อาชีพ”นักขุดสมบัติ”หาทรัพย์ในดินได้เงินจริง
ตามไปดู นักขุดหาสมบัติ ที่ฝังอยู่ใต้ดิน ตามสนามหญ้าโรงเรียนสงขลา เป็นอาชีพเสริมมีคนทำน้อย ได้เงินจริงชั่วโมงละ 200-300 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ จังหวัดสงขลา มีคนกลุ่มหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็น นักขุดหาสมบัติ ที่ฝังอยู่ใต้ดินตามโรงเรียนต่างๆ และเป็นอาชีพเสริมที่น่าสนใจมาก เพราะได้เงินกันเห็นๆ ชั่วโมงละ 200-300 บาทเลยทีเดียวหนึ่งในนักขุดสมบัติตามโรงเรียน คือ พี่ตุ้ย หรือว่าช่างตุ้ยขนส่งหาดใหญ่
ที่จะออกตระเวนไปขุดหาเศษเหรียญตามสนามฟุตบอล หรือสนามหญ้าภายในโรงเรียนกับภรรยา ในช่วงเย็น หลังเสร็จงานประจำที่เป็นช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ อยู่ใน อ.หาดใหญ่ โดยการใช้เครื่องสแกนโลหะ สแกนหาเศษเหรียญที่ฝังอยู่ใต้ดิน ซึ่งเป็นเหรียญที่นักเรียนวิ่งเล่น แล้วทำตกหล่นไว้ฝังอยู่ใต้ดินสะสมเป็นเวลานาน และจะอยู่หน้าดินซึ่งไม่ลึกมาก
โดยจะใช้เครื่องมือ 3 ชิ้น คือเครื่องสแกนโลหะ เครื่องชี้เป้า และพลั่ว สำหรับขุดดิน วิธีการหาเหรียญพี่ตุ้ย จะใช้เครื่องสแกนโลหะเดินแกว่งไปแกว่งมาจุดไหนที่มีเหรียญฝังอยู่ในดินเครื่องสแกนโลหะ ก็จะส่งสัญญาณดังติ๊ดๆ ขึ้นมา จากนั้นก็ใช้เครื่องชี้เป้าจ่อซ้ำลงไปในดินอีกครั้งเพื่อหาพิกัด หรือจุดที่เหรียญฝังอยู่แล้วใช้พลั่วขุดลงไปก็จะเจอเหรียญทันที
ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเหรียญ 10บาท เหรียญ5 บาท และเหรียญบาท และบางจุดขุดทีเดียวก็มีเหรียญกองรวมกันอยู่ใต้ดินหลายๆ เหรียญ โดยแทบทุกครั้งที่เครื่องสแกนโลหะดังขึ้น และขุดลงไปก็จะพบเหรียญที่ฝังอยู่ใต้ดินไม่ค่อยพลาด แต่บางครั้งก็อาจจะเป็นพวกตะปูหรือฝาขวดบ้าง ที่สำคัญเมื่อพบจุดที่เหรียญฝังอยู่เครื่องสแกนโลหะจะสามารถอ่านค่าได้ทันทีว่าเหรียญที่ฝังอยู่ใต้ดินเป็นเหรียญอะไรเช่นเหรียญ 10 บาท ค่าตัวเลขอยู่ที่ 47-51 เหรียญ5 บาท ค่าตัวเลขอยู่ที่ 85-95 ส่วนพวกฝาขวดค่าจะอยู่ที่ 87-88
พี่ตุ้ยบอกว่า การขุดหาเหรียญทำมาได้ 2 ปี และเป็นอาชีพเสริม โดยจะออกตระเวนขุดหาพวกเศษเหรียญตามสนามโรงเรียนต่างๆ ในช่วงเย็นหลังเลิกงานกับภรรยา ในเวลา 1 ชั่วโมง สามารถขุดหาเหรียญได้ประมาณ 200-300 บาท และเป็นเหรียญเก่าที่ฝังอยู่ในดินสะสมมาหลายปี ถ้าเป็นโรงเรียนที่เป็นนักเรียนไทยพุทธ ก็จะพบทั้งเหรียญและพระ ส่วนโรงเรียนที่เป็นนักเรียนมุสลิมโดยมากก็จะพบพวกเศษเหรียญ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter :https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news