โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กินดีจนเพื่อนอิจฉา! เสพธรรมชาติกับสายคาเฟ่ @The Hub Cafe and Eatery

Wongnai

เผยแพร่ 01 ก.ย 2560 เวลา 20.44 น.
ภาพไฮไลต์

จิบกาแฟอิมพอร์ต กินข้าวเก๋ไก๋สไตล์ฟิวชัน ถ่ายรูปปัง ๆ จากคาเฟ่แสงธรรมชาติ อัพลงโซเชียลชีวิตชิคจนใคร ๆ ก็ต้องอิจฉา! ที่ “The Hub Cafe and Eatery”

เดี๋ยวนี้มองไปทางไหนแต่ละคนก็ดูชีวิตดี๊ดี อัพไอจีก็ต้องคลุมโทน แสงต้องเป๊ะ จัดพรอพต้องปัง แต่ถ้าอยากชิคแล้วชีวิตไม่อยากลำบากขนาดนั้น ก็มาที่นี่เลยค่ะ “The Hub Cafe and Eatery” คาเฟ่ท่ามกลางธรรมชาติ มีทั้งมุมถ่ายรูปสวย ๆ แสงธรรมชาติถ่ายแล้วปังแบบไม่ต้องเซตไฟ แถมอาหารและขนมเขาก็หน้าตาดีจัดจานสวย ไม่ต้องเสียเวลาจัดพรอพก็ได้รูปเก๋ ๆ เอาไว้อัพโซเชียลกันแล้วล่ะค่ะ แต่เอ๊ะ! เพื่อน ๆ คงคิดในใจว่าสวยแต่รูปจูบไม่หอมหรือเปล่านะ แพรเลยมายืนยันนอนยันเลยค่ะ ว่าอาหาร ขนม และกาแฟของที่นี่เขาเป๊ะเวอร์ไม่แพ้หน้าตาแน่นอน เพราะวัตถุดิบต่าง ๆ กว่า 80% เป็นวัตถุดิบนำเข้าเกรดพรีเมียมที่คัดสรรคุณภาพมาอย่างดี อย่างเมนูไหนที่มีส่วนผสมของผลไม้ ทางร้านก็จะใช้แต่ผลไม้สดเท่านั้นค่ะ

โครงสร้างร้าน Glass houseให้แสงแดดลอดเข้ามาสร้างบรรยากาศที่แตกต่างตามช่วงเวลา
ร้านโปร่งโล่งสบาย เฟอร์นิเจอร์เรียบเก๋โทนธรรมชาติ

โดยที่ร้าน “The Hub Cafe and Eatery” เขาเน้นจุดเด่นที่การออกแบบร้านแบบรักษาธรรมชาติ การก่อสร้างเกิดขึ้นโดยไม่ตัดต้นไม้เดิมแม้แต่ต้นเดียว ทำให้ร้านมีร่มเงาจากต้นไม้ใหญ่ ให้บรรยากาศร่มรื่นแบบสุด ๆ ส่วนโครงสร้างร้านก็เป็นแบบ Glass House สไตล์ Modern Loft มีความโปร่งโล่งสบายเพื่อให้แสงแดดลอดเข้ามา ซึ่งจุดนี้ทำให้บรรยากาศร้านในแต่ละช่วงเวลาแตกต่างกันไปจากแสง ให้ความรู้สึกแปลกใหม่ทุกครั้งที่เข้ามาในร้าน เป็นกิมมิคที่เก๋เวอร์วังมากค่ะ 

และจุดเด่นอีกอย่างของร้านนี้ก็อยู่ที่เมล็ดกาแฟที่มีให้เลือกแบบละลานตา ทั้ง Single Origin จากลาว ที่มีความเป็นผลไม้นิด ๆ ผสมกับความเป็น Coconut Milk หรือถ้าใครไม่ชอบแบบที่ออกรสเปรี้ยวเขาก็มี House Blend ที่มีความเป็นดาร์กช็อคโกแลตผสมคาราเมลและ Roasted Coconut นอกจากนี้ยังมี Special Blend จากหลากหลายแหล่งทั้ง ลอนดอน ฮ่องกง และญี่ปุ่น ซึ่งจะเปลี่ยนกันทุกสัปดาห์ แถมมีให้เลือกสัปดาห์ละ 3-4 ชนิด สำหรับคอกาแฟเรียกได้ว่าพรีเมียมสุด ๆ และเขายังมีกาแฟบรรจุขวด แบบ Cold Brew สามารถซื้อกลับบ้านได้ มีทั้งแบบ Black ที่เก็บไว้ได้ถึง 2 อาทิตย์ และแบบ White เก็บได้ 1 อาทิตย์ค่ะ

พูดกันมาขนาดนี้จะไม่ลองดื่มก็คงพลาดมาก ๆ วันนี้แพรเลยสั่ง “Piccolo” (120 บาท) หรือก็คือลาเต้ที่ลดนมลงครึ่งหนึ่ง น่าจะถูกใจคนที่ชอบดื่มกาแฟแบบเข้มข้น และกาแฟที่ใช้จะเป็นแบบ House Blend หอมนุ่มสุด ๆ แถมมีกลิ่นอายของช็อกโกแลตและคาราเมลเบา ๆ และเขาก็ไม่ได้ใส่น้ำเชื่อมแต่ใช้ความหวานธรรมชาติจากนมที่ผ่านการสตีมมา รสชาติเลยออกมาละมุ้นละมุนได้รสของกาแฟแบบเต็ม ๆ !

ต่อกันด้วยกาแฟอีกสักแก้ว กับเมนู “Hot Mocha” (140 บาท) ความพิเศษคือเขาผสมซอสช็อกโกแลตแบบเข้มข้นลงไปกับกาแฟ House Blend ทำให้ยิ่งชูความเป็นช็อกโกแลตมากยิ่งขึ้น แถมยังท็อปด้วยผงโกโก้และช็อกโกแลตขูด ใครที่ชอบดื่มมอคค่าอยู่แล้วพูดเลยว่าไม่ควรพลาดเมนูนี้มาก ๆ รับประกันจากสาวกมอคค่าอย่างแพรเลยค่ะ

สำหรับใครที่ไม่ได้ชอบดื่มกาแฟแต่ฟังสรรพคุณกาแฟของที่นี่แล้วอดใจไม่ไหวอยากจะลองโดนดูสักที แพรขอแนะนำเมนูนี้เลยค่ะ “Citus Blossom” (200 บาท) เป็นกาแฟแบบม็อกเทล ความพิเศษคือเขาใช้ซีรัปกลิ่นดอกไม้ เติมน้ำและผิวเลมอนลงไปเพื่อเพิ่มสีสันความเป็นม็อกเทล แล้วยังเพิ่มความหอมขึ้นไปอีกด้วยใบไทม์ ท็อปด้วยเอสเปรสโซช็อต แต่รสของกาแฟจะไม่ได้เข้มข้นมาก คนที่ไม่ดื่มกาแฟสามารถดื่มได้แบบสบาย ๆ เลยค่ะ กิมมิกอีกอย่างของเขาก็คือควรคนก่อนดื่มและจิบจากแก้วโดยตรง เพราะจะได้กลิ่นหอมระเหยของกาแฟ เลมอน และสมุนไพรจะชัดเจนยิ่งขึ้น อันนี้ขอคอนเฟิร์มว่าจริง เก๋ทั้งหน้าตา รสชาติ ยันวิธีการดื่ม ชิคกว่านี้จะหาจากไหนล่ะคะ

หรือถ้าใครไม่ดื่มกาแฟจริง ๆ แพรขอแนะนำเครื่องดื่มที่เก๋ไม่แพ้กันอย่าง “Matoom Milk Tea” (140 บาท) ตัวชาเป็นชาซีลอนผสมกับน้ำมะตูมอบแห้ง แต่ยังค่ะยังหอมไม่พอ เพราะเขาใช้น้ำเชื่อมแบบโฮมเมดที่เคี่ยวกับมะตูมอบแห้งผสมลงไปเพิ่มความหวานหอม ทำให้ได้กลิ่นของมะตูมแบบเต็ม ๆ ท็อปด้านบนด้วยฟองนมนุ่ม ๆ รสละมุน แถมเขามีทั้งแบบร้อนแบบเย็น ใครสะดวกแบบไหนก็เลือกกันตามใจชอบเลยค่ะ

มาที่เมนูของคาวกันบ้างซึ่งอาหารของที่นี่เขาเป็นสไตล์ฟิวชัน เลยขอรองท้องเบา ๆ กันด้วยออเดิร์ฟสไตล์ลูกครึ่งอิตาลี - ไทย กับเมนู “Calamari” (180 บาท) ปลาหมึกคลุกแป้งทอดกรอบ ๆ แบบอิตาเลี่ยน กินคู่ซอสครีมซีฟู้ดสไตล์ไทยสูตรพิเศษของร้าน เข้ากันอย่างลงตัว เสิร์ฟคู่กับผักสลัดราดบัลซามิกเดรสซิงเพิ่มความสดชื่น 

กรอบจริง กรอบนาน ทิ้งไว้จนเย็นก็ยังกรอบขอคอนเฟิร์มมม

ต่อกันที่จานหลักอย่าง “Croque Madame” (260 บาท) ชื่อและหน้าตาไฮโซสุด ๆ ซึ่งปกติแล้วจานนี้จัดอยู่ในหมวด Breakfast แต่ที่ “The Hub Cafe and Eatery” เขาเสิร์ฟกันแบบ All-day Breakfast มาเวลาไหนก็สามารถลองชิมกันได้ค่ะ เมนูนี้ถ่ายรูปว่าปังแล้วจากไข่แดงเยิ้ม ๆ ที่ความน่ากินแรงเวอร์ แต่พอชิมรสชาติแล้วเป๊ะปังอลังสุด ๆ ด้านในมีทั้งปารีสแฮม ชีสพาเมซาน ชีสมอสซาเรลลา ราดเบชาเมลซอส ประกบด้วยขนมปังแซนด์วิชนุ่ม ๆ และด้านบนเขายังโปะชีสกันแบบไม่อั้น ท็อปด้วยไข่ดาว กินพร้อมกันทั้งหมดรสชาติกลมกล่อมแบบสุด ๆ กินคู่กับสลัดเพิ่มความสดชื่น พูดเลยว่าฟินจนตายตาหลับแล้วค่ะ

ตามมาล้างปากกันด้วยของหวานกับเมนู “Chocolate Toast With Banana” (260 บาท) ขนมปังโทสต์สูตรญี่ปุ่นกรอบนอกนุ่มในที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยเนยหอม ๆ อิมพอร์ตจากฝรั่งเศส เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมเย็น ๆ สองรสชาติ ทั้งวานิลลารสนุ่มและช็อกโกแลตรสเข้มข้น กินคู่กับวิปครีมฟู ๆ และกล้วยหอม ปิดท้ายด้วยซอสช็อกโกแลตอัพความฟิน แล้วถ้าใครยังหวานไม่พอเขาก็มีน้ำผึ้งแท้ 100% เอาไว้ให้ราดเพิ่มกันด้วย อ้อที่สำคัญยังสามารถเปลี่ยนรสชาติของไอศกรีมได้ด้วย ทั้งวานิลลา ช็อกโกแลต สตรอว์เบอร์รีเชอร์เบต และชาเขียว ใครชอบแบบไหนก็เลือกฟินกันตามสบายเลยค่ะ

เมื่อขนมปังสูตรญี่ปุ่นมาพบกับเนยฝรั่งเศส กรอบนุ่มชุ่มฉ่ำ เนื้อคู่กันชัด ๆ

ขอปิดท้ายด้วยเมนูน้องใหม่ล่าสุด “Nutella White Malt” (180 บาท) เอาใจคุณหนู ๆ กับนมผสมผงไวท์มอลต์ปั่นจนเนื้อเนียนกลิ่นหอมละมุน เทใส่แก้วที่ปาดนูเทลล่าเอาไว้แบบเต็ม ๆ ท็อปด้วยวิปครีมนุ่ม ๆ กับช็อกโกบอล โรยเกล็ดน้ำตาลสีชมพูรูปหัวใจคิวต์ ๆ เด็กกินได้ผู้ใหญ่กินดี ได้ฟีลสดใสย้อนวัย กระชุ่มกระชวยหัวใจไปอี๊กกก

สำหรับใครที่อยากจะมาที่ “The Hub Cafe and Eatery” การเดินทางก็ไม่ยากเลยค่ะ นั่งแอร์พอร์ตลิงค์มาลงรามคำแหง จะลงมาเจอซอยรามคำแหง 24 พอดี สามารถนั่งรถสองแถวสาย 15 หรือจะนั่งแท็กซี่เข้ามาได้ก็ได้ ถ้าใครมีรถส่วนตัวให้สังเกตศูนย์การค้า The Nine เข้าซอยพระรามเก้า 41 ที่อยู่ด้านหลัง เข้ามาประมาณ 1 กิโลเมตร ร้านจะอยู่ทางซ้ายมือเลยค่ะ มีที่จอดรถได้ทั้งภายในร้านและริมฟุตปาธนอกร้าน

และที่นี่เขาก็ต้อนรับลูกค้าทุกรูปแบบ ไม่ว่าลูกค้าที่อยากหาที่ทำงาน เขาก็มีปลั๊กให้แทบจะทุกจุดทั้ง Indoor และ Outdoor แถมแต่ละโต๊ะยังมีปุ่มกดเรียกพนักงานมาบริการถึงที่ เรียกได้ว่าสะดวกสบาย ชิค ๆ ชิว ๆ ไปอีก หรือจะพาเพื่อน ๆ พาครอบครัวมาแฮงค์เอาท์เขาก็เปิดตั้งแต่ 9.00 - 21.00 น. และพิเศษสุด ๆ สำหรับเพื่อน ๆ ชาว Wongnai ถ้าแชร์บทความนี้แล้วเปิดสาธารณะใน Facebook สามารถซื้อเมนูที่เป็นเครื่องดื่มของกาแฟแบบ 1 แถม 1 ได้ทั้งเมนูร้อน, เย็น, และปั่น 1 สิทธิ์ต่อ 1 ใบเสร็จ ตั้งแต่วันนี้ - 31 ตุลาคม 2560 เลยค่ะ 

บรรยากาศเลิศ อาหารปัง กาแฟพรีเมียม ต้องมาค่ะแล้วจะเข้าใจความดีนี้
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...