โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันทึกลับโฮจิมินห์เทร็ล (จบ)-ภารกิจอันสิ้นสุด/อัญเจียแขฺมร์ อภิญญา ตะวันออก

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 01 เม.ย. 2565 เวลา 02.37 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. 2565 เวลา 02.37 น.

อัญเจียแขฺมร์

อภิญญา ตะวันออก

 

บันทึกลับโฮจิมินห์เทร็ล (จบ)-ภารกิจอันสิ้นสุด

 

ปฏิบัติการใหม่ที่พิกัด “XC775330” ที่ต้องใช้เวลาถึง 30 วัน! ในการลาดตระเวนเส้นทางมรณะเป็นระยะ 18 กิโลเมตร และอาวุธหนักที่ติดตัวไปด้วยทำให้รู้ว่าชะตาชีวิตของทีมจะเผชิญกับอะไร? อีกข่าวที่บางหน่วยถูกข้าศึกปิดล้อมและหายไป นั่นยิ่งทำให้หน่วยสมาชิกบางคนในหน่วยแบมบูคิดจะถอนตัว

แต่สิ่งที่พวกเขาถูกกดดันคือคำสั่งของหน่วยเหนือที่กำชับว่า “ก่อนที่พวกเราจะตัดสินใจอะไร อย่าวู่วาม ทำไปมีแต่ผลเสียต่ออนาคต อาจถูกปลดจากราชการ-ขึ้นศาล (?) โทษหนักมาก ที่เตือนมาเพราะความหวังดีต่อพวกเราทุกคน!”

ไม่มีอะไรแน่นอนสำหรับทหารอาชีพและนักรบรับจ้าง ในภารกิจที่ 3 ของการ “เฝ้าปลิดชีพ-ซุ่มโจมตีฝ่ายข้าศึก” ในพื้นที่ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยป่าทึบที่มองไม่เห็นแม้แต่ท้องฟ้าในฤดูฝน สัตว์ป่า ทากดูดเลือด และยุงป่าที่ชุกชุม การเดินขึ้นลงภูเขาสูงเพื่อซ่อนตัวจากข้าศึก แม้ว่าในที่สุดแล้ว พวกเขาจะสามารถตัดใบหูพวกเวียดมินห์มาได้ถึง 5 นายในการปะทะที่เหน็ดเหนื่อยโรยราจากร่างกายที่บาดเจ็บและล้มป่วย

โดยเฉพาะแบมบู 2 ที่ร่างกายซีดเขียวไม่ได้สติจากอาการไข้ป่ามาลาเรีย จนรอ ฮ.มารับไม่ไหว ต้องส่งร่างลงเรือไปส่งฐานที่ปากเซ

ระหว่างนอนป่วยให้น้ำเกลืออยู่ที่ฐาน บก.T เขาก็ได้ยินวิทยุด่วนจาก บก.333 ถึง บก.ทิม “สรุปให้ยุบ 5 ทีมเส้นทางโฮจิมินห์เทร็ล และส่งตัวกลับ บก.” ส่วนหน่วยที่ 4 นั้นซึ่งยังตกอยู่ในวงล้อมข้าศึก ยังไม่มีข่าวคืบหน้า (21 กันยายน)

นี่คือสัญญาณพ่ายแพ้ของฝ่ายจีไอในเส้นทางโฮจิมินห์เทร็ลที่ไปต่อไม่สำเร็จ? หรือเป็นการเปลี่ยนแผนใหม่?

แต่สิ่งที่น่าตกใจมากกว่านั้น คือนอกเหนือจากพื้นที่ของโฮจิมินห์เทร็ลแล้ว รอบๆ ลาวใต้ทั้งหมดก็ถูก “ลาวแดง” หรือกองทัพปฏิวัติประชาชนที่ร่วมมือกับเวียดกงในการทำจรยุทธ์ “ป่าล้อมเมือง”

ที่ทำให้ฝ่ายขวาทำงานยากลำบากมากไปอีก!

เป็นโชคดีหรือไม่ที่เขาป่วยเป็นไข้ป่า? แบมบู 2 ไม่มีเวลาจะครุ่นคิด เพราะทันทีที่ลุกจากเตียงได้ เขาก็ถูกส่งไปทำภารกิจใหม่ที่ชื่อว่า “T6” คราวนี้ต้องปลอมตัวเป็นร้อยโทในสังกัดกองทัพภาค 4 พล.ต.ผาสุก สำลี ในฐานะครูฝึกหน่วย GM27 ของกองทัพลาว ซึ่งมีที่ตั้งบริเวณปราสาทวัดภู

30 ตุลาคม, คำสั่ง บก.ผสม/333 ถึง บก.ทิม (บก.ที) T6 ออกปฏิบัติการร่วมกับ GM27 ในภารกิจ 40 วัน เพื่อกวาดล้างฆ่าศึกตามแนวชายแดนลาว-เขมรที่ประชิดพรมแดนไทย

แต่เป็นการเผชิญกับข้าศึกแบบไหน? ต่างจากปฏิบัติการโฮจิมินห์เทร็ลอย่างไร? สิ่งที่เฉลยให้เรารู้ว่า ทำไมอเมริกันจึงพ่ายแพ้ในสงครามเวียดนาม นั่นก็คือ ข้าศึกกลุ่มนี้ในลาวทั้งหมดคือกองกำลังผสมระหว่างทหารเวียดกง/เวียดมินห์ กับกองกำลังลาวปฏิวัติ/ลาวแดง ซึ่งเป็นหน่วยอิสระและเคลื่อนไหวปะปนอยู่นอกพิกัด

ซ้ำบางกลุ่มยังสมทบกับทหารเวียดนามเหนือ แลกเปลี่ยนการฝึกจรยุทธ์และฝึกพูดภาษาลาว-เวียดนามจนยากที่จะแยกชาติพันธุ์ ดังนั้น การสกัดกั้นเส้นทางข้าศึกที่มีฐานปฏิบัติการชายแดนเขมรบริเวณเรียกว่า “ดงคันทุง” ซึ่งมีแต่ชนกลุ่มน้อย “เขมรป่าดง” จึงเต็มไปด้วยความซับซ้อน สำหรับเป้าหมายเบื้องต้น คือบีบบังคับให้ข้าศึก “ถอยร่น” ห่างจากชายแดนไทย!

ทำให้ประจักษ์ว่า “พรรคคอมมิวนิสต์ลาว” ที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนสนับสนุนขณะนั้น เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับ “พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม” ที่เต็มไปด้วยประสบการณ์เคี่ยวกรำกับข้าศึก ขณะที่พรรคคอมมิวนิสต์ลาวก็ประสบความสำเร็จในการกินพื้นที่จิตวิทยามวลชน

การแทรกซึมสองฝ่าย จึงยากที่จะรับมือทั้งหน่วยนักรบรับจ้างไทยลาวและชาวม้งซึ่งปฏิบัติการในเขตลาวสูง และเป็นการรบแบบสอดแนมนอกพื้นที่

ปฏิบัติการใน 3 สัปดาห์แรก หน่วยได้รับการบำรุงขวัญและรับฟังสถานการณ์จากเชื้อพระวงศ์ของลาวตอนใต้ คือ เจ้าบุญอุ้ม ผู้มีตำหนักอันสวยงามที่เมืองปากเซ แต่หลังจากเผชิญหน้ากับภารกิจที่ไม่อาจรู้ว่าใครคือศัตรู แบมบู 2 ก็บันทึกว่า

“เราเกือบตาย เพราะนั่งทับ ‘งูสามเหลี่ยม’ ใต้กองวัชพืช” (?)

เพราะแม้แต่การงานศพนายทหารชั้นนายพันลาวพร้อมภรรยา-ลูก และทหารติดตามที่ถูกจับตัวและยิงทิ้งทั้งสิ้น 7 ชีวิตยังถูกข้าศึกที่สอดแนมในงานศพขว้างระเบิดตายทันทีอีก 4 ศพ!

สร้างความตึงเครียดเสียขวัญต่อทีม “T6” จนได้รับคำสั่งให้กลับบ้านเพื่อพักผ่อน 2 สัปดาห์

เมื่อกลับมาอีกครั้ง ได้เกิดการปะทะครั้งใหญ่ ที่ห่างจากปากเซไปราว 25 กิโลเมตร การปะทะครั้งนี้มีทั้งฝ่ายไทย-ลาวและเวียดมินห์อย่างมากมาย โดยเฉพาะฝ่ายข้าศึกสูญเสียกำลังไปราว 100 นาย

ในท่ามกลางศพข้าศึก มีทหารไทยนายหนึ่งซึ่งแกล้งตายในกองสมรภูมิ กว่าทีมจะเข้าไปเจอ ก็ผ่านไปกว่า 24 ชั่วโมงแห่งความอัศจรรย์ที่เขารอดชีวิตมาได้!

สถานการณ์ในลาวเวลานั้น คือทวีความรุนแรง ทั้งตอนเหนือและล่าง เมื่อทหารเวียดกงกับลาวแดงเร่งการบดขยี้

เพื่อความปลอดภัย บก.ทิมจึงสั่งให้ถอนทีมจากเขตวัดภู/จำปาสัก กลับฐานที่ปากเซ (27 ธันวาคม)

กระนั้น ความสูญเสียครั้งใหญ่ในเดือนมกราคม คือการสูญเสียทหารท้องถิ่นในปฏิบัติฝ่ายอเมริกันร่วม 100 นายจากการถูกโจมตี ในที่นี้ รวมทั้งที่ปรึกษาอเมริกัน 6 นายและไทย 4 นาย ข้าศึกยังประกาศกร้าวข่มขวัญว่า

“จะตามล่าสังหารคนไทยและอเมริกันที่มาปฏิบัติการรบในลาวทุกคน”

แต่ภารกิจของ T6 ก็ยังคงไม่สิ้นสุด จากกุมภาพันธ์ จนมิถุนายน 2511 ข่าวกองทหารและเวียดมินห์ 2 กองร้อยเคลื่อนกำลังมาที่ภูกระเดียด ห่างจากฐาน บก.ใหญ่เพียง 5 กิโลเมตร

ดูเหมือนข้าศึกจะประชิดปากเซเข้ามาทุกที

พลัน 16 มิถุนายน ข่าวร้ายแรกก็มาถึง หน่วยทหารไทยในปฏิบัติการเวียดนามใต้ ประสบอุบัติเหตุจากเครื่องบินตกตายหมู่ 19 นาย ในจำนวนนี้มีร้อยโทหนุ่มที่เพิ่งจบจากนายร้อยเวสปอยต์และ Airborne Ranger ของสหรัฐ

อีกบางนายเคยร่วมทีมกับแบมบูในภารกิจโฮจิมินห์เทร็ล

แต่แล้ว 5 กรกฎาคมปีเดียวกัน ขณะที่นายพลผาสุกแห่งกองทัพภาคสี่ของลาวกำลังกล่าวโอวาทสดุดีในพิธีปิดกองฝึกยุทธศึกษาหน่วย T6 พร้อมมอบใบประกาศเกียรติคุณ “ใบยั่งยืน” เป็นที่ระลึกและขอบคุณภารกิจสุดท้ายต่อหน้า บก.ทิมและหน่วยเหนือของไทยก็มาร่วมงานเลี้ยงที่กำลังดำเนินไป

พลัน สี่ทุ่มตรง เสียงจรวด 2 ลูกดังสนั่นของฝ่ายข้าศึกก็ยิงเข้ามาในปากเซ

9 กรกฎาคม เครื่องบินแอร์อเมริกาก็ทะยานจากสนามบินสุวรรณเขตสู่เมืองอุดรธานี

ลาก่อนภารกิจลับ “โฮจิมินห์เทร็ล” และสงครามเวียดนามที่คร่าชีวิตนักรบรับจ้างไทย (ที่อยู่ในสารบบ)ไปราว 2,800 นาย, หายสาบสูญไปกว่า 400 นาย, บาดเจ็บทุพพลภาพกว่า 700 นาย และที่เหลืออีก 214 นายคือตกเป็นเชลยศึก!

ราวจะอุทิศให้แก่ “นักรบนิรนาม” แห่งสงครามเวียดนามที่ไม่เคยถูกกล่าวถึง และด้วยความรันทดใจที่ “น้อยคนนักจะทราบเรื่องนี้ อีกทั้งรัฐบาลที่ผ่านมาก็ไม่ให้ความสำคัญ”

โดยปราศจาก ดูเหมือนความทรงจำในความพ่ายแพ้ของสมรภูมิที่นั่นจะทำให้เขาไม่อยากจะบันทึกความทรงจำได้อีกต่อไป สำหรับชัยชนะอันขมขื่นของ “นักรบนิรนาม” ในสงครามเวียดนามที่อยู่ในความทรงจำ จนวาระสุดท้ายที่เขาจากไปอย่างสงบในวัย 85 ปี และทิ้งบันทึกฉบับนี้เป็นอนุสรณ์

ต่างจาก “โฮจิมินห์เทร็ล” ภารกิจลับที่เขาทำไว้กับ “ซีไอเอ”

แต่ดูเหมือนหลังจากนั้นมาอีก 20 ปี (2531) เขาก็ถูกส่งตัวไป “ยุทธภูมิภูมิร่มเกล้า” ภารกิจครั้งสุดท้ายกับทหารลาว ที่พาเขากลับบ้านพร้อมกับความ “พ่ายแพ้”

และนับแต่นั้นมา แบมบู 2 ก็กลายเป็นทหารที่ไร้สังกัด

แห่งความทรงจำ!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...