาหารแช่แข็ง (frozen food) และอาหารพร้อมรับประทาน (ready to eat)

โดยตลอด 2 ปีที่ผ่านมา แม้หลาย ๆ ธุรกิจจะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ธุรกิจอาหารแช่แข็งทั้งพร้อมปรุงและพร้อมทานกลับมีทิศทางการเติบโตมากขึ้น

จากพฤติกรรมผู้บริโภคหันมาเลือกซื้ออาหารแช่แข็งมากขึ้น และการขยายตัวของร้านค้าปลีกสมัยใหม่ที่มีสาขาจำนวนมากกระจายเข้าไปใกล้ชุมชน และมีการเพิ่มโปรดักต์ที่หลากหลาย และมีโปรโมชั่นจูงใจเป็นระยะ ๆ อย่างต่อเนื่อง

ว่ากันว่า ปัจจุบันภาพรวมตลาดอาหารแช่แข็งพร้อมทานมีมูลค่าราว ๆ 18,000-20,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 12-14% ต่อปี

วันนี้ผู้ประกอบการหลาย ๆ ค่ายยังมีความเคลื่อนไหวในการรุกตลาดอย่างต่อเนื่อง

เอสแอนด์พีสร้างเมนูต่างคู่แข่ง

“กำธร ศิลาอ่อน” กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการผลิตและการเงิน บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) เจ้าของร้านอาหารและเบเกอรี่ภายใต้แบรนด์ “เอส แอนด์ พี” เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตลาดอาหารสำเร็จรูปแช่แข็ง หรืออาหารแช่แข็งพร้อมทาน มีแนวโน้มเติบโตขึ้น

โดยเฉพาะช่วงสถานการณ์โควิด-19 ส่วนใหญ่แล้วอาหารแช่แข็งเติบโตในช่องทางขายส่ง ขณะที่ช่องทางขายปลีกที่เน้นจำหน่ายอาหารพร้อมทานมีการแข่งขันสูง รวมไปถึงการเกิดขึ้นของทางเลือกใหม่ ๆ

อย่างร้านอาหารตามสั่งที่เปิดตัวเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ข้อดีของอาหารแช่แข็งผู้บริโภคสามารถซื้อเก็บไว้ได้นาน และลดความเสี่ยงจากการไปซื้อของตามตลาดและในพื้นที่แออัดด้วย

อย่างไรก็ตาม ในแง่ของธุรกิจเองอาจจะไม่หวือหวานัก เนื่องจากธุรกิจอาหารแช่แข็งเป็นธุรกิจที่มีมาร์จิ้นต่ำ การปรับราคาเป็นเรื่องยาก ยิ่งอยู่ในภาวะที่ต้นทุนทั้งวัตถุดิบ แพ็กเกจจิ้งมีราคาสูง

สำหรับเอส แอนด์ พีปัจจุบันมีเมนูที่หลากหลายมากกว่า 30 รายการ ทั้งอาหารไทย คาว-หวาน เมนูทานเล่น รวมถึงไส้กรอกตรา Premo ลูกค้าหลักเป็นกลุ่มฟู้ดเซอร์วิสและช่องทางขายส่ง

“บริษัทยังมีการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนากลุ่มอาหารแช่แข็งอย่างต่อเนื่อง เน้นจุดเด่นของเมนูที่มีความแตกต่างจากค่ายอื่น ๆ ในตลาด และเป็นเมนูซิกเนเจอร์ที่หลากหลายและมีบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบช่วยในเรื่องการอุ่นทานได้สะดวก เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่ใช้ชีวิตแบบเร่งรีบ”

เมนู “อิ่มคุ้ม” หัวหอก “ซีพีแรม”

“วิเศษ วิศิษฏ์วิญญู” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด ในเครือบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตอาหารและเบเกอรี่รายใหญ่ เปิดเผยว่ากลยุทธ์สำคัญของซีพีแรม คือ การให้น้ำหนักกับเมนูอิ่มคุ้ม ซึ่งเป็นเมนูอาหารพร้อมทานในราคาเข้าถึงง่าย

โดยบริษัทมีเป้าหมายขยายตลาดเพิ่มขึ้น 10% ขณะเดียวกัน ได้พัฒนากลุ่มสินค้าใหม่ที่ตอบสนองความต้องการกลุ่มผู้บริโภค ภายใต้ตราสินค้า “VG for Love” อาหารกลุ่มใหม่สำหรับผู้บริโภคที่มีการบริโภคพืชเป็นหลัก

มีเมนูสปาเกตตีพอร์กบอลแพลนต์เบส และข้าวผัดแกงเขียวหวานไก่แพลนต์เบสนอกจากการวางจำหน่ายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่นที่เป็นช่องทางหลักแล้ว ยังกระจายสินค้าไปสู่ช่องทางอื่น ๆ อาทิ แม็คโคร และโลตัส รวมถึงร้านค้าชั้นนำครอบคลุมทั่วประเทศตั้งแต่ปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ที่ผ่านมายังได้สร้างโรงงานเบเกอรี่เพิ่มที่จังหวัดชลบุรี โดยจะมีกำลังผลิต 1.2 ล้านชิ้นต่อวันซึ่งโรงงานใหม่แห่งนี้จะสร้างเสร็จและเปิดดำเนินการในกลางปี 2565 นับเป็นโรงงานแห่งที่ 16 ของซีพีแรม

โดยปัจจุบันตลาดธุรกิจอาหารแช่เย็น-แช่แข็ง มีการเติบโตทั้งตลาดในประเทศและตลาดส่งออก สอดคล้องกับทิศทางการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ที่คิดเป็นสัดส่วนกว่า 90% และไลฟ์สไตล์คนเมืองที่เน้นความสะดวก รวดเร็ว รวมถึงปัจจัยโควิด-19 ที่ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป

“เซ็น” เตรียมโดดร่วมวง

“บุญยง ตันสกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เจ้าของร้านอาหาร อาทิ ร้านอาหารญี่ปุ่น เซ็น, อากะ, ออน เดอะ เทเบิล, อาหารตามสั่ง เขียง ฯลฯ กล่าวในเรื่องนี้ว่า บริษัทสนใจตลาดอาหารแช่แข็ง อยู่ระหว่างมองหาโอกาสพัฒนาสินค้า

โดยเริ่มไปที่คอนเนกต์ซื้อวัตถุดิบจากซัพพลายเออร์โดยตรง เรามองว่าตลาดค่อนข้างน่าสนใจและมีโอกาส เนื่องจากอาหารแช่แข็งมีมาร์เก็ตไซซ์ที่ค่อนข้างใหญ่กว่า 9 หมื่นล้านบาท

และมีแนวโน้มโตสวนทางกับวิกฤตโควิด-19 และภาวะเศรษฐกิจซึ่งไม่ได้รับผลกระทบเหมือนกับธุรกิจร้านอาหารที่ตลาดซบเซาไป 2-3 ปี แต่ธุรกิจของอาหารแช่แข็งกลับเติบโตขึ้น

ขณะที่ “นพพร ภัทรรุจี” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกลบอล คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำการผลิตและจำหน่ายสินค้าอาหารและบรรจุภัณฑ์ ระบุว่า ปัจจัยหนุนหลักของอาหารแปรรูปแช่แข็งและอาหารแช่แข็งสำเร็จรูปพร้อมทาน (ready to eat) ที่ยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่องอาจเป็นไปตามการบริโภคในประเทศที่ฟื้นตัวกลับมา โดยเฉพาะช่วงหลังจากคลายมาตรการล็อกดาวน์บางส่วน และสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 คลี่คลาย

ล่าสุดบริษัทได้ผลิตภัณฑ์อาหารจากโปรตีนพืช (plant based) ภายใต้แบรนด์ “Kitchen Plus” วางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อ มีเมนูที่หลากหลาย อาทิ กะเพรา บะหมี่หมูสับ เปาะเปี๊ยะทอด ลาบทอด ฯลฯ ได้รับการตอบรับค่อนข้างดี

และมีแผนเตรียมขยายตลาดไปต่างประเทศเพิ่มทั้งยุโรปและอเมริกา จากปัจจุบันมีสัดส่วนการขายอาหารแช่แข็งมาจากตลาดในประเทศ 90% และต่างประเทศ 10%

เซเว่นฯดึงเชฟดัง-โปรฯจูงใจ

รายงานข่าวจากบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาปัจจุบันจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ทำงานหรืออยู่บ้านมากขึ้น หรือมีการทำงานที่บ้าน (work from home)

โดยเฉพาะช่วงที่โควิดระบาด เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กลุ่มอาหารพร้อมทานเติบโต เนื่องจากสะดวกหาซื้อง่าย และราคาคุ้มค่า เพื่อรองรับความต้องการดังกล่าว ที่ผ่านมาบริษัทได้มีการยกระดับอาหารพร้อมทานให้มีความหลากหลายมากขึ้น

ทั้งอาหารจานเดี่ยวและกับข้าว ที่พัฒนาร่วมกันกับพันธมิตรอย่างแบรนด์อาหารดัง รสนิยม หรือเมนู chef care ที่ได้เชฟชื่อดัง อาทิ เจ๊ไฝ มาช่วยทำให้เมนูมีความแปลกใหม่มากขึ้น

และที่ผ่านมายังมีเมนูที่ตอบโจทย์กลุ่มคนรักสุขภาพ เช่น อาหารแคลอรีต่ำ อาหารที่ลดเกลือ ลดน้ำตาล เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการจัดโปรโมชั่นโดยนำอาหารพร้อมทานมาจับคู่กับเครื่องดื่ม เบเกอรี่ ชูจุดขายราคาที่คุ้มค่า ทำให้ได้รับการตอบรับค่อนข้างดี

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมามีหลายบริษัทออกมาเคลื่อนไหวในการรุกตลาดอาหารแช่แข็งและอาหารพร้อมทานอยู่เป็นระยะ ๆ เช่น เครือเบทาโกร ปัจจุบันเริ่มให้ความสำคัญกับกลุ่มอาหารแช่เย็นพร้อมรับประทานมากขึ้น

โดยมีเมนูมากกว่า 1,000 รายการ ใน 6 หมวดสินค้า ได้แก่ อาหารทานเล่น และสินค้าทอดประเภทหมู ไก่ ข้าวกล่องพร้อมรับประทาน กับข้าวสำเร็จรูป รวมถึงผลิตภัณฑ์ปรุงรสและเบเกอรี่ เพื่อรองรับความต้องการผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ เครือเบทาโกรยังได้จัดตั้งบริษัทร่วมกับเคอรี่ เปิดตัวธุรกิจ “KERRYCOOL” ให้บริการขนส่งสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิ ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์อาหารสดแช่เย็น และผลิตภัณฑ์แช่แข็งต่าง ๆ โดยจะให้บริการแบบเต็มรูปแบบช่วงไตรมาส 2 ของปี 2565 เพื่อช่วยนำสินค้าอาหารแช่แข็งเข้าไปถึงลูกค้าได้ครอบคลุมมากขึ้น

จากนี้ไปคาดว่าจะมีผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ กระโดดเข้ามาในตลาดนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และจะเป็นปัจจัยที่ช่วยให้ตลาดนี้เติบโตมากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...