โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ทำความรู้จัก Inverted Yield Curve: ตัวชี้วัดว่าเศรษฐกิจจะถดถอยหรือไม่?

Finnomena

อัพเดต 10 ต.ค. 2562 เวลา 03.08 น. • เผยแพร่ 07 ต.ค. 2562 เวลา 03.27 น. • Andrew Stotz

ระดับการผกผันของ Yield Curve ถือเป็นเครื่องมือช่วยทำนายเศรษฐกิจอันทรงพลัง ไม่ว่าจะเป็นด้านการเติบโตในอนาคต เงินเฟ้อ หรือภาวะเศรษฐกิจถดถอย โดยจะเป็นการแสดงส่วนต่าง (หรือ Spread) ระหว่างอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาวและระยะสั้น โดยระยะยาวจะอยู่ที่ 10 ปี ส่วนระยะสั้นอยู่ที่ 3 เดือน

โดยปกติแล้ว อัตราผลตอบแทนระยะยาวย่อมสูงกว่าระยะสั้น ซึ่งจะแสดงให้เห็นผ่าน Yield Curve ที่ชันขึ้นเป็นค่าบวก นาน ๆ ที อัตราผลตอบแทนระยะยาวจะต่ำกว่าระยะสั้น ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นผ่าน Yield Curve ที่ดิ่งลงเป็นค่าลบครับ

Yield Curve ที่ชันขึ้นเป็นค่าบวกนั้นมักหมายถึงการเติบโตของเงินเฟ้อ ส่วน Yield Curve ที่ดิ่งลงเป็นค่าลบนั้นมักจะหมายถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอยเสมอ

Yield Curve เป็นเครื่องมือทำนายภาวะเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐฯ ที่พึ่งพาได้มากๆ

Yield Curve ถูกนำไปใช้ใน Financial Stress Index ที่เผยแพร่โดยเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ ถูกนำไปใช้ใน US Index of Leading Economic Indicators ที่เผยแพร่โดย The Conference Board ส่วนเฟดสาขานิวยอร์กใช้ Yield Curve เพื่อประกอบการคาดการณ์รายเดือนถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยครับ

คุณ Arturo Estrella และ Tobias Adrian พบว่าเมื่อไรที่ส่วนต่างมีค่าต่ำกว่า 93 basis points (หรือ 0.93%) อัตราการว่างงานจะเพิ่มขึ้น

ตั้งแต่ปี 1970 เป็นต้นมา Inverted Yield Curve จะปรากฏก่อนเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐฯ โดยระยะเวลาเฉลี่ยตั้งแต่เกิดการผกผันจนกระทั่งถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอยจะอยู่ประมาณ 12 เดือน ในช่วงครึ่งปีแรกของ 2019 ถือเป็นครั้งแรกที่เกิด Inverted Yield Curve นับตั้งแต่ปี 2007 อย่างไรก็ดี ตัวเส้นดิ่งทะลุ 93-bps ในช่วงกลางปี 2018 ลองมาดูกันในภาพข้างล่างเลยครับ

ค่อยๆ ก้าวอย่างต่อเนื่อง เข้าไปหาสัญญาณต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่น่าเชื่อถือที่สุดอย่างการผกผันของ Yield Curve สหรัฐฯ 

ทำความรู้จัก Inverted Yield Curve: ตัวชี้วัดว่าเศรษฐกิจจะถดถอยหรือไม่?

โดยปกติแล้ว ธนาคารได้กำไรจากส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยที่จ่ายให้คนฝากเงินระยะสั้น ซึ่งใช้ต้นทุนต่ำ กับ ดอกเบี้ยที่ได้รับจากการให้คนกู้ระยะยาว ที่ได้ผลตอบแทนเยอะกว่า เมื่อธนาคารได้กำไรจากการกู้ก้อนใหม่ ก็มีแนวโน้มที่จะอยากให้กู้เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการเติบโตของเงินเฟ้อ แต่เมื่อ Yield Curve ผกผัน ธนาคารจะต้องจ่ายให้เงินฝากระยะสั้นมากกว่าที่ได้รับจากเงินกู้ระยะยาว จึงทำให้ธนาคารขาดทุนจากการให้กู้ และส่งผลให้เกิดการขาดแคลนเงินให้กู้ (Credit Crunch) ครับ

Andrew Stotz

ที่มาบทความ: https://becomeabetterinvestor.net/blog/understanding-the-inverted-yield-curve-as-a-recession-indicator/

**สนใจลงทุนพอร์ต All Weather Strategy พอร์ตกองทุนรวมจัดโดย Andrew Stotz ซึ่งจะช่วยให้เราได้ผลตอบแทนจากหุ้นในระยะยาว ในขณะที่ลดความรุนแรงของการขาดทุนในช่วงภาวะตลาดขาลง หากสนใจดูข้อมูลและลงทุนในพอร์ตนี้ สามารถคลิกที่นี่ https://www.finnomena.com/port/andrew/ หรือแบนเนอร์ข้างล่างได้เลยครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...