โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

รีวิว Redmi Note 10 สมาร์ตโฟนหกพัน ได้จอ AMOLED กล้องหลัง 4 ตัว มีชาร์จไว!

BT Beartai

อัพเดต 23 มี.ค. 2564 เวลา 14.59 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. 2564 เวลา 06.48 น.
รีวิว Redmi Note 10 สมาร์ตโฟนหกพัน ได้จอ AMOLED กล้องหลัง 4 ตัว มีชาร์จไว!

Redmi Note 10 สมาร์ตโฟนราคาสบายกระเป๋า ได้จอ Amoled, กล้องหลัง 4 ตัว, ลำโพง Hi-Res Audio และที่สำคัญน้ำหนักเบาสบายเหมือนไม่ได้ถือ แต่จะมีอะไรอีกบ้างดูกันเลย

หน้าจอ

สิ่งแรกที่เด่นที่สุดเป็นตัวชูโรงหลักของรุ่นนี้เลยคือจอ Amoled ความละเอียดภาพแบบ FHD+ 2400 x1080 พร้อมกับขนาดหน้าจอ 6.43 นิ้ว, รีเฟรชเรตตามมาตรฐานทั่วไปที่ 60Hz

นอกจากนี้เรื่องของความสว่างหน้าจอก็ทำได้สูงสุด 1,100 nit ซึ่งจะมีประโยชน์คือสามารถใช้ในพื้นที่กลางแจ้งได้

ที่กล่าวมาทั้งหมด เมื่อแปลงออกมาเป็นผลลัพธ์ผ่านการใช้งานจริง เราจะได้ประสบการณ์รับชมคอนเทนต์วิดีโอเช่น Youtube หรือ Netflix ในระดับสูงเลยค่ะ จอสว่าง เห็นภาพคมชัดและสีสันที่สดใสเกินราคาค่าตัวลำโพงเองก็ยังเป็นแบบสเตอริโอที่สามารถเล่นเสียงคุณภาพระดับ Hi-Res Audio ได้ด้วยนะ

ดีไซน์

ส่วนทางด้านดีไซน์ Redmi Note 10 ออกแบบมาได้สวยเกินค่าตัวเหมือนกัน ฝาหลังจะใช้วัสดุเป็นพลาสติกแบบด้านโดยจะมีความโค้งแบบลาดลง ส่วนกรอบเครื่องด้านข้างที่เป็นโลหะมันวาว ซึ่งพอรวมกันเราจะได้ทั้งสมาร์ตโฟนที่สวยและถูกออกแบบมาให้ถือได้สบายมือ

ส่วนตำแหน่งกล้องทั้ง 4 ชิ้นตรงนี้จะยื่นออกมาจากตัวฝาหลังประมาณ 1 มม. ค่ะ ก็หมิ่น ๆ ออกมาเล็กน้อยแต่ไม่มีปัญหากับการเก็บเข้ากระเป๋ากางเกง

แต่ที่ถูกใจมาก ๆ สำหรับเรื่องของดีไซน์คือน้ำหนักตัวเครื่อง Redmi Note 10 หนักเพียงราว ๆ 178 กรัมเท่านั้น เป็นอีกหนึ่งข้อดีสำหรับสมาร์ตโฟนเครื่องนี้เลยนะ

ส่วนเรื่องของสีเครื่อง Redmi Note 10 มีให้เลือกทั้งสิ้น 3 สไตล์ด้วยกัน คือ Onyx Gray เทาประกายดำ, Pebble White ขาวประกายน้ำเงิน และ Lake Green เขียวมรกต

กล้อง

ถัดมาเป็นเรื่องของกล้องกันบ้าง เริ่มกันที่กล้องหลักกันเลยที่ให้ 48 ล้านพิกเซล ชัตเตอร์ไว ให้สีที่อิ่มตัวกำลังดี แต่ที่ออมว่าเยี่ยมจริง ๆ คือ Dynamic Range หรือขอบเขตรายละเอียดของภาพ โดยเฉพาะภาพถ่ายตอนกลางวันจะยิ่งเห็นได้ชัดเลยว่าเกลี่ยคอนทราสต์ออกมาได้ดี ส่วนโหมดภาพถ่ายกลางคืนก็เวิร์กเหมือนกัน แถมไม่ต้องแช่กล้องนานด้วย

สรุปง่าย ๆ เลยคือกล้องหลักอยู่ในมาตรฐานที่น่าพึงพอใจไม่แพ้กล้องมือถือเรือธงเลย นอกจากนี้กล้องตัวอื่น ๆ ก็ถือว่านำไปใช้งานเก็บภาพได้หลากหลายสถานการณ์ ทั้งกล้องมาโครที่มีความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพครีเอต ๆ กับสิ่งของกันแบบใกล้ ๆ หรือจะกล้องอัลตราไวด์ ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มุมรับภาพ 118 องศา ที่อาจจะดูรับภาพได้น้อยไปหน่อย แต่ถ้าใช้ถ่ายภายนอกตัวอาคารหรือลักไก่ถ่ายคนให้ดูสูงขึ้น มุมรับภาพ 118 องศาก็ยังตอบโจทย์ ส่วนตัวท้ายและท้ายสุดตรงนี้คือกล้องวัดระยะความละเอียด 2 ล้านพิกเซลที่ก็จะทำงานร่วมกับกล้องหลักนั่นเอง

ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียดอยู่ที่ 13 ล้านพิกเซล ก็ถือเอาใจสายถ่ายเซลฟีพอสมควรเพราะสกินโทนจะออกไปทางอมชมพู แถมมีฟีเจอร์ AI Beautify ปรับผิวเนียน หน้าเรียว ,ตาโต หรือถ้ายังไม่พอใจก็ยังสามารถปรับให้ฉากหลังเบลอได้ด้วยแถมเนียนตาอยู่นะ

และอีกเรื่องที่ไม่น่าเชื่อว่า Redmi Note 10 รุ่นเล็กสุดนี้จะทำได้คือการถ่ายวิดีโอได้สูงสุด 4K 30 เฟรม ซึ่งคุณภาพก็ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจ แถมมีโหมด Slow-Motion 720p ปรับเฟรมให้สโลว์ได้สูงสุด 960 เฟรมเลย

ส่วนเรื่องของความปลอดภัยก็มีการปลดล็อคด้วยการสแกนลายนิ้วมือข้างเครื่องตรงบริเวณปุ่มปลดล็อกหน้าจอ หรือถ้ารู้สึกว่าไม่ชินกับการวางนิ้วสแกนข้างเครื่องก็มีการสแกนด้วยใบหน้ารองรับด้วยนะ

แบตเตอรี่ให้มาที่ 5000 mAh พร้อมความสามารถชาร์จไฟ Mi Turbo Charge 33 วัตต์ ชาร์จแบตเตอรี่ตั้งแต่ 0 – 100% ภายใน 25 นาที

สเปก

มากันที่เรื่องของสเปกกันบ้าง Redmi Note 10 ใช้ CPU เป็น Qualcomm Snapdragon 678 โดยเราลองทดสอบผ่าน 3D Mark ในโหมด Stress Test จำลองว่าหากเล่นเกมนาน ๆ จะส่งผลกระทบอะไรกับการเล่นหรือเปล่า

ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ต้องบอกว่าเลยว่าดี เพราะได้เปอร์เซ็นต์ค่าความคงที่ของการใช้งานอยู่ที่ 99.2% นั่นหมายถึงเวลาที่เราเล่นเฟรมเรตจะตกน้อยมาก ในขนาดที่การเทสต์ประสิทธิภาพกราฟิกที่ชิปประมวลรุ่นนี้ทำได้ที่ 476 คะแนน

สลับไปดูการเทสต์บน Geekbench 5 กันบ้าง สำหรับ Single-Core ทำคะแนนไปได้ 515 ในขณะที่ Multi-Core ได้ 1587 โดยภาพรวมคือเกมแห่งยุคทั้งหลายอย่าง ROV, PUBG หรือ Call of Duty เล่นได้ปกติแค่อาจต้องมีการตั้งค่ากราฟิกระดับ medium กับ low ตามแต่ละเกม

ส่วนเรื่องของ RAM ก็ให้มาถึง 6GB และหน่วยความจำภายในที่ 128GB สามารถใส่ microSD Card เพิ่มได้อีกหนึ่งชิ้น และตามธรรมเนียมของสมาร์ตโฟนระดับกลางที่ใส่ซิมการ์ดได้ 2 ช่อง

ข้อสังเกต

Redmi Note 10 หลังจากที่แบไต๋กันมาแล้วเจอ ที่อยากฝากไว้ให้พิจารณา คือเครื่องนี้ไม่รองรับ 5G นะ แต่เมื่อพิจารณาจากราคาแล้วก็สมเหตุสมผลซื้อรุ่นนี้ไปใช้กันก่อน รุ่นถัดไปรองรับ 5G ก็ค่อยสอยมาก็ได้

รีวิวที่ดีต้องมีราคา

Redmi Note 10 วางจำหน่ายวันที่ 19 มีนาคม มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Onyx Gray, Pebble White และ Lake Green ในความจุ 2 ขนาด ได้แก่

  • ความจุ RAM 6GB + ROM 128 GB ราคา 5,999 บาท วางจำหน่าย ที่ Mi Stores, ร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์
  • ความจุ RAM 4GB + ROM 64 GB ราคา 4,999 บาท โดยวางจำหน่ายเฉพาะบน Lazada ระหว่างวันที่ 19 – 29 มีนาคม และทุกช่องทางออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคมเป็นต้นไป

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...