โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"NaRaYa" แตกไลน์ธุรกิจ เดินเครื่องเรียลสโตร์คู่อีคอมเมิร์ซ

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 27 ธ.ค. 2561 เวลา 10.00 น.

ด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย มีคุณภาพ คุ้มราคา และสามารถใช้ได้นานคือ 4 หัวใจสำคัญของแบรนด์ “NaRaYa” ที่มาจากภาษาฮินดูที่หมายถึง “พระนารายณ์” และกำลังเติบโตอยู่ในระดับนานาชาติ ก่อตั้งโดย “วาสนา รุ่งแสงทอง ลาทูรัส” และสามี ด้วยความตั้งใจจะผลิตสินค้าสิ่งทอเพื่อออกจำหน่าย ทำให้ร้านค้าแห่งแรกถือกำเนิดขึ้นในปี 2533 (1989) มีพื้นที่เพียงแค่ 4 ตร.ม. สินค้าที่ถูกผลิตออกมาก็เป็นงานเย็บที่ประณีต สีสันและลวดลายของผ้าโดดเด่นกว่าคู่แข่ง ในระยะเวลา 3 ปีธุรกิจจึงเติบโตอย่างรวดเร็ว จนนำมาสู่การจดทะเบียนแบรนด์ที่ทรงอิทธิพลในเอเชีย

นารายาเป็นแบรนด์ภายใต้เครื่องหมายการค้าทรงรีสีเหลืองประดับด้วยโบสีน้ำเงิน มีโรงงาน 4 แห่งใน 3 จังหวัด คือ บุรีรัมย์ ขอนแก่น และนครราชสีมา มีสาขาร้านค้าทั่วประเทศไทย 35 สาขา และในต่างประเทศอีก 11 สาขา กระจายอยู่ในฮ่องกง เวียดนาม ไต้หวัน และมาเลเซีย สร้างรายได้นับพันล้านบาท

เคล็ดลับความสำเร็จ

“วาสนา รุ่งแสงทอง ลาทูรัส” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นารายณ์ อินเตอร์เทรด จำกัด เปิดเผยในงานสัมมนา “เชียงใหม่ 2019 Smart Economy Smart City” ที่มี “หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ” เป็นเจ้าภาพว่า นารายาเกิดมาถูกจังหวะและถูกช่วงเวลา ได้รับอานิสงส์ในยุคที่ผู้คนรณรงค์งดใช้ถุงพลาสติกหรือหนังสัตว์มาทำกระเป๋า ฉะนั้น การใช้ถุงผ้าจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของผู้บริโภค

*สินค้าของนารายามีหลากหลายรูปแบบและราคาไม่สูงมากนัก เริ่มต้นเป็นการผลิตเพื่อการส่งออก ปัจจุบันกำลังการผลิตประมาณ 12 ล้านชิ้นต่อปี หากขาดเหลือจึงจะนำมาขายปลีก *

ฉะนั้น ราคาที่นำมาขายปลีกจะอิงจากราคาขายส่ง ด้านต้นทุนในการผลิตส่วนใหญ่ใช้ไปกับค่าขนส่งหรือโลจิสติกส์มากกว่าค่าจ้างของแรงงาน และสินค้าประเภทนี้ก็เป็นที่นิยมของชาวต่างชาติที่ชื่นชอบงานหัตถกรรม

เดิมทีลูกค้าหลักของแบรนด์นารายาคือคนญี่ปุ่นและคนยุโรป แต่นอกจากเรื่องของราคาที่ไม่แพงจนเกินไปแล้ว สินค้าที่ส่งออกไปจัดจำหน่ายการดีไซน์จะแตกต่างกันตามลักษณะการใช้งานของประเทศ เพราะเน้นการใช้สอยจริง เช่น กระเป๋า สำหรับคุณแม่มือใหม่ต้องคำนวณความจุของที่จะต้องใส่ให้สอดคล้องกับสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวัน

สิ่งที่สำคัญที่ทำให้แบรนด์นารายาประสบความสำเร็จ คือ เทรนด์แฟชั่น เมื่อสินค้าสามารถไปเจาะตลาดญี่ปุ่นและได้รับการยอมรับก็สามารถไปต่อยังตลาดเกาหลี ไต้หวัน จนไปถึงตลาดจีนได้

“การเข้าไปในตลาดของญี่ปุ่นได้ทำให้โอกาสทางการตลาดสูง เพราะผู้คนเชื่อมั่นในคุณภาพ เราสามารถดูเทรนด์แฟชั่นหรือพฤติกรรมของลูกค้าได้จากช่องทางต่าง ๆ มากมายเพื่อนำมาพัฒนาสินค้า และที่สำคัญสมุดหอการค้าไทยและข้อมูลจากกรมส่งเสริมการส่งออกที่สามารถเป็นแนวทางบอกเราได้ว่าลูกค้าต้องการอะไร”

นทท.จีนวูบกระทบตลาดปี”61

สำหรับตลาดในประเทศไทยนารายามีลูกค้าทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ “วาสนา” บอกว่า ในปี 2561 คือสถานการณ์ปราบเซียนของนักธุรกิจ เพราะปกติยอดขายมาจากนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ดูจะคึกคักมากเป็นพิเศษ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์เรือล่มที่ภูเก็ตสถานการณ์ก็เปลี่ยนไป ตลาดเริ่มซบเซามาเรื่อย ๆ จนถึงตรุษจีนและน่าจะกินเวลายาวนานไปจนถึงช่วงปีใหม่

แม้แต่ในจังหวัดเชียงใหม่ที่เป็นหัวเมืองหลักของภาคเหนือ และมีร้านค้าของนารายาอยู่ถึง 3 สาขา เพิ่งกลับมาคึกคักเพียงช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ไม่ใช่กลุ่มนักท่องเที่ยวจากจีนหรือทัวร์จีน แต่เป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ในลักษณะ FIT ที่มีกำลังซื้อสูงวอล์กอินเข้ามามากขึ้น

ขณะเดียวกัน ร้านค้าของนารายาในพัทยาและภูเก็ตก็อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ส่วนในกรุงเทพฯจะเป็นลูกค้าคนไทย ส่วนลูกค้าชาวต่างชาติจะเป็นคนเวียดนามที่เป็นลูกค้ากลุ่มใหม่และเริ่มเห็นได้ชัด เป็นภาพของการทำธุรกิจที่มีความหลากหลายโดยไม่พึ่งพาเพียงตลาดเดียว ทั้งนี้ คนทำงานฝีมือหรืองานหัตถกรรมไม่ควรทิ้งลูกค้าคนญี่ปุ่น แล้วให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าชาวจีนเพียงอย่างเดียว เพราะธุรกิจมีความเสี่ยงทุกชั่วโมง จึงต้องเตรียมการเผื่อกลุ่มลูกค้านั้น ๆ เปลี่ยนไป

ปรับตัวกระจายความเสี่ยง

“การทำธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก เคยลองคิดตรวจสุขภาพธุรกิจตัวเองดูว่าถ้าไม่ทำกระเป๋า ก็ต้องมีอย่างอื่น ต้องกระจายความเสี่ยงไปทำธุรกิจอื่นด้วย หากวันหนึ่งเราตื่นขึ้นมาแล้วคนไม่ใช้กระเป๋าแล้วหรือสักวันหนึ่งมันต้องหยุดเราจะลำบาก เหมือนการขับรถเมื่อถึงทางแยกก็ต้องจอด และเราไม่รู้ว่ารถคันอื่นจะพุ่งมาหาเราเมื่อไหร่ เช่นเดียวกันกับเงินจะไหลไปไหนเมื่อไหร่เราไม่รู้ แต่เราต้องปรับตัวเพราะไม่สามารถคอนโทรลลูกค้าได้ เมื่อก่อนอาจจะเป็นนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาหาเรา แต่ตอนนี้ถ้าไม่มาเราก็ไปเอง ทั้งญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลี”

ปัจจุบันสินค้าของบริษัทรวมกันเป็นนารายา กรุ๊ป ทั้งยังต่อยอดจนมี 7 แบรนด์ ได้แก่ NaRaYa กระเป๋าทั่วไป, Nara by NaRaYa (นารา บาย นารายา), LaLaMa By NaRaYa เสื้อผ้าสไตล์โบฮีเมียน, Aphrodite by NaRaYa, Evangelisa NaRaYa Silk เป็นสินค้าที่นำเสนอผ้าไหมไทย ทั้งเสื้อผ้าและกระเป๋า, NaRaYa Tea Room, NaRaYa Skincare น้ำยาล้างมือ ที่จะเปิดตัวในปี 2562 สินค้าทุกตัวในนารายา กรุ๊ป จะต้องเป็นผ้าพิมพ์ลาย 100% เช่น กระเป๋าสำหรับสุภาพบุรุษสำหรับคนทำงาน เสื้อผ้าต่าง ๆ ไม่ว่าจะนำผ้าไหมมาตัดเย็บ ทุกอย่างต้องเป็นสินค้าดีราคาไม่แพง

ทั้งนี้ ในปี 2562 นารายามีแผนปรับตัวไปสู่อีคอมเมิร์ซกับนักลงทุนจีนโดยไม่กระทบต่อเรียลสโตร์ มีแผนจะขยายสาขาไปด้วยในอนาคต แม้พฤติกรรมการซื้อของคนจะเปลี่ยนไปแต่นารายาก็มั่นใจว่าในอีก 3-5 ปีข้างหน้า คนจะยังคงออกมาซื้อของนอกบ้านมากกว่าการกดสั่งของอยู่ในบ้านเพียงอย่างเดียว

 

 

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...