โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สวยงาม ‘ดอกสร้อยสยาม’ พรรณไม้หนึ่งเดียวในโลก

[invalid]

อัพเดต 30 พ.ย. 2561 เวลา 06.55 น. • เผยแพร่ 30 พ.ย. 2561 เวลา 01.56 น. • tnnthailand.com
ชวนชม ‘ดอกสร้อยสยาม’ พรรณไม้หนึ่งเดียวในโลก ออกดอกสีชมพูระย้าทั่วสวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้า จ.พิษณุโลก

วันนี้ (30พ.ย.61) สร้อยสยาม พรรณไม้หนึ่งเดียวในโลก เป็นพรรณไม้เฉพาะถิ่น ที่สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้า อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ในพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 แม่หลวงของปวงชนชาวไทย โดยมีพระราชประสงค์จะอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่ป่าต้นน้ำ ล่าสุดอุณหภูมิที่ลดต่ำลง ส่งผลให้ดอกสร้อยสยาม ออกดอกสีชมพูเป็นช่อระย้าไปทั่วบริเวณสีสันสวยงามเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยว

นายพจน์ ชินปัญชนะ หัวหน้าสวนพฤกษศาสตร์สกุโณทยาน กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทางสวน เคยนำพันธุ์ของสร้อยสยามมาปลูกในที่โล่งแจ้ง ปรากฏว่าไม่ออกดอก และแห้งเหี่ยวตายไป เมื่อ 3 ปีก่อน จึงทดลองปลูกในที่โล่งแจ้ง แต่ให้ต้นสร้อยสยามสัมผัสแดดเพียงครึ่งวัน ปรากฏว่าในปีที่แล้วสร้อยสยามเริ่มออกดอกแต่ไม่เต็มที่เหมือนในปีนี้ ที่ออกดอกมากกว่า และคาดว่าต้นสร้อยสยามจะออกดอกไปจนถึงสิ้นฤดูหนาว

สำหรับ ดอกสร้อยสยามพรรณ เป็นพรรณไม้ที่พบว่ามีหนึ่งเดียวในโลก ที่จังหวัดพิษณุโลก มีชื่อเรียกอีกคือ ชงโคสยาม และ เสี้ยวแดง มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เป็นไม้เลื้อย เนื้อแข็ง สามารถเลื้อยได้ไกลกว่า 5-8 เมตร กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาลแดง หูใบรูปทรงกลมถึงรูปไข่กลับ ใบเป็นรูปไข่ ปลายใบแยกเป็น 2 แฉกลึกคล้ายใบต้นชงโคทั่วไป ดอกเป็นดอกช่อ ดอกย่อยสีชมพู ออกดอกช่วงหน้าหนาว นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับเลื้อยแต่งรั้วหรือซุ้ม พบครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อปี 2544 ในเขตเทือกเขาของจังหวัดพิษณุโลก

ชวนชม ‘ดอกสร้อยสยาม’ พรรณไม้หนึ่งเดียวในโลก ออกดอกสีชมพูระย้าทั่วสวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้า จ.พิษณุโลก
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...