โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวมแข้งผู้เคยสวมเสื้อ “ปืนใหญ่” และใส่ชุด “สิงห์บลูส์” ตอนที่ 1

WeR NEWS

เผยแพร่ 02 พ.ค. 2566 เวลา 07.05 น.

อาร์เซนอล และ เชลซี ถือเป็น 2 ทีมที่ยิ่งใหญ่ และประสบความสำเร็จมากที่สุดในกรุงลอนดอน เวลาที่ทั้งคู่เจอกันก็มักจะมีแมตซ์สุดมันส์ระดับ 5 ดาว ออกมาให้เห็นกันโดยตลอด

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะเป็นคู่ปรับร่วมเมืองกัน และไม่เคยมีใครยอม แต่ก็มีนักฟุตบอลมากถึง 13 ชีวิต ที่เคยเล่นให้กับทั้ง 2 ทีมดังแห่งเมืองหลวง ในยุคพรีเมียร์ลีก โดยเราจะแบ่งเป็น 2 ตอน ซึ่งในตอนแรกจะมีใครกันบ้าง? เชิญรับชมกันได้เลย

คนแรกคือ เอ็มมานูเอล เปอตีต์ แข้งเท้าซ้ายสารพัดประโยชน์ ย้ายเข้ามาร่วมทีม อาร์เซนอล ในซัมเมอร์ปี 1997 และกลายเป็นกองกลางคนสำคัญของทีม มีส่วนช่วยให้ “ไอ้ปืนใหญ่” คว้าดับเบิลแชมป์ ทั้งพรีเมียร์ลีก และเอฟเอ คัพ ได้ในฤดูกาลแรกทันที

ก่อนที่ปี 2000 จะย้ายไปอยู่กับ บาร์เซโลนา แต่ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก จึงย้ายกลับมาลอนดอนในปีถัดมา แต่เปลี่ยนจากฝั่งสีแดง เป็นสีน้ำเงิน ซึ่ง เปอตีต์ ค้าแข้งในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้เพียง 3 ฤดูกาล ก็ตัดสินใจประกาศรีไทร์

ต่อมาเป็น นิโคลา อเนลกา ที่ อาร์แซน แวงเกอร์ เซ็นสัญญามาร่วมทีม อาร์เซนอล ตั้งแต่ที่เขายังเป็นดาวรุ่งวัยเพียง 17 ปีเท่านั้น ซึ่ง อเนลกา ก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เขาทำได้ 23 ประตู จาก 65 เกม ในพรีเมียร์ลีก และเป็นส่วนหนึ่งของชุดดับเบิ้ลแชมป์ ฤดูกาล 1997/98

จน เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่ของสเปนกระชากตัวไปร่วมทีม แต่ อเนลกา กลับทำผลงานได้ไม่เปรี้ยงปร้างเหมือนสมัยอยู่กับ อาร์เซนอล จึงทำให้เขาต้องพเนจรไปเล่นให้กับอีก 5 สโมสรก่อนจะมาบรรจบกับ เชลซี ในปี 2008 ซึ่งในสีเสื้อของ เชลซี เขามีช่วงเวลาที่ดีที่สุดในอาชีพค้าแข้ง โดยยิงไป 59 ประตูจาก 184 เกมทุกรายการ ช่วยให้ทีมคว้า แชมป์พรีเมียร์ลีก 1 สมัย และเอฟเอ คัพอีก 2 สมัย

ส่วนคนต่อมาถือเป็นคนหนึ่งที่แฟนบอล อาร์เซนอล น่าจะไม่ชอบขี้หน้ามากที่สุด เขาก็คือ แอชลีย์ โคล ซึ่ง โคล เป็นเด็กปั้นของ อาร์เซนอล ก่อนจะเติบโต และก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้สำเร็จ และยึดตัวจริงในตำแหน่งแบ็กซ้าย ตลอด 7 ปีที่ไฮบิวรี และเป็น 1 ในขุนพลชุดแชมป์ไร้พ่าย เมื่อฤดูกาล 2003/04

โคล ประสบความสำเร็จอย่างมากมายในยูนิฟอร์มสีน้ำเงิน เขาคว้าแชมป์ลีกได้อีก 1 สมัย, เอฟเอ คัพ 4 สมัย, ลีกคัพ, ยูโรปาลีก และแชมเปียนส์ลีก อย่างละ 1 สมัย ขึ้นแท่นเป็นตำนานของ เชลซี ได้ไม่ยากไม่เย็น ส่วนกับแฟนบอล อาร์เซนอล ก็น่าจะยังคงไม่เผาผีกันจนถึงทุกวันนี้

ถัดมาเป็น วิลเลียม กัลลาส ที่สวนทางกับ แอชลีย์ โคล โดย กัลลาส ใช้เวลาอยู่ในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ เป็นเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี 2001-2006 คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ 2 สมัย ก่อนจะย้ายไปยัง อาร์เซนอล

กองหลังชาวฝรั่งเศสย้ายมาสวมเบอร์ 10 ให้กับ อาร์เซนอล ต่อจาก เดนนิส เบิรกแคมป์ พร้อมได้สวมปอกแขนกัปตันทีมอยู่ในบางช่วงเวลา ซึ่ง กัลลาส ดูเหมือนจะชื่นชอบและหลงรักเมืองลอนดอนเป็นอย่างมาก เพราะหลังจากที่เขาลงคุมแผงหลังให้ “ไอปืนใหญ่” ได้ 4 ฤดูกาล ปี 2010 กัลลาส ก็ตัดสินใจย้ายไปอยู่กับ ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ อีก 1 ทีมดังของลอนดอน และเป็นคู่ปรับตลอดกาลของ อาร์เซนอล

ส่วนอีก 1 แข้งจากฝรั่งเศส อย่าง ลาสซานา ดิยาร์รา ก็เป็นอีกคนที่เล่นให้กับทั้ง 2 ทีม แต่เขากลับไม่ประสบความสำเร็จกับทั้ง 2 ทีมเลย ชนิดที่ว่าแฟนบอลอาจจะลืมเขาไปแล้วด้วยซ้ำ โดย ลาซ ย้ายมาเล่นในอังกฤษครั้งแรกกับ เชลซี ในปี 2005 แต่ได้ลงเล่นในลีกเพียงแค่ 13 นัด

ก่อนย้ายไปยัง อาร์เซนอล ในปี 2007 ซึ่งชีวิตในถิ่น เอมิเรต ลำบากกว่าที่คิด เพราะเขาได้โอกาสลงไปสัมผัสเกมในลีกเพียง 7 เกมเท่านั้น และอยู่กับทีมได้ 5 เดือน ก็โดนปล่อยไปอยู่กับ พอร์ทสมัธ ทีมร่วมลีก

เช่นเดียวกับ ยอสซี เบนายูน ที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จกับการเล่นให้ทั้ง 2 ทีมนี้เท่าไหร่ โดยมิดฟิลด์ชาวอิสราเอลย้ายจาก ลิเวอร์พูล มายัง เชลซี ในปี 2010 แต่ซีซั่นแรกเขาได้ลงเล่นในลีกเพียง 7 นัด

ทว่าฤดูกาลถัดมาไม่รู้อะไรดลใจให้ อาร์เซนอล ยืมตัวเขาไปร่วมทีม ซึ่งกับ “เดอะ กันเนอร์ส” เบนายูน ยังพอได้รับโอกาสอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นในบทบาทแบ็คอัพ โดยเขาลงเล่นในลีกไป 19 นัด ทำได้ 4 ประตู แต่ อาร์เซนอล ก็ไม่ได้ใช้เงื่อนไขซื้อขาด

ทว่าฤดูกาลถัดมาไม่รู้อะไรดลใจให้ อาร์เซนอล ยืมตัวเขาไปร่วมทีม ซึ่งกับ “เดอะ กันเนอร์ส” เบนายูน ยังพอได้รับโอกาสอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นในบทบาทแบ็คอัพ โดยเขาลงเล่นในลีกไป 19 นัด ทำได้ 4 ประตู แต่ อาร์เซนอล ก็ไม่ได้ใช้เงื่อนไขซื้อขาด

ทว่าฤดูกาลถัดมาไม่รู้อะไรดลใจให้ อาร์เซนอล ยืมตัวเขาไปร่วมทีม ซึ่งกับ “เดอะ กันเนอร์ส” เบนายูน ยังพอได้รับโอกาสอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นในบทบาทแบ็คอัพ โดยเขาลงเล่นในลีกไป 19 นัด ทำได้ 4 ประตู แต่ อาร์เซนอล ก็ไม่ได้ใช้เงื่อนไขซื้อขาด

กระทั่งในปี 2011 บาร์เซโลนา ที่เป็นเหมือนรักแรกของ ฟาเบรกาส คว้าตัวเขากลับไปร่วมทีม ซึ่งถึงแม้ ฟาเบรกาส จะทำผลงานได้ดีในระดับที่น่าพอใจ แต่ในช่วงท้ายกับสโมสร เขาไม่ได้รับโอกาสมากนัก จึงทำให้ เชส ตัดสินใจกลับมาค้าแข้งในอังกฤษอีกครั้ง ย้ายมาร่วมทัพ “สิงห์บลูส์” ในปี 2014 โดยตลอด 4 ฤดูกาลครึ่งกับ เชลซี เขาคว้าแชมป์ลีกได้ 2 สมัย ในฤดูกาล 2014/15 และ 2016/17

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...